วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กสิกร ชี้ ศก.ฟื้นช้า คาด กนง. 5 พ.ย. ยังคงตรึงดอกเบี้ย 2%

กสิกร ชี้ ศก.ฟื้นช้า คาด กนง. 5 พ.ย. ยังคงตรึงดอกเบี้ย 2%

  • Share:

กสิกร คาดประชุมกนง. 5 พ.ย. ยังคงตรึงดอกเบี้ย 2% หนุน ศก.ไทยที่เพิ่งฟื้นกลับมาขยายตัว ชี้บริโภคยังฟื้นตัวจำกัด ลงทุนยังอ่อนแรง อีกทั้งมีความเสี่ยงภาวะเงินฝืดและหนี้ครัวเรือน...

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมวันที่ 5 พ.ย. 2557 นี้ น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.00% เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่เพิ่งเริ่มกลับมาขยายตัว ให้สามารถกลับสู่การขยายตัวในระดับใกล้เคียงกับศักยภาพมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวที่เปราะบาง และยังมีความเสี่ยงต่อการขยายตัวค่อนข้างมาก ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจไทยล่าสุดในเดือน ก.ย. และไตรมาส 3/2557 ที่ประกาศออกมา ยังชี้ถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเชื่องช้า ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคที่การฟื้นตัวยังจำกัดเฉพาะการบริโภคสินค้าไม่คงทน หรือกึ่งคงทน ขณะที่การลงทุนยังคงอ่อนแรง จากกำลังการผลิตส่วนเกินของภาคธุรกิจที่ยังคงมีอยู่ ด้านการส่งออกนั้น แม้จะสามารถพลิกจากการหดตัวในเดือนก่อนๆ หน้า กลับมาอยู่ในแดนบวกได้ในเดือนก.ย. 2557 แต่ตัวเลขสะสมในช่วง 9 เดือนแรก ก็ยังคงหดตัวจากระยะเดียวกันของปีก่อนที่ 0.7% และยังมีความเสี่ยงที่ตัวเลขการส่งออกสำหรับทั้งปี 2557 อาจจบปีด้วยการหดตัวเล็กน้อย ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักของไทยที่อ่อนแรง และปัญหาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกของไทยบางประเภท

ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อที่ค่อนข้างผ่อนคลายในปัจจุบัน เอื้อต่อการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ ขณะที่ความเสี่ยงในการเกิดภาวะเงินฝืดยังอยู่ในระดับต่ำ โดยการปรับลดลงของเงินเฟ้อทั่วไปจากระดับเหนือ 2% ในช่วงปลายไตรมาส 1/2557 มาเหลือที่ 1.75% ในเดือน ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาพลังงานและราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก ซึ่งส่งผ่านผลกระทบบางส่วนมายังราคาพลังงานและราคาสินค้าเกษตรในประเทศ อันถือเป็นปัจจัยด้านอุปทานช่วยผ่อนคลายแรงกดดันในภาพรวมต่อเงินเฟ้อทั่วไป ลง

"หากขจัดผลของราคาอาหารและพลังงาน ผ่านการวัดในมิติของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานแล้ว จะพบว่ายังรักษาระดับการเติบโตจากปีก่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืดจากฝั่งอุปสงค์ที่ยังไม่ชัดเจนในขณะนี้"

อย่างไรก็ตาม จากภาพการฟื้นตัวของเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ยังเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง ทำให้มีความจำเป็นที่ กนง.คงต้องรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.0% อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ แม้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะที่ผ่านมา จะผ่อนคลายลง แต่ส่วนหนึ่งอธิบายได้จากปัจจัยด้านอุปทานมากกว่าด้านอุปสงค์ จึงไม่ใช่สัญญาณที่บ่งชี้ถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลงในระยะนี้ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย เนื่องจากอาจเพิ่มประเด็นความเสี่ยงเชิงเสถียรภาพในด้านอื่นๆ ตามมา เช่น ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเก็งกำไรราคาสินทรัพย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า กนง.คงจะติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เนื่องจากต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกยังเผชิญความเสี่ยงต่อการฟื้นตัว จากปัญหาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอยู่ อันทำให้การขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจไทยในระยะอันใกล้นี้ ขึ้นกับบทบาทการใช้จ่ายและความก้าวหน้าของการผลักดันโครงการลงทุนของภาครัฐ เป็นสำคัญ

"การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงเชิงเสถียรภาพหลายประเด็นตามมา ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ กนง.คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถหาแนวทางรับมือและล้อมกรอบปัญหาไว้ล่วงหน้า อันจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะกลางถึงยาว"

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้