วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรื่องร้อนๆ ของ “ประยุทธ์” – “อนุพงษ์” : สะท้อนอำนาจทหารในสังคมไทย

เรื่องร้อนๆ ของ “ประยุทธ์” – “อนุพงษ์” : สะท้อนอำนาจทหารในสังคมไทย

  • Share:

เป็นเรื่องฮือฮาไม่น้อยใน Social Media เมื่อสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้นำเรื่องราวเบื้องหลังการขายที่ดินมรดกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาเปิดเผย โดยเฉพาะในประเด็นที่ผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ซื้อที่ดินผืนดังกล่าว บางส่วนมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของบริษัทขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีระดับต้นๆ ของเมืองไทย จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องขอให้นักข่าวหยุดถามเรื่องนี้ พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังนักข่าวว่า เรื่องนี้มีปัญหาอะไร? และผิดกฎหมายตรงไหน?

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอิศรายังได้นำเรื่องราวที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลปัจจุบัน เคยเป็นกรรมการและเป็นผู้ค้ำประกันให้กับบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญาในการจัดกิจกรรมคืนความสุขให้กับประชาชน ที่ จ.นนทบุรี มาเปิดเผย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา


โดยล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ ออกมายอมรับว่า ได้ไปเป็นการกรรมการบริษัทดังกล่าวจริง เพราะต้องการที่จะมีธุรกิจของตนเองหลังเกษียณอายุราชการ แต่ยังไม่ได้นำเงินไปลงทุนในบริษัทดังกล่าว และพร้อมจะลาออกจากตำแหน่ง หากพบว่าได้ทำอะไรเสียหายร้ายแรง จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล

ปรากฎการณ์การซื้อขายที่ดินมรดกของ พล.อ.ประยุทธ์ และการเข้าไปเป็นกรรมการบริษัท รวมทั้งทำสัญญาค้ำประกันบริษัทที่ได้รับการว่าจ้างให้จัดงานคืนความสุขฯ ของ จ.นนทบุรี ถือเป็นเพียงตัวอย่างของสายสัมพันธ์ระหว่างทหารกับนักธุรกิจที่มีต่อกันมาช้านาน

ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 ทหารได้เข้ามามีบทบาทในการเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในครั้งนั้น เป็นความร่วมมือกันระหว่างข้าราชการทหาร นำโดย พ.อ.พระยาพหลพลหยุหเสนา และข้าราชการพลเรือน นำโดย นายปรีดี พนมยงค์

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็เกิดการรัฐประหารช่วงชิงอำนาจกันไปมาหลายครั้ง จนกระทั่ง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้กระทำการรัฐประหารเมื่อปี 2501 และอยู่ในอำนาจยาวนานถึง 5 ปี จนถึงแก่อสัญกรรม โดยมี จอมพลถนอม กิตติขจร เข้ามารับช่วงต่อ และอยู่ในอำนาจถึงเดือนตุลาคม 2516

ตลอดระยะเวลาดังกล่าว การทำรัฐประหารหลายครั้ง ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เพราะถือว่าทหารเข้ามาช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ที่ถือเป็นวิกฤติของประเทศ แต่การอยู่ในอำนาจนานเกินไป ก็มักนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ผิด เพราะทหารจะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินโดยปราศจากกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล จนเกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันตามมา

ขณะเดียวกัน บทเรียนในอดีตก็ชี้ให้เห็นว่า ความพยายามที่จะสืบทอดอำนาจของทหารภายหลังการรัฐประหาร ก็มักจะนำไปสู่ความไม่พอใจของประชาชน ที่อยากเห็นประเทศชาติกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย และเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17-20 พ.ค. 2535 ก็เป็นอุทาหรณ์ว่า ปากกระบอกปืนไม่สามารถที่จะเอาชนะพลังอันบริสุทธิ์ของประชาชนได้

หลังเหตุการณ์คราวนั้น ทหารกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาประชาชน ทำให้ทหารจำนวนมากไม่กล้าแต่งเครื่องแบบทหารออกมาเดินในที่สาธารณะได้ เพราะจะมีประชาชนเข้ามารุมด่าทออยู่ตลอดเวลา กว่าจะกู้ภาพลักษณ์ที่ดีของทหารกลับมา ต้องใช้เวลาอยู่หลายปี

ในที่สุดความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองที่ไม่ยอมลดราวาศอกต่อกัน กลายเป็นเงื่อนไขในการสร้างความชอบธรรมให้ทหารเข้ามาแทรกแซงได้อีก ในการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 และ 22 พ.ค. 2557

ปรากฏการณ์เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า ทหารยังคงมีบทบาทในสังคมไทยเรื่อยมา แม้ว่าในระยะหลัง เราจะเห็นทหารที่มีความคิดเป็นประชาธิปไตย และไม่เชื่อว่าการรัฐประหารจะช่วยแก้ปัญหาทางการเมืองของประเทศไทยได้

ดังนั้น ด้วยอำนาจบารมีของทหารที่มีอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน ทำให้พ่อค้านักธุรกิจต้องพยายามเข้ามาสร้างความสัมพันธ์กับนายทหารตั้งแต่ยังอยู่ในราชการทหาร เพราะเชื่อว่าอำนาจบารมีของนายทหารเหล่านี้ จะช่วยเป็นเกราะป้องกันไม่ให้นักการเมืองเข้ามาข่มขู่ รีดไถ จนทำให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา


การตอบแทนที่พ่อค้านักธุรกิจมีให้แก่นายทหารขณะที่ยังอยู่ในราชการ มักจะมาในลักษณะของการบริจาคเงินช่วยเหลือการจัดกิจกรรมของหน่วยทหารต่างๆ หรือการดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งที่ไปงานราชการและในฐานะส่วนตัว และเมื่อนายทหารเหล่านี้เกษียณอายุราชการแล้ว ก็มักจะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในบริษัทต่างๆ ทั้งที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีค่าตอบแทนเป็นเงินปันผลและเบี้ยประชุม

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นชื่อของนายทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ปรากฏอยู่ในรายชื่อของกรรมการบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ทั้งๆ ที่นายทหารเหล่านั้น อาจจะไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวข้องกับบริษัทนั้นๆ เลยก็เป็นได้

ส่วนสายสัมพันธ์ระหว่างนายทหารและพ่อค้านักธุรกิจที่ว่านี้ จะนำไปสู่การกระทำที่ละเมิดกฎหมาย โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ หรือไม่ ก็จำเป็นที่ผู้กล่าวหาจะต้องมีพยานหลักฐานแน่นหนาเพียงพอ ที่จะเอาผิดกับผู้กระทำ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิสูจน์กันในทางกฎหมายต่อไป...

ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
Twitter: @chavarong
mailto:chavarong@thairath.co.th

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้