ผบ.ทบ. สั่งปรับแผนเชิงรุกรับมือผู้ก่อเหตุรุนแรง

ข่าว

    ผบ.ทบ. สั่งปรับแผนเชิงรุกรับมือผู้ก่อเหตุรุนแรง

    ไทยรัฐออนไลน์

      3 พ.ย. 2557 14:03 น.

      ผบ.ทบ.สั่ง จนท.ปรับแผนเชิงรุกรับมือผู้ก่อเหตุรุนแรง เน้นงานด้านข่าวและตั้งจุดตรวจ เร่งดูแลผู้ได้รับผลกระทบและสืบหาคนร้าย ชี้ผู้ก่อเหตุพยายามบิดเบือนคนต่างศาสนา

      วันที่ 3 พ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกเพื่อสรุปสถานการณ์ประจำวัน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวหลังการประชุมถึงกรณีเหตุลอบยิงชาวบ้านที่ อ.เทพา จ.สงขลา และอีกหลายๆ กรณีที่ผ่านมา

      โดย ผบ.ทบ.ในฐานะรอง ผอ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) ได้จัดให้มีการประชุมด่วนทางไกลระบบ VTC กับ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ซึ่งหลังจากหน่วยได้ชี้แจงรายละเอียดและแนวทางการการปฏิบัติของแต่ละเหตุการณ์ ผบ.ทบ./ รอง ผอ.รมน. ได้สั่งกำชับเพิ่มเติม มีรายละเอียด คือ 1.ให้เร่งดูแลผู้ได้รับผลกระทบและติดตามสืบสวนหาคนผิดโดยอาศัยเครื่องมือตามช่องทางที่มีอยู่ 2.ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันเหตุให้มากขึ้น โดยเน้นให้ทุกหน่วยงาน ปรับใช้มาตรการเชิงรุกให้มากขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ด้วยระบบจุดตรวจ ทั้งเขตในเมือง และพื้นที่นอกเขตเมือง

      3.ปรับเพิ่มประสิทธิภาพงานข่าวให้มีประสิทธิภาพอาจ โดยใช้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้มากยิ่งขึ้น 4 .ให้เจ้าหน้าที่ปรับลักษณะการทำงานให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มักจะเกิดเหตุ โดยเน้นการปฏิบัติในช่วงกลางคืนให้มากขึ้น 5.การปฏิบัติงานของจุดตรวจเฉพาะกิจ หรือหน่วยย่อยขนาดเล็กต่างๆ ให้มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่เพียงพอ มีรูปแบบในการแสดงตนชัดเจน เป็นไปตามหลักปฏิบัติในทางยุทธวิธี 6.งานมวลชน ให้ดำรงความต่อเนื่องในการสร้างความเข้าใจ และความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนยังคงเน้นให้ผู้เกี่ยวข้องให้ความสำคัญการพูดคุยสันติสุขในระดับพื้นที่ด้วย

      พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า แนวทางผู้ก่อเหตุรุนแรงพยายามเชื่อมโยงแบบบิดเบือนและกล่าวอ้าง เพื่อที่จะใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ ในลักษณะเดิมๆ คือ ต้องการสร้างความแตกแยกระหว่างคนต่างศาสนา หรือสร้างความหวาดระแวงระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน ซึ่งเป็นพฤติกรรมของพวกหัวรุนแรง สุดโต่ง ไม่มีอุดมการณ์ใดๆ และมิใช่ลักษณะนิสัยของผู้ที่ยึดถือ หรือเลื่อมใสในหลักศาสนา มั่นใจว่าสังคมโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่จะปฏิเสธ และไม่ยอมรับในพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องสืบหาและติดตามนำตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการให้ได้ต่อไป.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13:42 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์