ถ้า “คนรวย” ใจบุญ อย่าห่วงปัญหา “ช่องว่าง”

ข่าว

    ถ้า “คนรวย” ใจบุญ อย่าห่วงปัญหา “ช่องว่าง”

    ซูม

      6 พ.ย. 2557 05:00 น.

      เมื่อวันที่ผมไปลอยเรือชมวัดต่างๆในงานเทศกาล “สายน้ำแห่งวัฒนธรรม 2557” เสาร์ที่แล้วได้มีโอกาสสอบถามแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า สปอนเซอร์หลักที่ทุ่มเงินสนับสนุนงานนี้มีใครบ้าง

      คำตอบที่ได้รับก็คือ ทุกๆภาคเอกชนเกือบ 20 เจ้า ล้วนมีส่วนในการเจียดจ่ายงบประมาณมาช่วยงานมากบ้างน้อยบ้าง...หรือที่ไม่จ่ายเป็นตัวเงินก็ให้เป็น บริการ ต่างๆ ซึ่งก็ทำให้คณะกรรมการจัดงานสามารถประหยัดเงินสดที่จะต้องจ่ายลงได้จำนวนมาก

      ส่วนเจ้ามือใหญ่ก็เป็นอย่างที่คาดไว้คือ ไทยเบฟ หรือเครื่องดื่ม ตราช้าง ที่ควักทุนเพื่อการนี้ถึง 40 ล้านบาท

      โดยเฉพาะการใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่จัดขึ้นตามวัดสำคัญๆ ทั้ง 4 วัด ไม่ว่าจะเป็นค่าประดับประดาไฟฟ้า ค่ากิจกรรมการแสดง ค่าหนังกลางแปลง ค่างิ้ว ฯลฯ เป็นต้น

      ผมฟังแล้วก็กลับไปนึกถึงวิถีการอยู่ร่วมกันของสังคมในประเทศพัฒนาสูงสุดของโลกประเทศหนึ่ง

      สหรัฐอเมริกา หรือเมืองลุงแซมที่เรารู้จักกันดีนี่แหละครับ

      ผมเคยเขียนแล้วว่า ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนของสหรัฐฯยังคงถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดคนยากจนสหรัฐฯก็ยังมีสูงถึง 45 ล้านคน

      ถามว่าเมื่อช่องว่างถ่างขึ้นเรื่อยๆเช่นนี้ ที่โน่นมีปัญหาสังคมไหม? มีความขัดแย้งไหม? มีความเคียดแค้นชิงชังจากคนยากจนบ้างไหม?

      คำตอบก็คือมีอยู่บ้าง แต่จะเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ เป็นจุดๆ มีการประท้วงหรือมีการใช้ความรุนแรงในบางพื้นที่เท่านั้น

      ทว่าในภาพรวม บอกได้เลยว่าสหรัฐฯยังเอาอยู่ และสถานการณ์ที่รุนแรงสุดๆหรือรุนแรงมาก เช่น การก่อจลาจลวุ่นวายทั้งบ้านทั้งเมือง หรือการลุกฮือขึ้นมาเพื่อจะโค่นล้มระบอบทุนนิยมยังไม่มี...

      เหตุเพราะสหรัฐฯเขามีระบบในการดูแลคนจนให้พอมีชีวิตอยู่ได้มีบ้านอยู่อาศัย มีเครื่องนุ่งห่มกันหนาว และดูแลเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย

      มีระบบแจกแสตมป์แลกอาหาร มีระบบประกันสังคมช่วยคนตกงาน และมีระบบธนาคารอาหาร หรือ Food Bank คอยช่วยคนจนที่ไม่มีกินให้ได้มีกินโดยไม่อดตาย ฯลฯ

      เงินที่ใช้เพื่อการนี้ ส่วนใหญ่มาจากงบของรัฐบาล แต่ก็ไม่น้อยเลยที่มาจากการบริจาคของเศรษฐีและคนร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้ ทั้งบริจาคตรงและบริจาคผ่านมูลนิธิการกุศลที่เขาจัดตั้งขึ้น

      โดยเฉพาะคนรวยๆระดับอัครมหาเศรษฐีนั้น เขาควักจ่ายเพื่อการกุศลปีละมากๆ ไม่ว่าจะเป็น วอร์เรน บัฟเฟต์ ไม่ว่าจะเป็น บิลล์ เกตส์ และภรรยา หรือแม้แต่ นาย จอร์จ โซรอส ที่เราเคยได้ยินฉายาว่า “พ่อมดการเงิน” ฟังดูเหมือนคนโหดร้ายก็ยังควักจ่ายเพื่อการกุศลปีละ 300 กว่าล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็ปีละเกือบ 10,000 ล้านบาท

      ตัวเลขล่าสุดบอกว่า อัครมหาเศรษฐีสหรัฐฯจะจ่ายเงินประมาณร้อยละ 10 ของรายได้แต่ละปีของพวกเขาเพื่อการกุศลต่างๆ นี่แหละครับที่ทำให้สังคมที่มีช่องว่างไม่น้อยเลยอย่างสหรัฐอเมริกายังคงอยู่ได้อย่างสงบสุขในภาพรวมในทุกวันนี้

      ผมคิดว่าสูตรนี้น่าจะเป็นสูตรที่ดีที่ประเทศไทยของเราจะนำมาใช้ต่อไป...คือการขอร้องหรือชักชวนคนรวยในบ้านเราให้หันมาบริจาคหรือทำอะไรก็ได้ที่เป็นการช่วยเหลือคนจนมากขึ้น

      ที่แล้วมาเราก็ทำกันอยู่พอสมควร แต่จะต้องทำมากกว่านี้ครับ

      ถ้าไม่จ่ายเพื่อการกุศล ก็จ่ายอย่างไทยเบฟฯนี่แหละ คือควักออกมาเลย 40 ล้านบาท ช่วยจัดงานที่จะเป็นประโยชน์ยิ่งต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งจะมีผลต่อการจ้างงานและเพิ่มรายได้คนไทยในอนาคต

      ผมเชื่อที่คุณ โทมัส พิคเก็ตตี้ เขียนไว้ในหนังสือขายดีระดับโลก “Capital in The Twenty-First Century” ครับว่า หากโลกยังเดินหน้าในระบอบทุนนิยม “ช่องว่าง” ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ

      แต่โลกนี้ก็คงยากที่จะไปสู่ระบบอื่นๆ และยังต้องเดินหน้าในระบบทุนนิยมต่อไป

      ทางแก้หรือทางผ่อนปรนปัญหาช่องว่างจึงอยู่ที่คนรวยของโลกและของประเทศต่างๆที่จะต้องควักเงินออกมาเพื่อใช้จ่ายช่วยเหลือคนจนในทางใดทางหนึ่งดังตัวอย่างข้างต้น

      คำว่าประเทศต่างๆที่ว่านี้ รวมถึงประเทศไทยเราด้วยนะครับ...

      ถ้าคนรวยของเรายังเห็นแก่ตัว ยังไม่รู้หน้าที่ ยังไม่รู้สำนึก...ผมไม่อยากใช้คำนี้เลย แต่ก็คงต้องใช้ครับ ว่าอนาคตข้างหน้าของประเทศไทยจะตกอยู่ในภาวะ “อันตราย”.

      “ซูม”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09:58 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์