วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตำราศรีทะนนไชย

ตำราศรีทะนนไชย

  • Share:

ได้ยินแว่วๆเข้าหู เด็กนักเรียนชั้น ป.3 ปีนี้ อ่านหนังสือไทยไม่ได้ 3 หมื่น 5 พันคน อ่านไม่คล่อง 2 แสนคน...นี่คือปัญหาของระบบการศึกษา ที่เถียงกันมานานว่า เด็กโง่หรือผู้ใหญ่โง่

ครูอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ นั่งถกกับคุณจอมขวัญ รายการคมชัดลึก... ได้ความว่า เนื้อหาในตำราสอน หนักเกินไป ครูบางคนก็สอนไม่เป็น พอสรุปได้ ผู้ใหญ่มีปัญหาพาเด็กโง่

เด็กรุ่นผม เริ่มเรียนตอน 8 ขวบ ชั้น ป.เตรียม...หัดอ่าน ก.ขอ ก.กา สะกด แม่กง แม่กน ได้ไม่ทันถึงปี ก็อ่านนิทานอีสป เช่นราชสีห์กับหนู ลาโง่กินน้ำค้าง ฯลฯ ได้ตั้งหลายเรื่อง

ผมถามเด็กรุ่นลูก เธอไม่ได้หัดอ่าน แบบเรียนเร็วใหม่ เล่ม ป้ากะปู่ กู้อีจู้ แต่หัดอ่านหนังสือชื่อ ดรุณศึกษา

เด็กคนนี้ ได้เรียนโรงเรียนฝรั่งเพราะใกล้บ้าน

เอนก นาวิกมูล เขียนไว้ในหนังสือ เก็บตกกรุงสยาม (สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช) ว่า ดรุณศึกษา เป็นหนังสือเรียนรุ่นเก่า เจษฎาจารย์ ฟ.ฮีแลร์ แต่งไว้สอนเด็ก ตั้งแต่ พ.ศ.2553 ตอนนี้ก็ยังมีหลายโรงเรียนฝรั่ง ใช้สอนเด็กอยู่

บทที่ 44 มีนิทานให้เด็กหัดอ่าน ชื่อเรื่อง อนุญาตให้ปด ต่อไปนี้เป็นสำนวนอาจารย์ ฟ.ฮีแลร์ ลองอ่านกันดู

ท่านปู่ย่าตายายผู้ใหญ่แต่ก่อน เล่าให้ญาติพี่น้องฟังสืบๆกันมาว่า พระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อนองค์หนึ่ง วันหนึ่ง ไม่สู้สบายพระทัย จะใคร่เที่ยวทอดพระเนตรอะไรๆเล่นบ้างพอสำราญ

จึงเสด็จพระยากุญชรช้างที่นั่ง มีหญิงชายข้าราชการขึ้นยวดยานตามเสด็จไปด้วยมาก เที่ยวประพาสอยู่จนเบิกบานพระทัย แล้วเมื่อจะกลับ ยังกำลังประทับยืนช้างพระที่นั่งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าพระลาน

แลเห็นศรีทะนนไชย คนฉลาดมีปัญญาพูดจาหลักแหลมเฝ้าอยู่ที่นั่นด้วย

จึงทรงดำริว่า “อ้ายศรีทะนนไชย มันเป็นคนมีปัญญาเฉลียวฉลาด เคยคิดแก้ตัวได้มาหลายครั้งแล้ว คราวนี้จะให้มันจนแก่ปัญญาจงได้” สำคัญพระทัยว่า มันคงสิ้นแต้มเป็นแน่

จึงตรัสว่า “เฮ้ย! อ้ายศรีทะนนไชย มึงเคยพูดมายาโป้ปดดีกว่าใคร คราวนี้มึงจงอุบายโกหก ให้กูลงจากคอช้างให้ได้ ถ้าไม่ได้ ก็จะลงอาญาจำคุกมึง” ศรีทะนนไชยถวายบังคม แล้วทูลสนองพระบัญชาว่า

“ขอเดชะ! ควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรดเกล้า ข้าพระพุทธเจ้ากลัวจะผิดพระราชบัญญัติ บทที่ว่า โกหกเจ้าโกหกนายเป็นโทษ พุทธเจ้าข้า” “เอาเถอะ ไม่เป็นไร กูอนุญาตให้”

“ขอเดชะ ทรงโปรดพระราชทานอนุญาตแล้ว ก็พอทำได้แต่จะทูลปดให้เสด็จลงจากคอช้างนั้นไม่ได้ ถ้าพระองค์จะลงประทับอยู่ข้างล่างแล้ว และทูลปดให้เสด็จขึ้นขี่ช้างดังนี้ พอจะทำได้ พุทธเจ้าค่ะ”

สมเด็จพระมหากษัตริย์ ทรงดำริว่า “ถ้าเราลงอยู่ข้างล่างแล้วถึงมันจะพูดอย่างไรๆ ก็จะไม่ขี่ช้างกลับเข้าวังในวันนี้เลย จะลงเรือกัญญา ขี่ม้าขี่วอกลับก็ได้ ครั้งนี้อ้ายศรีทะนนไชย คงไม่พ้นอาญาเสียแล้ว”

เมื่อตั้งพระทัยดังนี้แล้วก็เสด็จลงประทับอยู่ยังพื้นดิน พลางตรัสเป็นทีเย้ยๆว่า “เอาซี! มึงจะปดอย่างไร ก็ปดไปเร็วๆ”

ศรีทะนนไชยกราบบังคมทูลว่า “ ขอเดชะ พระอาญาไม่พ้นเกล้าฯ เห็นจะไม่ต้องปดซ้ำ เพราะให้เสด็จลงจากคอช้างได้แล้ว พุทธเจ้าค่ะ”

สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินได้สติ ละอายพระทัย ทำยิ้มแห้งตรัสเก้อๆว่า

“ อ้าว! อ้ายศรีทะนนไชย ทำไมมึงโกหกกูหวา” แล้วก็เสด็จคืนสู่พระราชวัง

จบนิทานเรื่องนี้ อาจารย์ ฟ.ฮีแลร์ ก็เขียนกลอน 8 สองบาท สำนวนคมกริบ สอนให้รู้ว่า...

“อันไหวพริบหยิบง่ายแต่ฝ่ายปราชญ์ โง่ฤาอาจเอื้อมหยิบเอาพริบไหว”

หนังสือเล่มนี้ สอนเด็กชั้น ป.2...หลายคำยาก แต่เด็กสมัยนั้นก็อ่านได้ง่าย เพราะถูกสอนอ่านพื้นฐานดีมาแต่ชั้น ป.1

มีอาจารย์ดี เขียนตำราดี เด็กโรงเรียนฝรั่ง จึงเก่งทั้งภาษาไทยเก่งทั้งภาษาฝรั่ง ทั้งยังฉลาดรู้ทันคน โตเป็นเจ้าเป็นนายคนแล้ว ก็ไม่เผลอให้ลูกน้องหลอกต้มง่ายๆ เพราะถูกสอนด้วยนิทานศรีทะนนไชย มาตั้งแต่เด็ก

เขานินทากัน งบประมาณอัดโครมๆเข้าไปให้ครู กระเซ็นเหลือไปถึงเด็กไม่กี่บาท...ผลสัมฤทธิ์การเรียนของเด็กจึงไม่เกิด...ท่านรัฐมนตรีศึกษาทบทวนดูทีเถิดว่า ถูกศรีทะนนไชยหลอกเอาหรือเปล่า?

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้