วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ก้าวทันยุค

ก้าวทันยุค

โดย สหบาท
7 พ.ย. 2557 05:01 น.
  • Share:

วิลเลี่ยม บิล แบรตตัน (William Bill Bratton) ผู้ซึ่งได้รับฉายาจากประชาชนและเพื่อนตำรวจว่า “Top Cop”

แบรตตัน เริ่มต้นอาชีพตำรวจกับกรมตำรวจเมืองบอสตัน (Boston Police Department) จากนั้นได้โอนย้ายมาทำงานที่กรมตำรวจเมืองนิวยอร์ก (New York City Police Department)

ที่เมืองนิวยอร์ก ทำให้เรื่องราวชีวิตของแบรตตัน กลายเป็นตำนาน ในขณะที่เขาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าตำรวจรถไฟ ได้นำ ทฤษฎีหน้าต่างแตก (Broken Windows) มาปรับใช้ จนทำให้รถไฟใต้ดินของเมืองนิวยอร์กกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง

ต่อมาแบรตตันได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจเมืองนิวยอร์ก ได้คิดค้นและนำมาใช้ซึ่งระบบ จัดการข้อมูลอาชญากรรม Compstat จนทำให้อาชญากรรมของทั้งเมืองนิวยอร์กลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภายในระยะเวลาเพียงสองปี

จากความสำเร็จดังกล่าว แบรตตันได้ถูกเชิญมาเป็นหัวหน้าตำรวจของกรมตำรวจเมืองลอสแอนเจลิส และที่ปรึกษาของหน่วยงานตำรวจหลายแห่งทั่วโลก

ปัจจุบันแบรตตันได้รับการรับเชิญให้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจเมืองนิวยอร์กอีกครั้ง

ยุคก่อนหน้าแบรตตัน ตำรวจเน้นจับกุมอย่างเดียว และเน้น ไปที่อาชญากรรมร้ายแรง แต่ในยุคของแบรตตันเปลี่ยนมาใช้หลัก “กลับหลังหัน” (turn around) เน้นไปที่อาชญากรรม เล็กน้อยและความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม

เพราะคดีเล็กน้อยพวกนี้ ก่อให้เกิดความหวาดระแวงในปัญหาอาชญากรรม แบรตตันเริ่มจากหาจุดเสี่ยงอาชญากรรมในเมืองนิวยอร์ก แล้วนำ Community Policing และหลักทฤษฎี “หน้าต่างแตก” ไปแก้ปัญหาที่จุดเสี่ยงอาชญากรรมนั้น จนอาชญากรรมในเมืองนิวยอร์กลดลงอย่างไม่เคยมีมาก่อน

เป็นเสมือนทฤษฎีโลกที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. นำมาเผยแพร่ทดลองใช้ในหน่วยงาน บช.ก.ทำให้เห็นผล จนทำให้ บช.ภ.3 บช.ภ.4 และ บช.น.นำไปใช้ตามมา

ในยุคของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง ผบ.ตร. จึงเริ่มนำทฤษฎี Community Policing มาใช้อย่าง เป็นทางการเป็นครั้งแรก

หวังจะลดอาชญากรรม ให้ประชาชนลดความหวาดระแวงภัย และรักตำรวจมากยิ่งขึ้น.

สหบาท

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้