วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
 เชือดคอชิงเบนซ์! ลูกน้องย้อนรอย บุกล็อกตัวอดีตนายจ้างหญิง

เชือดคอชิงเบนซ์! ลูกน้องย้อนรอย บุกล็อกตัวอดีตนายจ้างหญิง

  • Share:

พนักงานขับรถ ย้อนรอยกลับมาก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์อดีตนายจ้างหญิง จับล็อกคอเชือดด้วยคัตเตอร์ พอดีมีคนมาเห็นเลยชิงรถเบนซ์ขับหนี ก่อเหตุอุกอาจในอาคารย่านทองหล่อ พยานจำได้เพราะเคยดูดบุหรี่ด้วยกันหลายครั้ง พบประวัติไม่ธรรมดา เคยต้องคดียิง นศ.รามฯช่วงการชุมนุมปี56 

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 พ.ย. ร.ต.ท.สิริศักดิ์ อินทร์สิทธิ์ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กรุงเทพฯ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดปาดคอชิงรถเบนซ์ ภายในลานจอดรถ อาคารโมเดิร์นทาวน์ ถนนสุขุมวิท 63 ซอยเอกมัย 3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงรายงาน พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ ผกก.สส.น.5 พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สส.น.5เจ้าหน้าที่ สส.สน.ทองหล่อ กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย รส.ที่1 กองพันทหารม้าที่ 1 และอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสำนักงาน สูง 18 ชั้น บริเวณลานจอดรถ ชั้น พี 4 พบเพียงหยดเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.กรุงเทพ ทราบชื่อต่อมาคือนางรัตนา เมธีพุทธิ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/115 หมู่ 10 แขวงและเขต บางบอน กทม. เป็นเจ้าของบริษัท อะคูเท็คท์ จำกัด ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า มีบาดแผลถูกของมีคมบาดที่บริเวณลำคอ และคนร้ายชิงทรัพย์เป็นรถเก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ เอส 300 สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน 1 กน 8855 กรุงเทพมหานคร ของผู้บาดเจ็บ หลบหนีไป โดยใช้เส้นทางถนนเอกมัยมุ่งหน้าถนนพระราม9 จึงประสานศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ทำการสกัดจับ

จากการสอบสวน นายวิราช บุญหล่อปั้น อายุ 46 ปี พนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งภายในอาคารดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ ให้การว่า ระหว่างที่กำลังเดินไปที่รถที่จอดอยู่ ได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน เมื่อมองไปเห็นคนร้ายเป็นชาย รูปร่างท้วม สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว แขนยาว นุ่งกางเกงสแลคขายาว สีดำ สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า กำลังยืนล็อกคอผู้บาดเจ็บจากด้านหลัง จึงตะโกนบอกว่า "หยุดนะ ทำอะไรน่ะ" คนร้ายจึงปล่อยผู้บาดเจ็บจนล้มลงไปนอนที่พื้น ก่อนที่คนร้ายซึ่งถือมีดคัตเตอร์ในมือจะรีบวิ่งอ้อมมาขึ้นรถขับออกไป ตนจึงรีบวิ่งตามรถลงไปพยายามบอก รปภ. ให้หยุดรถ แต่ไม่ทัน จึงรีบขึ้นมาช่วยคนเจ็บ เห็นว่าคนเจ็บลุกขึ้นมายืนเอง เอามือปิดบาดแผลที่มีเลือดไหลไว้ เลยพากันลงมาขอความช่วยเหลือที่ชั้นล่าง

นายวิราช ให้การต่อว่า ถึงแม้คนร้ายจะสวมหน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า แต่สามารถจดจำคนร้ายได้ เนื่องจากได้เจอกันบ่อยครั้งเวลาที่ไปสูบบุหรี่ในจุดที่ทางอาคารจัดไว้แต่ไม่เคยพูดคุยกัน รู้เพียงว่าเป็นพนักงานขับรถ แต่ไม่ทราบว่าของที่ไหน พนักงานสอบสวนจึงนำภาพคนร้ายมาให้ชี้ โดยพยานระบุว่าคนร้าย คือ นายธีรพัฒน์ แก้วไชอินทร์ หรือต้น อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/131 หมู่ 2 ต.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ อดีตพนักงานขับรถบริษัทของผู้เสียหาย จึงทำการรวบรวมหลักฐานเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากคำให้การของพยาน ทราบด้วยว่า นายธีรพัฒน์ คนร้ายรายนี้ มีนิสัยเงียบขรึมไม่ชอบพูดคุยสุงสิงกับใคร และชอบมาทำงานสาย ซึ่งเป็นคนขับรถให้ผู้บาดเจ็บ โดยทำงานอยู่หลายปีก่อนจะออกไปอยู่ที่อื่น และกลับมาขอทำงานอีกครั้ง แต่ทำได้ไม่นานก็ออกไปอีกเมื่อปีก่อน แต่ยังไม่ได้เงินเดือนของเดือนสุดท้ายจึงกลับมาก่อเหตุชิงทรัพย์

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่า นายธีรพัฒน์ผู้นี้ เคยตกเป็นผู้ต้องหาคดียิงนักศึกษาหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ช่วงการชุมนุม เมื่อปี 2556 และผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ เบื้องต้นทางตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ และ กก.สส.บก.น.5 ได้เร่งประชุมแบ่งงาน กระจายกำลังลงพื้นที่ พร้อมทั้งตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้