วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คำตอบมาไวกว่าที่คิด

คำตอบมาไวกว่าที่คิด

  • Share:

ต้นตำรับเรื่องเจ้าพิธีอยู่แล้ว

ถือเป็นแนวสไตล์ส่วนตัวของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้นำกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระแก้ว อันได้แก่ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสยามเทวาธิราช ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ก่อนเข้าสักการะศาลหลักเมือง

เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่

และไฮไลต์อยู่ที่การนำทีม “อรหันต์ทองคำ” กล่าวคำปฏิญาณตนต่อหน้าพระแก้วมรกต

“จะจัดทำรัฐธรรมนูญด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรม เป็นกลาง ปราศจากอคติจงรัก ภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประโยชน์ของประชาชนอย่างสูงสุด”

ขีดเส้นใต้เฉพาะ “เป็นกลาง ปราศจากอคติ”

ตรงนี้แหละคือเงื่อนไขท้าทายที่สุด เพราะโฟกัสหน้าตา 36 อรหันต์ทองคำที่ออกมา ส่วนใหญ่ก็หน้าคุ้นๆเคยอยู่บนเวทีม็อบ กปปส. หรือไม่ก็แนวร่วมม็อบพันธมิตรฯ

ติดยี่ห้อพวกแบ่งฝ่าย เลือกข้างชัดเจนมาแล้ว

และที่มองกันว่า ฝ่ายคุมเกมจะล็อกข้อสอบให้นายบวรศักดิ์มาคุมแถวซ้ายหันขวาหัน เป็นตราประทับให้ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปตามพิมพ์เขียวท็อปบูตไปถึงเป้าหมาย

มันคงไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆอย่างที่มโนกันไว้

ตามรูปการณ์แบบที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช. บอกเป็นนัย บรรดา “35 อรหันต์ทองคำ” ล้วนแต่พวกดีเด่นดัง

คงไม่ได้สั่งซ้ายหันขวาหันกันได้ง่ายๆแน่

และก็เปิดหัวประเดิมต้อนรับ “36 อรหันต์ทองคำ” ตั้งแต่วันแรกเลยก็แล้วกัน ตามเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รีบออกมาดักคอแนวคิดทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ

น่าจะแก้ปัญหาไม่ได้อย่างที่คิด

“อภิสิทธิ์” ชิงตีกัน ตามกระแสแว่วๆ โมเดลใหม่จะมีทั้งการจำกัดวาระ ส.ส.ไม่เกิน 2สมัย นายกฯมาจากการลากตั้ง ที่สำคัญคือล้างบางนักการเมืองพันธุ์เก่าที่มีส่วนลากประเทศเข้าสู่วิกฤติ

ถ่วงหม้อไม่ให้ผุดให้เกิดกันอีกเลย

แต่อย่างไรก็ตาม โดยท่าทีล่าสุด นายบวรศักดิ์ก็ยืนยันว่าสิ่งที่สำคัญในการออกแบบกติการัฐธรรมนูญใหม่ ต้องรับฟังความเห็นจากพรรคการเมืองทุกพรรคด้วย

และแน่นอน งานนี้น่าจะเป็นภารกิจหนักๆของ “ตัวช่วย”อย่างนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ คู่หู “นิติฯจุฬา” ของนายบวรศักดิ์ ในฐานะบิ๊กเนมการเมืองผู้มากคอนเนกชั่น

ต้องมีส่วนสำคัญในการจูนแรงเสียดทานจากนักเลือกตั้งอาชีพทุกป้อมค่าย

ภายใต้บรรยากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก สัญญาณร้อนตั้งแต่เริ่มต้อนรับ “36 อรหันต์ทองคำ”

ล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหัวหน้า คสช.ต้อง “งัดไม้ตาย” ด้วยการขู่ใช้มาตรา 44 ว่าด้วยอำนาจเด็ดขาดในกำมือของหัวหน้า คสช.มากำราบคลื่นใต้น้ำ

เป็นอารมณ์ต่อเนื่องติดๆกันหลายช็อต

ไล่ตั้งแต่ขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ให้นำเสนอภาพข่าวความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เพื่อทำให้บรรยากาศไปสู่ความปรองดอง ต่อด้วยการขอร้องแกมกำชับให้สื่อมวลชนเลิกใช้คำ “ฮึ่ม–โว–ฟุ้ง–ปัด–ตีปี๊บ” ส่อความหมายในเชิงลบในสายตาประชาชน แสลงหูผู้นำ

ขณะที่พี่ใหญ่อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ก็ชักน้ำเสียงเข้มใส่นักการเมืองที่เริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หากขัดแย้งกับความมั่นคงของรัฐ ทำให้รัฐบาลทำงานต่อไม่ได้

ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่สามารถยอมรับได้ ต้องเรียกมาคุยกัน

นี่แค่เงื่อนไขที่โยงกับปมถอดถอนที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเครือข่ายอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่ในข่ายโดนถอนรากถอนโคน คสช.ยังโดนแรงเสียดทานพุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทุกทาง

นับประสาอะไรกับปมรัฐธรรมนูญใหม่ที่โยงเดิมพันสูงกับทุกฝ่าย

สุดท้าย มันก็คือคำตอบ ทำไมต้องมีมาตรา 44 ล็อกไว้อีกชั้น.


ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้