วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สนช.เดือดแย้งกลุ่ม 40 ส.ว. ปมถอดถอน 'สมศักดิ์-นิคม' สุดท้ายถกลับอีกหน

สนช.เดือดแย้งกลุ่ม 40 ส.ว. ปมถอดถอน 'สมศักดิ์-นิคม' สุดท้ายถกลับอีกหน

  • Share:

สนช.เดือดแย้งแก๊ง 40 ส.ว. ปมถอด “สมศักดิ์-นิคม” ด้าน "วัลลภ" ชี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ สังคมกำลังจับตาว่าจะรับถอดถอนหรือไม่ สุดท้าย สนช.ลงมติ 96:1 เสียงต้องประชุมลับอีกหน

วันที่ 6 พ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งที่ประชุมมีมติให้เลื่อนวาระเรื่องรายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีกล่าวหา นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และกล่าวหา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีดำเนินการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เกี่ยวกับที่มา ส.ว. เป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่าเป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจของ สนช. ที่จะถอดถอน ตามข้อบังคับการประชุม สนช. หรือไม่ ซึ่งวันนี้ (6 พ.ย.) พิจารณาต่อจากการประชุม สนช. เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ซึ่งวาระดังกล่าวอยู่ในระเบียบวาระการประชุมลำดับที่ 7 

โดยนายพรเพชร แจ้งที่ประชุมว่า ขณะนี้เรื่องถอดถอนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของ สนช.แล้ว ดังนั้น ตามข้อบังคับสมาชิก สนช. ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมข้อ 161 ต้องวางตัวเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่กล่าวหรือแสดงไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ซึ่งจะทำให้การพิจารณาและการวินิจฉัยของที่ประชุมต้องเสียความยุติธรรม โดย 1.วิพากษ์ต่อสาธารณะในลักษณะไม่เหมาะสมต่อความเป็นกลาง 2.การให้ความเห็นต่อสาธารณะโดยประสงค์จะบ่งบอกว่าตนจะมีมติเช่นใด 3.ให้ความเห็นในหมู่สมาชิกอันเป็นการแสดงผิดจากข้อเท็จจริงหรือวิพากษ์โดยไม่เที่ยงธรรมที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และ 4.ชักจูงหรือชี้แนะให้สมาชิกมีมติไปในทางใดในลักษณะเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของการเป็นสมาชิก

จากนั้น นายสมชาย แสวงการ สนช. เสนอญัตติให้พิจารณาเรื่องนี้เป็นการประชุมลับ แต่สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะมีการประชุมลับ อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ และนายตวง อันทะไชย ลุกขึ้นแย้ง โดยนายวัลลภ กล่าวว่า การประชุมเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่เป็นการประชุมลับ สมาชิกแสดงความคิดเห็นหมดแล้ว จึงไม่ควรมีอะไรเป็นความลับอีก วันนี้ (6 พ.ย.) เป็นเพียงการพิจารณาว่า สนช. มีอำนาจรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาหรือไม่ ถือเป็นเรื่องใหญ่ และ สนช.กำลังเป็นหินรองทอง สังคมกำลังจับตาดูอยู่ จึงอยากให้ประชุมเปิดเผยว่า หากมีมติรับคืออะไร และหากไม่รับคืออะไร

ส่วน นพ.เจตน์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้ ควรอภิปรายข้อกฎหมาย ไม่ควรให้สภาเสียเวลาย้อนกลับไปอภิปรายข้อเท็จจริงอีก ข้อกฎหมายก็ไม่มีอะไรที่พาดพิงบุคคลที่ 3 หากประชุมเปิดเผย ประชาชนจะได้ทราบว่า สนช.มีประเด็นอะไร อำนาจที่ตกลงกันมีอำนาจหรือไม่ เพราะขณะนี้มีความเห็นแบ่งเป็น 2 ขั้ว หากประชุมลับประธาน สนช. ต้องแถลงข่าวและไม่สามารถเก็บรายละเอียดสมาชิกได้มากเพียงพอ

ผู้สื่อข่าวรายงานหลังสมาชิก สนช. ถกเถียงว่าจะต้องพิจารณาวาระดังกล่าวเป็นการประชุมลับหรือไม่ สุดท้ายนายพรเพชร ให้สมาชิกลงมติ ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติด้วยคะแนน 96 ต่อ 1 คะแนน ให้ประชุมลับ และไม่ลงคะแนน 75 คะแนน ทำให้ที่ประชุมต้องพิจารณาวาระดังกล่าวเป็นการประชุมลับ เริ่มเวลา 10.50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้