วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“คำตอบ” มาจากผลแห่งการกระทำ

“คำตอบ” มาจากผลแห่งการกระทำ

โดย สายล่อฟ้า
6 พ.ย. 2557 05:00 น.
  • Share:

ปรากฏการณ์ “แม้ว–ปู” ระหว่างเดินทางไปพักผ่อนที่ญี่ปุ่น–จีน จนเป็นข่าวและภาพออกเป็นรายวันตามสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์และทีวีจนสามารถชิงพื้นที่ข่าวรัฐบาล คสช.ไปหลายวัน คงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. หงุดหงิดไม่น้อย

จนต้องออกมาปรามๆสื่อว่า อย่าไปเสนอข่าว ถ้าใครทำผิดกฎหมายก็อย่าไปเสนอภาพคนที่ทำผิดกฎหมายก็จบแล้ว

“แล้วเสนอทำไมกัน”

และกล่าวต่อด้วยว่า วันนี้อยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนว่าอะไรที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมอย่าเพิ่งไปนำเสนอ จะเห็นได้ว่าไม่ได้ห้ามปรามใคร เพราะยังไม่มีการตัดสินอย่างชัดเจนถ้ามันมีคดีความอยู่แล้วขอให้สื่อช่วยลดการนำเสนอลงหน่อย

เพราะเมื่อมีการนำเสนอขึ้นมาจะมีคนมาเปรียบเทียบว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำอะไร ถ้าช่วยกันไม่เสนอข่าวก็เบาลง

นั่นเป็นมุมมองของผู้มีอำนาจเต็มๆในประเทศนี้

ว่าที่จริงแล้วการนำเสนอทั้งภาพและข่าวบุคคลทั้ง 2 นั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจาก เมื่อ “คนเป็นข่าว” ย่อมได้รับความสนใจจากประชาชน ในฐานะคนทำสื่อก็ย่อมต้องเสนอเพื่อสนองความต้องการของผู้อ่าน-ผู้ชม

ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่ไม่ได้กระทำผิดกฎหมายหรือกำลังมีคดีความอยู่ก็ตาม ซึ่งมุมมองอาจจะแตกต่างกันได้ในประเด็นนี้

หรืออย่างที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่เมืองจีนระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ที่นั่นพอดี

ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยข่าวหรืออะไรก็ตามผู้คนในสังคมก็ย่อมมองไปได้ว่าจะมีการพบปะกันหรือไม่ก็ตาม

เมื่อไม่ได้พบกันก็ได้บอกกล่าวให้สังคมได้รับรู้ไปแล้วก็จบกันไปมันก็เท่านั้น อย่าไปเอามาเป็นประเด็นจนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น

ที่เป็นอย่างนี้มันอยู่ที่ท่าทีของ คสช. มากกว่าว่าคิดอย่างไรกับกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มากกว่า

เนื่องจากวันนี้เกิดความสงสัยกันว่า คสช. ที่บอกผู้กระทำผิดกฎหมายก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

นั่นเป็นแนวคิดของ คสช. มาตั้งแต่เรื่องเข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศและดูเหมือนว่าจะเดินตามแนวทางนี้มาตลอด

มุมหนึ่งอาจคิดว่าวิธีการแบบนี้จะนำไปสู่ความปรองดองได้

อีกมุมหนึ่งอาจจะตั้งคำถามได้ว่า “ซูเอี๋ย” กันหรือเปล่า

เมื่อคิดต่างกันอย่างนี้ทำให้เกิดความรู้สึกที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถอดถอน ไม่ว่าจะมีกรณีของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนฯ หรือนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา

หรือแม้แต่กรณีของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ตาม

เพราะมีการมองกันไปที่ สนช. ซึ่ง คสช.เป็นผู้แต่งตั้งหรือจะพูดว่าสั่งซ้ายหันขวาหันได้ โดยที่มีทหารเป็นเสียงข้างมากท่าทีของ สนช.ต่อกรณีนี้จึงมิอาจมองไปเป็นอย่างอื่นได้ว่าการที่มีความเคลื่อนไหวในลักษณะที่ว่าจะยกยอดให้จำเลยพ้นผิด

แต่พวกที่เห็นว่าเมื่อกระทำผิดก็จะต้องดำเนินการในขั้นตอนการถอดถอน แต่ท่าทีของ สนช.ออกมาในลักษณะนี้

แล้วจะให้พวกเขาคิดอย่างไร ประเด็นมันก็อยู่ตรงนี้แหละครับ...

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้