วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หุ้นปันผล!!

หุ้นปันผล!!

  • Share:

ดัชนีหุ้นวันที่ 3 พ.ย.57 ปิดที่ 1,579.18 จุด ลดลง 4.98 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 56,759.24 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 107.63 ล้านบาท

บล.ทรีนีตี้ มองมาตรการเพิ่มวงเงิน QE ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ถือเป็นปัจจัยบวกในเรื่องสภาพคล่องอย่างแท้จริง โดยจะช่วยชดเชยสภาพคล่องจากสหรัฐฯที่ลดลงจากการยุติ QE ได้อย่างดี และตลาดหุ้นไทยน่าจะได้อานิสงส์จากการทำเยน แคร์รี่ เทรด เพิ่มเติม หลังจากเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงในรอบ 7 ปี ไม่นับรวมปัจจัยบวกที่กองทุนบำเหน็จบำนาญรัฐบาลญี่ปุ่น (GPIF) เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศ เป็น 25% จากเดิม 15.5%

โดยปัจจุบันตลาดหุ้นไทยถือเป็นตลาดหุ้นอันดับต้นๆของเอเชีย ที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง มองว่าหุ้นหลักที่จะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินนี้ได้แก่ หุ้นสื่อสารที่มีอัตราการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เช่น ADVANC และ INTUCH และยังแนะนำหุ้นนิคมฯที่ได้อานิสงส์จากการลงทุนทางตรง (FDI) ที่เพิ่มขึ้น เชียร์ TICON และ HEMRAJ

ขณะที่ บล.เอเซียพลัส แนะกลยุทธ์เลือกหุ้น พื้นฐานเด่น เน้น P/E ต่ำ และเงินปันผลสูง เช่น SCC ให้ราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐาน 515 บาท และหุ้นเก็งผลประกอบการ RS ให้ราคาตามปัจจัยพื้นฐานที่ 10 บาท โดยมองประเด็นที่กองทุน GPIF ของญี่ปุ่น ซึ่งมีเม็ดเงินภายใต้การบริหาร 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นและหุ้นต่างประเทศขึ้น 1 เท่า พร้อมกับลดน้ำหนักการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นลง เป็นประเด็นที่มีผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก เพราะเม็ดเงินที่จะเข้าสู่ตลาดทุนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของ GPIF จะมีมากกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ หนุนตลาดหุ้นเอเชียให้ปรับขึ้นได้ในระยะสั้น

และอีกปัจจัยที่หนุนหุ้นไทยปลายปีคือ แรงซื้อจากกองทุน LTF ที่คาดว่าจะเข้าซื้อหุ้นในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีได้อีกราว 2.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่คาดว่าจะมีแรงขายจากกองทุน LTF ที่ครบกำหนด 5 ปีปฏิทินในปีนี้ราว 1.5-3.5 หมื่นล้านบาท เมื่อหักล้างเม็ดเงินใหม่ที่ซื้อ LTF ปีนี้แล้วจะมีเม็ดเงินใหม่กระตุ้นตลาดราว 1 หมื่นล้านบาท

แต่ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้ามคือ ยอดซื้อ LTF ที่ซื้อสะสมมาตั้งแต่ปี 47-53 แล้วยังไม่ได้ขายออก เมื่อคิดตามราคาทุนจะสูงถึง 1.18 แสนล้านบาท (คิดจาก NAV รวมของกองทุน LTF ปัจจุบัน 2.43 แสนล้านบาท หักด้วยยอดซื้อ LTF ปี 54-56 สะสมไว้ที่ 1.25 แสนล้านบาท) เมื่อคิดตามราคาตลาดจะเหลือยอดซื้อที่ยังไม่ได้ขายราว 9.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นยอดที่พร้อมขายได้ตลอดเวลา หากเกิดปัจจัยลบขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดดันตลาดอย่างหนักได้!!

อินเด็กซ์ 51

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้