วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
3 ปัจจัยเสี่ยงท้องอืดเรื้อรัง ของคนตามใจปาก

3 ปัจจัยเสี่ยงท้องอืดเรื้อรัง ของคนตามใจปาก

  • Share:


เวลาเห็นอาหารน่าทาน มันก็ยากที่จะห้ามใจตัวเองได้ ยิ่งเจอเมนูสุดโปรดด้วยแล้ว อาการตามใจปากก็จะมีมากขึ้น หากไม่ควบคุมพฤติกรรมการกินให้อยู่ในกรอบ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และการดำเนินชีวิตมากขึ้นตามไปด้วย

การวางกรอบให้ตัวเองในการกินอาหาร อาจดูเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม แต่จริงๆ แล้วถือเป็นปัจจัยเริ่มต้นของการดูแล รักษาสุขภาพได้ดีที่สุด โดยเฉพาะพฤติกรรมประเภทกินเยอะ กินถี่ กินเร็ว รวมทั้งกินอาหารที่ช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้เติบโต และเครื่องดื่มที่มีก๊าซ เพราะจะทำให้เกิดภาวะอยู่ 3 อย่างคือ ปริมาณแบคทีเรียในลำไส้มากเกินไป, ภาวะขาดเอนไซม์ย่อยนม และโรคลำไส้แปรปรวน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคท้องอืดเรื้อรังนั่นเอง

ทั้งนี้ อาการของผู้ที่มีภาวะดังกล่าว นพ.สุขประเสริฐ จุฑาก่อเกียรติ อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี ได้อธิบายว่า ผู้ป่วยเหล่านี้แรกเริ่มจะมีอาการอืดอัด แน่นท้อง เรอบ่อย หลังทานอาหาร อีกทั้งจะผายลมบ่อย และท้องโตเป็นพักๆ ซึ่งผู้ป่วยเองอาจคิดว่าแค่ซื้อยาลดกรดมาทานก็หาย แต่จริงๆ แล้วควรรีบปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อไม่ให้อาการรุนแรงมากไปกว่าเดิม

สำหรับการตรวจรักษาก็ไม่มีความซับซ้อน แพทย์จะเริ่มวินิจฉัยโดยใช้เครื่องตรวจลมหายใจ (Breath test) เพื่อหาก๊าซไฮโดรเจน และมีเทน ทำหน้าที่ผลิตแบคทีเรียในทางเดินอาหาร โดยขั้นตอนนี้จะต้องลดน้ำและอาหารก่อน 12 ชั่วโมง จากนั้นจะให้ผู้ป่วยทานสารที่ใช้ในการตรวจแยกโรคว่าจริงๆ แล้วเกิดจากภาวะใดใน 3 ปัจจัย จากนั้นจะให้ผู้ป่วยเป่าลมหายใจ ใส่ในถุงทุกๆ 15 นาที จนครบ 120 นาที และนำผลไปวิเคราะห์

เมื่อแพทย์วินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยก็จะรู้ว่าอาการท้องอืดเรื้อรังที่เป็นนั้นเกิดจากปัจจัยไหน เช่น ภาวะแบคทีเรียในลำไส้มากเกินไป รักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดเชื้อในลำไส้ ร่วมกับการปรับให้ยาเคลื่อนไหวลำไส้ และเลี่ยงการทานอาหารบางประเภทเช่น กระเทียม แอปเปิล หอม ถั่ว กะหล่ำ น้ำเชื่อมเข้มข้น ลูกพรุน มะม่วง และน้ำตาลเทียม เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวเร่งให้แบคทีเรียเจริญเติบโตมากขึ้น ในส่วนของภาวะขาดเอนไซม์ย่อยนมนั้น ต้องงดอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด ทั้งชีส โยเกิร์ต วิปครีม ฯลฯ

การใส่ใจในเรื่องการทานอาหาร และรู้จักควบคุมตัวเองไม่ให้เผลอใจไปง่ายๆ ถ้าเราทำได้ก็จะไม่เป็นโรคท้องอืด หลายคนอาจมองว่าเป็นแล้วเดี๋ยวก็หาย เพราะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่ก็สร้างความอึดอัดอยู่ไม่น้อยและมีอาการเรื้อรังได้ และที่สำคัญ ถ้าเรายังมีพฤติกรรมการกินแบบเดิมๆ นอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคท้องอืดเรื้อรังแล้ว อาจส่งผลต่อการเกิดโรคอื่นๆตามมาเช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ซึ่งการรักษาก็จะกินระยะเวลามากขึ้น การป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ อย่าตามใจปากนั่นเอง

นพ.สุขประเสริฐ จุฑาก่อเกียรติ 
อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ
โรงพยาบาลเวชธานี

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้