วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปาดคอเจ้านาย ชิงเบนซ์หนี

ปาดคอเจ้านาย ชิงเบนซ์หนี

  • Share:

ฝีมืออดีตคนขับรถเก่า วงจรปิดมัด-เร่งล่าตัว

คนขับรถโหดเนรคุณเจ้านาย ออกจากงานไปแล้ว วางแผนสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าควงมีด ดักปาดคอสาวใหญ่เจ้านายเก่าถึงลานจอดรถบริษัท เดชะบุญมีพลเมืองดีมาเห็นก่อนจึงช่วยเหลือทัน แต่ยังชิงทรัพย์มูลค่าหลายแสนบาทและรถเบนซ์เอสคลาสหลบหนีไปได้ สอบประวัติพบเป็นคนเคร่งขรึม เข้าๆออกๆบริษัทเหยื่อหลายครั้ง เชื่อมีปมโกรธแค้นกับเหยื่อ เบื้องต้นพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังให้การไม่ได้

เหตุปาดคอเหยื่อชิงรถเบนซ์รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 3 พ.ย. ร.ต.ท.สิริศักดิ์ อินทร์สิทธิ์ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกชิงรถเมอร์เซเดสเบนซ์ ภายในลานจอดรถอาคารโมเดิร์นทาวน์ ถนนสุขุมวิท 63 ซอยเอกมัย 3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.แถมยังทำร้ายเหยื่อโดยการใช้คัตเตอร์ปาดคอจนได้รับบาดเจ็บ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุประกอบด้วย พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ ผกก.สส.น.5 พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.น.5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย รส.ที่ 1 กองพันทหารม้าที่ 1 และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสำนักงาน 18 ชั้น บริเวณลานจอดรถชั้น P4 พบหยดเลือดที่พื้น ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่อาคารนำส่ง รพ.กรุงเทพไปแล้ว ทราบชื่อคือนางรัตนา เมธีพุทธิ อายุ 54 ปี อยู่เลขที่ 12/115 หมู่ 10 แขวงและเขตบางบอน กทม. เจ้าของ บริษัทอะคูเท็คท์ จำกัด ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า เช่าออฟฟิศอยู่ในอาคารดังกล่าว มีบาดแผล ถูกคัตเตอร์ปาดบริเวณลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ หลังก่อเหตุคนร้ายชิงรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่นเอส 300 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 1กน 8855 กรุงเทพมหานคร ของเหยื่อหลบหนีไปตามถนนเอกมัยมุ่งหน้าถนนพระราม 9 จึงเร่งประสานศูนย์วิทยุผ่านฟ้าสกัดจับ แต่ยังไร้วี่แวว นอกจากนี้คนร้ายยังได้กระเป๋าสะพายแบบผู้หญิงของเหยื่อไปด้วย ภายในมีเงินสดประมาณ 1 หมื่นบาท เครื่องเพชร และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท

สอบสวนนายวิราช บุญหล่อปั้น อายุ 46 ปี พนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งในอาคารดังกล่าวเผยว่า ระหว่างกำลังเดินไปที่รถ ซึ่งจอดอยู่ที่ชั้น P3 ได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน จึงเงยหน้าขึ้นไปมองที่ชั้น P4 เห็นคนร้ายเป็นชายรูปร่างท้วม สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงสแลกขายาวสีดำ ใส่หน้ากากอนามัย กำลังล็อกคอเหยื่อผู้หญิงจากด้านหลัง ในมือถือมีดคัตเตอร์จ่อที่คอยืนอยู่ข้างประตูด้านซ้ายหน้ารถเบนซ์ จึงตะโกนไปว่า หยุด ทำอะไร คนร้ายจึงปล่อยผู้บาดเจ็บล้มลงที่พื้น แล้ววิ่งอ้อมไปขึ้นรถเบนซ์ของเหยื่อขับออกไป ตนจึงรีบวิ่งตามลงไป พยายามตะโกนบอก รปภ.ให้ช่วยหยุดรถ แต่ไม่ทัน จึงรีบขึ้นมาช่วยคนเจ็บเห็นว่ายังลุกขึ้นมายืนเองได้ แต่ที่คอมีบาดแผลเลือดไหลออกมาตลอดเวลา จึงพาลงมาขอความช่วยเหลือที่ชั้นล่าง ถึงแม้คนร้ายจะใส่หน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า แต่ตนจดจำคนร้ายได้เนื่องจากเคยพบกันบริเวณจุดสูบบุหรี่ของอาคารดังกล่าวบ่อยๆ แค่ไม่เคยพูดคุยกัน รู้ว่าเป็นพนักงานขับรถ แต่ไม่ทราบว่าของบริษัทไหน

หลังได้ข้อมูลชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในอาคารเกิดเหตุ พบภาพผู้ต้องหากำลังทำร้ายผู้เสียหายและเข้ามาในอาคารเกิดเหตุ จึงนำภาพมาให้นายวิราชชี้ยืนยัน พบว่าเป็นรูปของนายธีรพัฒน์ หรือต้น แก้วไชอินทร์ อายุ 38 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 80/131 หมู่ 2 ต.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เป็นอดีตพนักงานขับรถบริษัทของนางรัตนาผู้เสียหายนั่นเอง จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ ส่วนอาการของนางรัตนายังคงนอนรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพเพื่อดูอาการ เบื้องต้นพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังไม่สามารถให้การได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาให้ปากคำเพิ่มเติม

ตรวจสอบประวัตินายธีรพัฒน์คนขับรถโหดรายนี้ทราบว่า มีนิสัยเงียบขรึม ไม่สุงสิงกับใคร และมักจะมาทำงานสาย เป็นคนขับรถของนางรัตนาเหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บเอง ทำงานขับรถอยู่ที่บริษัทมาหลายปีเข้าๆออกๆหลายครั้ง ล่าสุดออกไปอีกเมื่อปีก่อน ชุดสืบสวนเชื่อว่า คนร้ายน่าจะวางแผนมาอย่างดี ก่อนกลับมาชิงทรัพย์เจ้านายเก่า นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ต้องหาเคยมีคดียิงผู้อื่นและคดียักยอกทรัพย์ด้วย เบื้องต้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อและเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.5 ร่วมประชุมแบ่งงานกระจายกำลังลงพื้นติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่ สน.ทองหล่อ เวลา 19.00 น. พ.ต.ท.ประยูร สุมานัส พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.ทองหล่อ และ ร.ต.ท.สิริศักดิ์ อินทร์สิทธิ์ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เดินทางไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ขออนุมัติหมายจับนายธีรพัฒน์ หรือต้น แก้วไชอินทร์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหา หลังจากมีพยานหลักฐานระบุตัวคนร้ายรายนี้ได้ เบื้องต้นศาลอนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้เลขที่ จ.691/2557 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 ข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และข้อหาพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่าผู้บังคับบัญชาได้เรียกชุดทำงานมาประชุมคลี่คลายคดีเวลาประมาณ 21.00 น. ด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้