ฝรั่งดอดซื้อ!!

ข่าว

    ฝรั่งดอดซื้อ!!

    อินเด็กซ์ 51

      6 พ.ย. 2557 05:01 น.

      ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 พ.ย.57 ปิดที่ 1,577.40 จุด ลดลง 7.75 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 56,714.31 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,460.35 ล้านบาท

      หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด AKR ปิด 2.66 บาท บวก 0.36 บาท, SCB ปิด 186.00 บาท บวก 2 บาท, BBL ปิด 199.50 บาท บวก 0.50 บาท, CGD-W3 ปิด 1.20 บาท บวก 0.16 บาท, GEL ปิด 1 บาท บวก 0.03 บาท

      “ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินดัชนีหุ้นไทยปี 58 จะขึ้นไปได้ถึงระดับ 1,700-1,750 จุดได้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการลงทุนภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่จะมีการอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบ ส่งผลให้มีการลงทุนเกิดขึ้นตามมาจากภาคเอกชน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้โตขึ้น

      แต่ยังมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นกลางปีหน้าและเศรษฐกิจยุโรปที่ยังไม่มีท่าทีฟื้นตัว ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติ มีแนวโน้มไหลออก แต่เชื่อว่าหากการลงทุนภาครัฐเกิดขึ้นจริง จะดึงดูดต่างชาติให้กลับมาลงทุนได้ ขณะที่การที่ญี่ปุ่นใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE) โดยอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากกรณีนี้

      นอกจากนี้ คาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนปี 58 จะโตได้ 12-15% เพราะ BOI ได้อนุมัติโครงการลงทุนจำนวนมาก โดยกลุ่มที่จะได้ผลดีจาก BOI ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์, ค้าปลีก และธุรกิจอาหาร!!

      ขณะที่ “เผดิมภพ สงเคราะห์” กรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย คาดหุ้นไทยต้นปี 58 มีโอกาสปรับเพิ่มไปถึง 1,720 จุด มีแรงขับเคลื่อนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้นหากรัฐออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้กำลังซื้อกลับมาดีขึ้น โดยมองกำไรบริษัทจดทะเบียนปี 58 จะโตได้มากกว่า 16% ส่วนปัจจัยเสี่ยงปีหน้าคือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯที่จะทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลออก

      ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ แนะลงทุนหุ้นรับเหมาฯที่จะได้ประโยชน์จากโครงการก่อสร้างของรัฐบาล เช่น CK และ ITD หุ้นกลุ่มพลังงานทดแทน เช่น BCP ซึ่งได้ผลบวกจากการปรับขึ้นของค่าการกลั่นและหุ้นสื่อสารจ่ายปันผลดีสม่ำเสมอเหมาะแก่การลงทุนยาว INTUCH และ ADVANC

      นอกจากนี้ ยังแนะให้เข้าลงทุนช่วงกลาง พ.ย. ซึ่งตามสถิติย้อนหลัง พ.ย.เป็นเดือนที่ตลาดปรับตัวลง ถือเป็นโอกาสในการซื้อสะสม เพื่อรอจังหวะขายทำกำไรช่วง ธ.ค. เพราะเป็นเดือนที่ตลาดปรับตัวขึ้นมากจากแรงซื้อของกองทุน LTF.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13:31 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์