วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ที่ดินภูเก็ตพุ่งเกือบ 3 เท่าในรอบ 10 ปี หาดป่าตองแพงปรี๊ดไร่ละ 180 ล.

ที่ดินภูเก็ตพุ่งเกือบ 3 เท่าในรอบ 10 ปี หาดป่าตองแพงปรี๊ดไร่ละ 180 ล.

  • Share:

AREA เผยในรอบ 10 ปี ราคาที่ดินภูเก็ตพุ่งต่อเนื่องรวดเร็ว เกือบ 3 เท่า หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 14% ผลจากท่องเที่ยวเติบโต โดยเฉพาะหาดป่าตอง ราคาสูงสุด ไร่ละ 180 ล้าน ชี้หากเก็บภาษีที่ดิน ยิ่งส่งผลให้ราคาที่ดินสูงขึ้นอีก....

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) แถลงถึงผลสำรวจราคาที่ดินตามหาดต่างๆ บนเกาะภูเก็ตในระหว่างปี 2547-2557 พบว่า ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดย 1. ราคาที่ดินบนเกาะภูเก็ตโดยรวมเพิ่มจากฐาน 100% เป็น 384% ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2547-2557) หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 14% ซึ่งถือว่าสูงมาก โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีล่าสุด (ปี 2555-2557) เพิ่มขึ้นปีละ 32% ทั้งนี้ คงเป็นผลมาจากการท่องเที่ยวที่เติบโตเป็นอย่างมากในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา

2. สำหรับพื้นที่ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดคือพื้นที่บริเวณอ่าวมะพร้าว และอ่าวปอ โดยเพิ่มขึ้น 500% ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจาก 100% เป็น 500% หรือเพิ่มขึ้น 4 เท่า อย่างเช่นกรณีอ่าวมะพร้าวราคาเริ่มต้นจากไร่ละ 2 ล้านบาทในปี 2547 เป็นไร่ละ 10 ล้านบาทในปี 2557 ทั้งนี้ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 17% โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีล่าสุดเพิ่มขึ้นปีละ 41% อย่างไรก็ตามที่ดินทั้ง 4 บริเวณนี้มีราคาค่อนข้างถูกมาตั้งแต่แรกจึงทำให้ดูมีราคาเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ

3. สำหรับพื้นที่ที่มีราคาสูงที่สุดคือ ที่ดินบริเวณหาดป่าตองโดยปัจจุบันนี้มีราคาไร่ละ 180 ล้านบาท หรือตารางวาละ 450,000 บาท ทั้งนี้เมื่อปี 2547 ยังมีราคาไร่ละ 40 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้ ราคาที่ดินริมหาดป่าตองเพิ่มขึ้นจาก 100% เป็น 450% หรือเพิ่มขึ้น 3.5 เท่า ซึ่งเท่ากับเพิ่มขึ้นปีละ 16% และโดยเฉพาะ 2 ปีล่าสุด (2555-2557) ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 22%

4. จะสังเกตได้ว่าราคาที่ดินริมหาดด้านตะวันตกจะมีราคาแพงกว่ามาก เมื่อเทียบกับบริเวณด้านตะวันออก เพราะทะเลทางด้านตะวันตกสวยกว่า มีชายหาดสวยงามอีกด้วย ส่วนทะเลกระบี่ด้านตะวันออกสภาพแวดล้อมไม่สวยงามนักและไม่มีหาด เป็นหมู่บ้านประมงบ้าง ราคาจึงต่างกันอย่างมหาศาล

5. กรณีพิบัติภัยสึนามิ ราคาที่ดินไม่ได้ตกต่ำลงแต่อย่างใด จากการสำรวจของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส พบว่า ราคาที่ดินทางด้านทิศตะวันตกของเกาะซึ่งได้รับผลกระทบจากสึนามิโดยตรง มีราคาหยุดนิ่งหลังเกิดสึนามิ ทั้งนี้ จากการเปรียบเทียบราคาในเดือนกรกฎาคม 2547 และราคาในเดือนเมษายน 2548 หรือประมาณ 5 เดือนหลังเกิดสึนามิ อย่างไรก็ตาม หากในช่วงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ หลังเกิดสึนามิอาจเกิดภาวะตกใจ (panic) ทำให้ไม่มีการซื้อขาย แต่หลังจากนั้นราคาก็เกิดขึ้นใหม่ และหลังจากปี 2548 เป็นต้นมา ราคาก็ขยับตัวอย่างรวดเร็วมาก

6. เป็นที่น่าสังเกตว่า ราคาที่ดินบริเวณหาดและอ่าวฝั่งตะวันออกของเกาะภูเก็ต กลับมีราคาเพิ่มขึ้นแทบทุกหาดในช่วงเดือนกรกฎาคม 2547-เมษายน 2548 โดยไม่มีความวิตกใดๆ ต่อพิบัติภัยสึนามิเลย ทั้งนี้ เป็นความเข้าใจของท้องถิ่นที่เชื่อว่าไม่น่าจะมีสึนามิเกิดขึ้นในบริเวณทะเล กระบี่ได้ ราคาจึงขยับตัวขึ้น โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 9.5% ในขณะที่ที่ดินฝั่งตะวันตกของเกาะ ราคาเพิ่มขึ้นเพียง 4.4% เท่านั้น

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่า ในปี 2558 ราคาที่ดินบนเกาะภูเก็ต ยังจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่อาจชะลอตัวลงบ้างตามความผันผวนทางการเมือง และการลดลงของนักท่องเที่ยว หากเกาะภูเก็ตมีการปกครองตนเอง มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเอง มีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามอัตรา 1-3% เช่นเดียวกับในประเทศยุโรปและอเมริกา จะทำให้ภูเก็ตมีรายได้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นมากขึ้น สามารถนำมาสร้างระบบสาธารณูปโภคได้มากมาย และยิ่งส่งผลให้ราคาที่ดินบนเกาะภูเก็ตเพิ่มสูงขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้