วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ราชัน' มันเขี้ยว! รอถล่ม 'หงส์แดง' ตีตั๋วเข้า 16 ทีม

'ราชัน' มันเขี้ยว! รอถล่ม 'หงส์แดง' ตีตั๋วเข้า 16 ทีม

  • Share:

ศึกลูกหนังยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2014-15 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4 ของกลุ่มเอ, บี, ซี และ ดี ประจำวันอังคารที่ 4 พศฤจิกายน ลงสนามครบทั้ง 8 คู่ โดยจะแข่งเวลา 02.45 น. พร้อมกันหมด ยกเว้นคู่เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก กับ เลเวอร์คูเซน ที่จะแข่งเวลา 00.00 น. ส่วนคู่ที่น่าสนใจ ยกให้แชมป์เก่า เรอัล มาดริด ที่ชนะ 3 นัดรวด หากนัดนี้เป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือทีมลิเวอร์พูล ได้อีก จะรับประกันการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที เช่นเดียวกับทีมดอร์ทมุนด์ และ อาร์เซนอล...


กลุ่มเอ

มัลโม (สวีเดน)-แอตเลติโก มาดริด (สเปน)
สนาม : มัลโม นิว สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคทเทนเบิร์ก (อังกฤษ)

มัลโม ทีมแกร่งของสวีเดน ที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกไปครองในฤดูกาลนี้ มี 3 แต้ม จาก 3 นัด หากจะลุ้นเข้ารอบ นัดนี้ที่จะได้เล่นในถิ่นตัวเอง ต้องเอาชนะให้ได้ กุนซือ อาเก ฮาไรเด รอทดสอบความฟิตของ โรบิน โอลเซน นายทวารตัวหลักที่เจ็บต้นขาเพียงคนเดียว คาดว่าตัวหลักอย่าง ริคาร์ดินโญ, เอริค โยฮันส์สัน, มาร์คุส ฮัลสตี, ฟิลิป เฮลันเดอร์, เอน็อค อาดู, มาร์คุส โรเซนเบิร์ก, แม็กนุส อีริคส์สัน และ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก มีลุ้นลงตัวจริง

แข้งตราหมี แอตเลติโก มาดริด รองแชมป์เก่า และทีมอันดับ 3 ศึกลา ลีกา มี 6 แต้ม จาก 3 นัด โดยในนัดก่อนเพิ่งถล่มมัลโม คารัง 5-0 นัดนี้จะออกไปเยือนแดนไวกิ้ง แต่กุนซือ ดีเอโก ซิเมโอเน ยังหวังเก็บ 3 แต้มให้ได้ เพื่อโอกาสเข้ารอบอันสดใส แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน คริสเตียน อัลซัลดี้ ที่เจ็บหลังแค่คนเดียว คาดว่าตัวหลักอย่าง มิเกล โมยา, มิรันดา, ฆวนฟราน, ดีเอโก โกดิน, กาบี, โกเก, อองตวน กรีซมันน์ และ มาริโอ มันด์ซูคิช ลงตัวจริงค่อนข้างแน่

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : แอตเลติโก มาดริด ชนะ 3 ครั้ง

****************************************

ยูเวนตุส (อิตาลี)-โอลิมเปียกอส (กรีซ)
สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน (อังกฤษ)

ฝูงม้าลาย ยูเวนตุส ทีมจ่าฝูงกัลโช เซเรีย อา และอดีตแชมป์รายการนี้ 2 สมัย มี 3 แต้ม จาก 3 นัด นัดนี้กลับมาเล่นในรังตัวเอง กุนซือ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ต้องชนะหากหวังเข้ารอบต่อไป แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งานอันเดรีย บาซาญี กับ ปาทริซ เอฟรา 2 กองหลังที่นัดกันเจ็บพอดี ส่วน ควัดโว อซาเมาห์, มาร์ติน คาเซเรส, อังเจโล อ็อกบอนนา และ เปเป ยังต้องรอทดสอบความฟิตคาดว่าตัวหลักอย่าง จิอันลุยจิ บุฟฟอน, สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์, เลโอนาร์โด โบนุชชี, จอร์โจ คิเอลลินี, อาร์ตูโร วิดัล, พอล ป็อกบา และ คาร์ลอส เตเบซ มีลุ้นลงตัวจริง

โอลิมเปียกอส ทีมรองจ่าฝูงลีกกรีซ มี 6 แต้ม จาก 3 นัด นัดนี้ออกมาเยือนรังม้าลาย กุนซือ มิเชล หวังมีแต้มกลับบ้านเพื่อลุ้นเข้ารอบต่อไป แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ฮอร์เก เบนิเตซ ที่เจ็บ ส่วน อัลเบร์โต โบเตีย กับ อเลฮานโดร โดมิงเกซ ยังต้องรอทดสอบความฟิตของ คาดว่าตัวหลักอย่าง โรเบร์โต ฆิเมเนซ, เอริค อบิดัล, อิบราฮิม อเฟลไล, จิอันนิส มาเนียติส, พัจทิม คาซามี, คอสตาส มิโตรกลู และ โอมาร์ เอลับเดลลาอุย น่าจะได้ลงช่วยทีม


สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ยูเวนตุส ชนะ 2 ครั้ง โอลิมเปียกอส ชนะ 1 ครั้ง

****************************************

กลุ่มบี

เรอัล มาดริด (สเปน)-ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
สนาม : เอสตาดิโอ ซานติอาโก เบร์นาเบว
ผู้ตัดสิน : วิคเตอร์ คัสไซ (ฮังการี)

ขุนพลราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ทีมจ่าฝูงลา ลีกา ซึ่งเป็นแชมป์เก่า และอดีตแชมป์รายการนี้ 10 สมัย มี 9 แต้มเต็ม จากการชนะรวด 3 นัด นัดนี้จะลงเล่นในถิ่นตัวเอง หลังจากนัดก่อนบุกไปทุบหงส์แดง 3-0 กุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ ต้องการ 3 แต้ม เพื่อรับประกันการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย พร้อมจัดชุดใหญ่ลงเต็มที่ แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งานพวกที่เจ็บ อาทิ อับเนอร์, ดานี การ์บาฆาล, ฟาบิโอ โคเอนเทรา, อัสเซียร์ อิยาราเมนดี้, เฆเซ และ ซามี เคดิรา คาดว่าตัวหลักอย่าง อิเคร์ กาซิยาส, มาร์เซโล, เปเป, ลูกา โมดริช, อิสโก, คริสเตียโน โรนัลโด, ฮาเมส โรดริเกซ, โทนี โครส และ คาริม เบนเซมา พร้อมลงตัวจริง

พลพรรคหงส์แดง ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 7 พรีเมียร์ลีก และอดีตแชมป์รายการนี้ 5 สมัย มี 3 แต้ม จาก 3 นัด นัดนี้ออกมาเยือน กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หวังมีแต้มกลับบ้านเพื่อลุ้นเข้ารอบ แม้ว่าจะต้องเจองานหนักหนาสาหัสก็ตาม เพราะขนาดเล่นในถิ่นตัวเองยังแพ้ถึง 0-3 จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เดเนียล สเตอร์ริดจ์, จอน ฟลานาแกน และ ซูโซ ที่ยังเจ็บอยู่ ส่วน มามาดู ซาโก กับ โฆเซ เอ็นริเก ยังรอทดสอบความฟิต คาดว่าตัวหลักอย่าง ซิมง มินโญเลต์, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต โมเรโน, สตีเวน เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลานา, ราฮีม สเตอร์ลิง และ มาริโอ บาโลเตลลี น่าจะลงเป็นตัวจริง

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ลิเวอร์พูล ชนะ 3 ครั้ง เรอัล มาดริด ชนะ 1 ครั้ง

****************************************

บาเซิล (สวิตเซอร์แลนด์)-ลูโดโกเรตส์ (บัลแกเรีย)
สนาม : เซนต์ ยาค็อป ปาร์ค
ผู้ตัดสิน : สเตฟาน ลองนอย (ฝรั่งเศส)

บาเซิล ทีมจ่าฝูงลีกสวิส มี 3 แต้ม จาก 3 นัด นัดนี้ลงเล่นในถิ่นตัวเอง กุนซือ เปาโล ซูซา หวังชนะสถานเดียว แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เจฟฟรีย์ เซเรย์ เดีย ที่ติดโทษห้ามแข่ง ส่วน อีวาน อิวานอฟ กับ มาร์โก สเตรลเลอร์ ลงไม่ได้เพราะเจ็บ และ วอลเตอร์ ซามูเอล ยังรอทดสอบความฟิต คาดว่าตัวหลักอย่าง โทมัส วาคลิค, มาเร็ค ซูชี, ตูลันท์ ซากา, โมฮัมเหม็ด เอล เนนนี, ฟาเบียน ฟราย, ฟาเบียน ชาร์, เดอร์ลิส กอนซาเลซ และ อาเหม็ด ฮามูดี้ น่าจะได้ลงตัวจริง

ลูโดโกเรตส์ ทีมรองจ่าฝูง ลีกบัลแกเรีย ลงเล่นมา 3 นัด มี 3 แต้มเช่นกัน นัดก่อนชนะบาเซิล 1-0 นัดนี้ออกมาเยือนบ้าง กุนซือ จอร์จี้ เดอร์เมนด์ซีเยฟ หวังมีแต้มกลับบ้าน แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ยอร์ดาน มิเนฟ ผู้ทำประตูชัยในนัดก่อน ติดโทษห้ามแข่งเพียงคนเดียว คาดว่าตัวหลักอย่าง วลาดิสลาฟ สโตยานอฟ, คอสมิน โมติ, มิคาอิล อเล็กซานดรอฟ, จูเนียร์ ไคคารา, ดานี อบาโล, โรมัน เบซยัค, ฟาบิโอ เอสปินโญ และ มาร์เซลินโญ น่าจะมีชื่อลงสนาม

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : บาเซิล ชนะ 2 ครั้ง ลูโดโกเรตส์ ชนะ 1 ครั้ง

****************************************


กลุ่มซี

เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย)-เลเวอร์คูเซน (เยอรมัน)
สนาม : สตาดิโอน เปตรอฟสกี้
ผู้ตัดสิน : อัลเบร์โต อุนดิอาโน (สเปน)

เซนิตฯ ทีมจ่าฝูงลีกรัสเซีย มี 4 แต้ม จาก 3 นัด นัดนี้ลงเล่นในถิ่นตัวเอง กุนซือ อังเดร วิลลาส-โบอาส หวังชนะสถานเดียว เพื่อลุ้นเข้ารอบ แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน วิคเตอร์ ฟายซูลิน ที่ยังเจ็บ ส่วน อิกอร์ สมอลนิคอฟ ยังต้องรอทดสอบความฟิต คาดว่าตัวหลักอย่าง ยูริ โลดิจิน, เอเซเคียล การาย, ฆาบี การ์เซีย, แดนนี, โฮเซ รอนดอน, อักเซล วิทเซล, โอเล็ก ชาตอฟ และ ฮัลค์ น่าจะมีชื่อลงตัวจริง

นายห้างขายยา เลเวอร์คูเซน ทีมอันดับ 5 ศึกบุนเดสลีกา มี 6 แต้ม จาก 3 นัด นัดนี้ออกมาเยือน กุนซือ โรเจอร์ ชมิดท์ หวังเก็บ 3 แต้มให้ได้ แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เวนเดลล์ ที่ติดโทษห้ามแข่ง ส่วน กอนซาโล คาสโตร, คิเรียคอส ปาปาโดปูลอส, ไซมอน โรลเฟส และ สเตฟาน ไรนาร์ทซ์ ลงไม่ได้เพราะยังเจ็บอยู่ ขณะที่ เซบาสเตียน โบนิช รอทดสอบความฟิต คาดว่าตัวหลักอย่าง แบร์นด์ เลโน, เอเมียร์ สปาฮิช, ลาร์ส เบนเดอร์, คาริม เบลลาราบี, สเตฟาน คีสลิง และ เฮือง มิน ซอน น่าจะมีชื่อลงตัวจริง

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : เลเวอร์คูเซน ชนะ 1 ครั้ง

****************************************

เบนฟิกา (โปรตุเกส)-โมนาโก (ฝรั่งเศส)
สนาม : เอสตาดิโอ โด สปอร์ต ลิสเบา
ผู้ตัดสิน : ดาบิด เฟร์นันเดซ (สเปน)

ฝูงเหยี่ยวลิสบอน เบนฟิกา จ่าฝูงลีกโปรตุเกส และอดีตแชมป์รายการนี้ 2 สมัย มีแต้มเดียวจาก 3 นัด นัดนี้ลงเล่นในถิ่นตัวเอง กุนซือ ฮอร์เก เฮซุส หวังชนะเท่านั้นถึงจะมีลุ้นเข้ารอบ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ลิซานโดร โลเปซ ที่ติดโทษห้ามแข่ง ส่วน เอลิเซอู กับ ซิลวิโอ ลงไม่ได้ เพราะเจ็บ ขณะที่ นิโคลัส ไกตัน, จาร์เดล และ โอลา จอห์น ยังรอทดสอบความฟิต คาดว่าตัวหลักอย่าง อาร์เทอร์ โมเรส, ลุยเซา, แม็กซิมิเลียโน เปเรรา, เอ็นโซ เปเรซ, เอดูอาร์โด ซัลวิโอ, ทาลิสกา และ ลิมา มีลุ้นลงตัวจริง

โมนาโก ทีมอันดับ 7 ศึกลีก เอิง มี 5 แต้ม จาก 3 นัด นัดนี้ออกมาเยือน กุนซือ เลโอนาร์โด ยาร์ดิม ยังหวัง 3 แต้มเพื่อโอกาสในการเข้ารอบ แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ กับ บอร์ฆา โลเปซ ที่ยังไม่หายเจ็บ คาดว่าตัวหลักอย่าง ดานิเยล ซูบาซิช, ริคาร์โด คาร์วัลโญ, ฟาบินโญ, เจา มูตินโญ, อองตวน มาร์เทียล, นาบิล ดิราร์, เฌเรมี ตูลาลอง และ ลูคัส โอคัมปอส น่าจะได้ลุ้นลงสนาม

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : เสมอกัน 1 ครั้ง

****************************************

กลุ่มดี

อาร์เซนอล (อังกฤษ)-อันเดอร์เลทช์ (เบลเยียม)
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : เคลมองต์ ตูร์แปง (ฝรั่งเศส)

ทัพปืนใหญ่ อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 พรีเมียร์ลีก มี 6 แต้ม จาก 3 นัด นัดก่อนบุกไปชนะมาได้ 2-1 นัดนี้ลงเล่นในถิ่นตัวเอง กุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ หวังเก็บ 3 แต้มเพื่อรับประกันการเข้ารอบทันที แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน มาธิว เดอบูชี, โลรองต์ คอสเซียลนี, เดวิด ออสปินา และ เมซุต โอซิล ที่เจ็บทั้งหมด ส่วน อาบู เดียบี้ กับ แจ็ค วิลเชียร์ ยังต้องรอทดสอบความฟิต คาดว่าตัวหลักอย่าง วอจเซียค เซสนี, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, คาลัม แชมเบอร์ส, นาโช มอนเรอัล, มาธิว ฟลามินี, ซานติ กาซอร์ลา, อเลกซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน, อารอน แรมซีย์, แดนนี เวลเบค และ อเล็กซิส ซานเชซ น่าจะมีชื่อลงสนาม

อันเดอร์เลทช์ ทีมจ่าฝูงลีกเบลเยียม มีแต้มเดียวจาก 3 นัด นัดก่อนพ่ายคาบ้าน 1-2 นัดนี้ออกมาเยือน กุนซือ เบสนิค ฮาซี หวังมีแต้มหากยังต้องการลุ้นเข้ารอบ แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ฟาบริซ เอ็นซากาลา กับ มัทเทียส ซัวเรซ ที่ยังเจ็บ ส่วน สตีเวน เดโฟร์ กับ บรัม นุยตินค์ ยังต้องรอทดสอบความฟิต คาดว่าตัวหลักอย่าง ซิลวิโอ โปรโต, แชนเซล เอ็มเบมบา, อองตวน ฟานเดน บอร์เร, อิบราฮิม คอนเต, โยรี ติเอเลมองส์, และ แฟรงค์ อาชีมปง อดีตนักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีลุ้นลงตัวจริง

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : อาร์เซนอล ชนะ 1 ครั้ง

****************************************

ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน)-กาลาตาซาราย (ตุรกี)
สนาม : ซิกนัล อิดูนา ปาร์ค
ผู้ตัดสิน : พาเวล คราโลเวช (เช็ก)

ทัพเสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ ทีมรองบ๊วย ศึกบุนเดสลีกา มี 9 แต้มเต็มจากการชนะ 3 นัดรวด นัดนี้ลงเล่นในถิ่นตัวเอง กุนซือ เยอร์เกน คลอปป์ หวังชนะเพื่อรับประกันการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที แต่จะขาดตัวหลักอย่าง นูริ ซาฮิน กับ มัตส์ ฮุมเมลส์ ที่ลงไม่ได้เพราะเจ็บ ส่วน ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้, โอลิเวอร์ เคียร์ค และ มาร์เซล ชเมลเซอร์ ยังรอทดสอบความฟิต คาดว่าตัวหลักอย่าง โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์, ลูคัส พิสเซ็ค, โซคราติส ปาปาสทาโธปูลอส, เนเวน ซูโบติช, มาร์โก รอยส์, เฮนริค เอ็มคิตาร์ยัน, อิเคย์ กุนโดกัน, เซบาสเตียน เคห์ล, เอริค ดวร์ม, ชินจิ คากาวะ, ปิแอร์ โอบาเมยอง และ ชิโร อิมโมบิเล มีลุ้นลงเป็นตัวจริง

กาลาตาซาราย ทีมรองจ่าฝูงลีกตุรกี มีแต้มเดียวจาก 3 นัด นัดนี้ออกมาเยือน กุนซือ เชซาเร ปรันเดลลี หวังมีแต้มหากยังต้องการลุ้นเข้ารอบ แต่ยังต้องรอทดสอบความฟิตของ ไอดิน ยิลมัซ เพียงคนเดียว คาดว่าตัวหลักอย่าง เฟอร์นันโด มุสเลรา, เซมีห์ คายา, เฟลิเป เมโล, อูมัต บูลุต, ฮามิต อัลตินท็อป, บูรัค ยิลมาซ และ เวสลีย์ สไนเดอร์ มีลุ้นลงตัวจริง

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ดอร์ทมุนด์ ชนะ 1 ครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้