ข่าว
100 year

ชาวนครชุมฟื้นตำนาน ‘แกงขี้เหล็ก’ กินวันลอยกระทง

ทีมข่าวภูมิภาค6 พ.ย. 2557 11:36 น.
SHARE

ชาวนครชุม กำแพงเพชร รื้อฟื้นตำนานแกงขี้เหล็กวันลอยกระทง สืบทอดประเพณีพื้นถิ่นของนครชุมโบราณ จุดธูปขอขมาแล้วเก็บขี้เหล็กในเวลาเช้ามืดของวันเพ็ญเดือน 12 แกงวันนั้น และกินให้หมดในวันนั้น จะเป็นสุดยอดของยาอายุวัฒนะ

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 57 วันลอยกระทง หรือวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 12 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวตำบลนครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ได้ร่วมใจกันรื้อฟื้นตำนานแกงขี้เหล็ก ที่หายไปจากตำบลนครชุม กว่า 50 ปีแล้ว เพื่อสืบทอดประเพณีวิถีถิ่นของนครชุมเมืองโบราณ

โดยหลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ชาวตำบลนครชุม จะออกจากบ้าน ไปเก็บใบขี้เหล็ก ซึ่งก่อนทำการเก็บนั้นจะต้องมีการจุดธูปขอขมา บอกล่าวกับต้นขี้เหล็กก่อน หรือชาวบ้านเรียกว่า พลียา หมายถึงขอยาไปรักษาโรคจากนั้นจึงลงมือเก็บยอดขี้เหล็กมาประกอบเป็นอาหารรับประทาน ในวันเพ็ญ เดือน 12 ได้ ซึ่งเป็นความเชื่อของคนโบราณว่า ต้องเก็บวันนั้น แกงวันนั้น และกินให้หมดในวันนั้น จะเป็นสุดยอดของยาอายุวัฒนะ

สอย‘ขี้เหล็ก’หลังเที่ยงคืน

นางภาวนา สิงห์สำราญ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/1 หมู่ 1 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ผู้สืบทอดจากผู้เฒ่าผู้แก่ เปิดเผยว่า ใบขี้เหล็กเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง คนโบราณเอาใบอ่อนและดอกมาปรุงเป็นของกิน ในวันเพ็ญ เดือน 12 ทำแกงขี้เหล็กกันทุกครัวเรือน คนนครชุมโบราณถือว่า วันเพ็ญเดือน 12 ยอดขี้เหล็กจะเป็นยารักษาสารพัดโรค แต่ต้องเก็บตอนเช้ามืดและแกงให้เสร็จภายในวันนั้น จะเก็บล่วงหน้าไม่ได้ มิฉะนั้น สรรพคุณจะไม่ขลัง ปัจจุบันจะมีแกงกันในวันเพ็ญดังกล่าวเฉพาะบ้านผู้รู้เท่านั้น ซึ่งในตำราแพทย์แผนไทย กล่าวว่า ขี้เหล็กแก้ท้องผูก นอนไม่หลับ บำรุงน้ำดี บำรุงโลหิต และทำให้เจริญอาหาร

แกงและกินให้หมดภายในวันเดียว

ส่วนเครื่องปรุง ขี้เหล็กทั้งใบเพสลาด (เพ-สะ-หลาด) ชาวบ้านเรียกว่า ใบฉลาบ (ฉะ-หลาบ) หมายถึง ใบที่ไม่อ่อนจนเกินไป ดอกขี้เหล็ก กะทิ น้ำพริกแกง กุ้งแห้ง ปลาย่าง น้ำปลาร้า เนื้อสัตว์ย่าง น้ำพริกแกงมีส่วนผสมของพริกแห้ง หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ กระชาย เกลือ กะปิ ปลาย่างแกะเอาก้างออก หรือกุ้งแห้งโขลกให้เข้ากัน ถ้าเป็นแม่ครัวหัวป่าก์จากเวียงจันทน์ จะเพิ่มรสของปลาร้า โดยจะรอให้น้ำแกงเดือดพล่านทั่วกันเสียก่อน จึงค่อยเหยาะน้ำปลาร้า

เคี่ยวนานหลายชั่วโมง


วิธีทำ ต้มขี้เหล็กให้หายขม 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง แล้วแต่ชนิดของขี้เหล็ก ถ้ายอดขาวจะขมน้อยกว่ายอดแดง บีบน้ำให้แห้งพักไว้ จากนั้นผัดน้ำพริกแกงกับหัวกะทิจนหอม เติมกะทิทีละน้อยไม่ให้แตกมันมากนัก ใส่หมูย่างหรือปลาย่างลงเคล้าให้เข้ากัน เติมเกลือ เติมหางกะทิลงไปพอเดือด ใส่ขี้เหล็ก เดือดดีแล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ชิมรสตามชอบ แกงขี้เหล็กต้องกะทิข้นหน่อย เค็มนำ เผ็ดน้อยจึงจะอร่อย โดยขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้มจนถึงแกงเสร็จ ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง ขี้เหล็กจึงจะเปื่อยยุ่ยน่ารับประทาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นครชุมชาวนครชุมแกงขี้เหล็กแกงขี้เหล็กวันลอยกระทงยาอายุวัฒนะกำแพงเพชรลอยกระทงวันเพ็ญเดือน12ข่าวภูมิภาค

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้