วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รวบหนุ่มอ้างฝากงานกรมป่าไม้ได้ ตุ๋นชาวบ้านสูญเฉียดแสน

รวบหนุ่มอ้างฝากงานกรมป่าไม้ได้ ตุ๋นชาวบ้านสูญเฉียดแสน

  • Share:

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุมหนุ่มอ้างเส้นใหญ่ ออกอุบายว่าสามารถพาเข้าทำงานในกรมป่าไม้ได้ เบื้องต้นมีผู้เสียหาย 3 ราย สูญเงินกว่า 9 หมื่นบาท

จากกรณีเมื่อวานที่ผ่านมา นายกฤษดา จันทร์โท หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.20 วังชมพู ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีนายพิชัยยุทธ เทพประสิทธิ์ ผู้ต้องหามาแสดงตนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้สังกัดหน่วยพยัคฆ์ไพรเพชรบูรณ์ได้มาติดต่อกับผู้เสียหายสองรายว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่สนใจเข้ารับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่อำเภอหนองไผ่ได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องนำเงินมาชำระเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือรายละ 30,000 บาท ชาวบ้านที่หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจำนวนสองราย จึงตกลงจ่ายเงินให้แก่นายพิชัยยุทธ ไปรายละ 30,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 60,000 บาท

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 .พ.ย. นายกฤษดา เปิดเผยว่า ได้ควบคุมตัวนายพิชัยยุทธ เทพประสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 181/1 หมู่ 1 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ส่ง ร.ต.ท.สานิด สันนิบาด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบูรณ์ เพื่อขอให้สอบสวนดำเนินคดีนายพิชัยยุทธ ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งตนได้ร่วมมือกับผู้เสียหายทั้งสองและเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำตู้ยามห้วยสะแก ดำเนินการซ้อนแผน โดยการแจ้งให้นายพิชัยยุทธ มารับเงินจากเหยื่อรายที่สามที่สนใจจะให้นายพิชัยยุทธช่วยเหลือ โดยได้นัดชำระเงินกันที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งกลางดึกนายพิชัยยุทธได้มาตามนัดเพื่อรับเงินจำนวน 30,000 บาท ตนจึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้และสอบถามต้นสังกัดและบัตรประจำตัวจากนายพิชัยยุทธ ทำให้นายพิชัยยุทธถึงกับถอดสีหน้าและรับสารภาพว่า ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้แต่อย่างใด

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในรถยนต์ของนายพิชัยยุทธ พบเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และสมุดโน้ตระบุว่าสังกัดหน่วยพยัคฆ์ไพร จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี ในข้อหาฉ้อโกง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดฝากขังทันที ขณะที่วันเดียวกันได้มีนายสงกา น้อยวัน อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่12 ต.วังชมพู ผู้เสียหายคนล่าสุดได้ทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ได้นำภาพถ่ายไปสอบถามคนในหมู่บ้าน ทำให้ทราบว่านายพิชัยยุทธถูกจับกุมจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ตนได้รู้จักกับนายพิชัยยุทธเมื่อหลายปีก่อน โดยนายพิชัยยุทธเคยทำงานเป็นลูกจ้างปลูกป่าด้วยกัน กระทั่งมาพบอีกครั้งเมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมาในชุดเครื่องแบบป่าไม้สีดำ โดยนายพิชัยยุทธได้อ้างว่าจะช่วยเหลือให้บุตรหลานได้เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ แต่มีค่าใช้จ่ายรายละ 15,000 บาท ตนจึงได้ทยอยโอนเงินผ่านธนาคารจ่ายเงินให้นายพิชัยยุทธช่วยเหลือบุตรชายเป็นจำนวน 25,000 บาท และคงค้างชำระอีก 5,000 บาท

ด้านนายกฤษดา กล่าวว่า ประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่หลอกว่าจะช่วยเหลือเข้ารับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้สูญเสียทรัพย์สินให้แก่มิจฉาชีพเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้