วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สุดเถื่อน!พริตตี้ร้อง‘ปวีณา’ถูกแฟนยศร.ต.ท.กัดนม-เหยียบหน้า

สุดเถื่อน!พริตตี้ร้อง‘ปวีณา’ถูกแฟนยศร.ต.ท.กัดนม-เหยียบหน้า

  • Share:

นศ.สาวสวยทำงานเป็น ‘พริตตี้’ เข้าร้อง ‘ปวีณา’ ถูกแฟนหนุ่มตำรวจยศ ร.ต.ท. กระทำการหยามเหยียด ฉีกทึ้งเสื้อผ้า ใช้ปากกัดซอกคอ ทรวงอก ก่อนจะใช้เท้าเหยียบหน้าแล้วถ่ายรูปไว้ข่มขู่ ไล่ออกมาทั้งที่มีแค่เสื้อตัวเดียวปกปิดท่อนบน ยังดีที่แท็กซี่พลเมืองดีช่วยไว้  

 วันที่ 3 พ.ย. น.ส.เจน(นามสมมติ) อายุ 22 ปี นักศึกษามหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง และทำงานเป็นสาวพริตตี้ เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่ สำนักงานมูลนิธิ เลขที่ 84/14 ถนนรังสิต-นครนายก(คลอง 7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี ปทุมธานี กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งยศ ร.ต.ท.นายหนึ่ง ทำร้ายร่างกาย พยายามข่มขืน และทำให้อับอาย

โดย น.ส.เจน เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อตี 4 ของวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา หมวดแก๊ส(นามสมมติ) นายตำรวจยศ ร.ต.ท. ได้ไปรับตนจากที่ทำงานย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ ไปที่บ้านของหมวดแก๊ส ซึ่งอยู่ในการเคหะร่มเกล้า เมื่อไปถึงตนได้นอนพักผ่อน ในที่สุดก็เผลอหลับไป โดยวางโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ มารู้สึกตัวตื่นอีกทีตอนที่หมวดแก๊ส ใช้มือกระชากผม จากนั้นก็ได้ฉีกเสื้อและใช้กรรไกรตัดเสื้อผ้าจนขาดเหลือตัวล่อนจ้อน ซึ่งตัวหมวดแก๊สก็อยู่ในสภาพร่างกายเปลือยเปล่าเช่นกัน จากนั้นใช้ปากดูด กัดตามคอและเนินอก จนมีรอยเป็นจ้ำๆ พร้อมกับบอกว่าต้องการให้ตนได้รับความอับอาย โทษฐานที่คุยไลน์กับเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งคนที่ตนคุยด้วยเป็นน้องนักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยเดียวกัน และยังเป็นคนบ้านเดียวกันอีกด้วย หลังจากที่ใช้ปากดดูดคอตนเป็นจ้ำแล้ว ก็ใช้มือทั้งสองจับขาของตนแยกออกจากกัน หมายจะข่มขืน แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ใช้เท้าเหยียบบริเวณใบหน้าด้านซ้ายของตน แล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้ พร้อมกับพูดข่มขู่ว่าหากไปบอกใคร จะเผยแพร่ภาพให้ได้อับอาย และไม่สามารถทำงานได้

น.ส.เจน เล่าต่อว่า จากนั้น หมวดแจ๊สใช้มือจิกผมลากตนออกจากบ้านในสภาพเปลือยเปล่าและไล่ให้กลับที่พักของตน ซึ่งห่างจากบ้านหมวดแก๊สประมาณ 3-4 กิโลเมตร ระหว่างนั้นตนคว้าเสื้อเชิ้ตมาได้ตัวหนึ่งพอจะปกปิดร่างกายได้บ้าง แต่ก็เป็นเพียงแค่ท่อนบน ส่วนท่อนล่างไม่มีอะไรปกปิดสักชิ้นเดียว รองเท้าก็ไม่ได้ใส่ แต่ก็วิ่งออกมาโดยไม่คิดชีวิตเพราะหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เมื่อวิ่งออกจากบ้านดังกล่าวสักพักก็มีแท็กซี่พลเมืองดีจอดรับ และบอกว่าไม่ต้องกลัวเดี๋ยวจะไปส่งให้ถึงที่พัก ตนจึงกระโดดขึ้นแท็กซี่ทันที โดยแท็กซี่คันดังกล่าวพาตนมาถึงที่พักในมหาวิทยาลัยด้วยความปลอดภัย และไม่เก็บค่าโดยสารแม้แต่บาทเดียว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเพื่อนๆ เห็นสภาพจึงรีบพาส่ง รพ.ลาดกระบัง เพื่อรักษา เมื่ออาการทุเลาทีแรกตนตัดสินใจจะไปแจ้งความ แต่ก็เกิดกลัวเพราะหมวดแก๊สเป็นตำรวจในท้องที่ดังกล่าว จึงเปลี่ยนใจเข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธินางปวีณาฯ ทั้งนี้ น.ส.เจน ยังเล่าด้วยว่า ตนรู้จักกับหมวดแก๊สได้ประมาณ 1 ปี หลังจากที่เข้าไปแจ้งความเรื่องถูกชิงทรัพย์ และได้คบหาเป็นแฟนกัน

ด้านนางปวีณา กล่าวว่า หลังได้พบและรับทราบเรื่องราวของ น.ส.เจนแล้วรู้สึกสงสารมาก ซึ่งตามตัว น.ส.เจนยังมีร่องรอยฟกช้ำอยู่หลังจากถูกทำร้ายมา 2 วัน

"ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ควรกระทำความผิดเช่นนี้ ควรที่ต้องได้รับผิดเป็น 2 เท่าเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ซึ่งในปัจจุบันความรุนแรง ในเด็กและสตรี ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 อันดับที่ 1 คือ การข่มขืน ฉะนั้นต้องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการเอาผิดทางวินัย และดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม" นางปวีณากล่าว ก่อนจะมอบหมายให้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯพาน.ส.เจน เข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้