วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขอหมายจับอดีตคนขับรถ ปาดคอชิงเบนซ์สาวใหญ่

ขอหมายจับอดีตคนขับรถ ปาดคอชิงเบนซ์สาวใหญ่

  • Share:

ตร.สน.ทองหล่อ ขอหมายจับอดีตคนขับรถ ปาดคอชิงเบนซ์สาวใหญ่ หลังวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ได้ทั้งหมด ด้านสาวเจ้าของเบนซ์ ปลอดภัยแล้ว ...

จากกรณี นางรัตนา เมธีพุทธิ อายุ 54 ปี เจ้าของ บริษัท อะคูเท็คท์ จำกัด ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า ถูกนายธีรพัฒน์ หรือต้น แก้วไชอินทร์ อายุ 38 ปี อดีตคนขับรถ ย้อนรอยวางแผนดักรอชิงทรัพย์โดยสวมหน้ากากอนามัย ใช้อาวุธมีดคัตเตอร์ปาดคอ แต่มีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือไว้ทัน ก่อนขับรถเก๋ง ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นเอส 300 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 1 กน 8855 กรุงเทพมหานคร พร้อมทรัพย์สินที่อยู่ในรถของอดีตเจ้านายหลบหนี บริเวณลานจอดรถ ชั้น พี4 ของอาคารโมเดิร์นทาวน์ ถนนสุขุมวิท 63 ซอยเอกมัย 3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า หลังตรวจเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดของอาคาร สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ชัดเจน จึงนำภาพไปให้ ผู้บาดเจ็บและพยานชี้ตัวยืนยันว่า เป็นบุคคลเดียวกับที่ก่อเหตุ จึงทำการรวบรวมหลักฐาน ขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ นายธีรพัฒน์ ข้อหา “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และข้อหาพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร”

อย่างไรก็ตาม วานนี้ (3 พ.ย.) มีการประชุมชุดคลี่คลายคดี ร่วมกันระหว่าง กก.สส.บก.น.5 และชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ โดย พ.ต.อ.ชวลิต ประสบศิลป รรท.ผบก.น.5 กำชับให้เร่งคลี่คลายคดี สั่งการให้ กก.สส.บก.น.5 ดูแลในเรื่องภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ โดยรอบที่อาจเป็นเส้นทางของคนร้ายใช้หลบหนี และติดตามรถของผู้เสียหาย ส่วนชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ ตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา ความเป็นมาและกล้องวงจรปิดในพื้นที่

พ.ต.อ.ชูตระกูล เปิดเผยต่อไปว่า สำหรับผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวอยู่ รพ.กรุงเทพ แพทย์ได้ทำการรักษาเย็บและปิดบาดแผลไว้ อาการปลอดภัยดี สามารถให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุนำรถเบนซ์ มาจอดไว้ ขณะที่กำลังเก็บของอยู่ท้ายรถไม่ทันระวังตัว คนร้ายเข้ามาจากด้านหลังใช้แขนขวาล็อกคอ ส่วนมือซ้ายถือมีด ขณะนั้นพยายามขัดขืนแต่สู้แรงคนร้ายไม่ไหว ระหว่างกำลังชุลมุนก็ถูกมีดของคนร้ายปาดเข้าที่คอ หลังจากมีพลเมืองดีมาเห็น คนร้ายจึงปล่อยตัวและชิงรถขับหลบหนีไป ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไป คือ รถเบนซ์ กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ มิว มิว แหวนเพชร 3 กะรัต จำนวน 1 วง มูลค่า 1.5 ล้านบาท ต่างหูเพชร โทรศัพท์ ไอโฟน 4 เอส และเงินสด 10,000 บาท มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท 

พ.ต.อ.ชูตระกูล เผยต่ออีกว่า ก่อนก่อเหตุคนร้ายได้มีการมาดูลาดเลา และดักรอไว้ก่อน เมื่อรู้เวลา และจุดจอดรถของผู้เสียหายแน่ชัด เบื้องต้นมุ่งประเด็นไปที่ประสงค์ต่อทรัพย์สินของผู้เสียหาย เนื่องจากรู้ว่าผู้เสียหาย มีทรัพย์สินติดตัวมูลค่ามาก ไม่น่าจะเจตนาทำร้ายร่างกายหรือประสงค์ชีวิต เนื่องจากระหว่างที่คนร้ายก่อเหตุผู้เสียหายขัดขืน มีดที่ถืออยู่จึงไปถูกบริเวณคอของเหยื่อ ระหว่างนี้ให้ผู้เสียหายพักรักษาบาดแผล และอยู่ในความดูแลของแพทย์ ก่อนที่จะมีการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง สำหรับคนร้ายมีประวัติตามหมายจับ คดียักยอกทรัพย์ของ สภ.คลอง 5 จากนี้ทางเจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้จากแนวทางแนวการสืบสวน กรณีที่มีกระแสข่าวว่าคนร้ายก่อเหตุ เพราะไม่ได้รับเงินเดือนนั้น มีพยานให้การว่า ก่อนนี้คนร้ายมีการเข้าออกงานหลายครั้ง และได้กลับมาขอเข้าทำงานในครั้งนี้ ล่าสุดที่ขอลาออกไป เพราะอ้างว่า มีปัญหาสุขภาพ ขอไปพักรักษาตัว และนายจ้างได้มอบเงินช่วยเหลือในการรักษาให้แก่คนร้ายไปอีกด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้