วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก้วิกฤติภัยแล้ง...ซ้ำซาก!

แก้วิกฤติภัยแล้ง...ซ้ำซาก!

  • Share:

สัญญาณเตือนภัย 31 จังหวัดทั่วประเทศเสี่ยงภัยแล้งคุกคามหนักปี 2558

“นายกฯ” ห่วงภัยแล้งปี 58

มท.1 ชี้ปีนี้แล้งหนักยาวถึงฤดูฝนหน้า

วิกฤติลำน้ำชี ชัยภูมิ ชาวบ้านเปิดศึกแย่งน้ำ

โคราชส่อแล้งสุดรอบ 10 ปี ผู้ว่าฯเรียกถก ด่วนหาทางรับมือ อุดรธานีเจอภัยแล้งหนักสุดในรอบ 60 ปี ส่วนกำแพงเพชรแล้งหนักสุดรอบ 20 ปี ระดับน้ำในแม่น้ำปิงลดฮวบ

นักวิชาการชี้ปี 58 แล้งหนัก “ผบ.ทบ.” เตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง คาดปีนี้รุนแรง ฯลฯ

สารพัดข่าวสารที่สื่อทุกแขนงส่งสัญญาณเตือนภัยถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุดกับวิกฤติแล้งในช่วงปลายปี 2557 ต่อ 2558 ที่กำลัง ย่างกรายเข้าคุกคามคนไทยอีกครั้ง ที่ร้ายที่สุดคือเป็นสัญญาณที่รุนแรง หนักหน่วง และยาวนาน กว่าทุกครั้งที่ผ่านๆ

ปราณีต ร้อยบาง

โดยเฉพาะเมื่อดูข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งรายงานว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมปี 2557 ต่ำกว่าค่าปกติอย่างมาก เมื่อเทียบกับปี 2556 ขณะที่ กรมชลประทานก็มีการสรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลางปี 2557 น้อยกว่าปี 2556 ถึง 5,310 ล้าน ลูกบาศก์เมตร

และยิ่งน่าตระหนกขึ้นไปอีกเมื่อหันมาดูข้อมูลของหน่วยงานด้านน้ำของประเทศอย่าง สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ระบุว่า สถานการณ์ภัยแล้งน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ เพราะเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำน้อยมาก โดยเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำในเขื่อนแค่ 43% แต่สามารถนำน้ำออกมาใช้ได้จริงแค่ 15% เท่านั้น ส่วนเขื่อน สิริกิติ์ก็มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 61% และสามารถใช้น้ำได้จริงแค่ 31%

“พื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางน่าห่วง เพราะเมื่อถึงฤดูแล้ง จริงๆ บางพื้นที่อาจจะถึงขั้นไม่มีน้ำใช้” นายรอยล จิตรดอน ผอ.สสนก.ระบุชัด
ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่รับผิด ชอบทั้งเรื่องของน้ำและทรัพยากรของประเทศ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ฟันธงชัดเจนว่า ในปี 2558 ประเทศไทยจะมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 31 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด สระแก้ว เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม หนองบัวลำภู นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ หนองคาย ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ

สรุปคือภัยแล้งปีนี้เหนื่อยแน่ ที่สำคัญจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอนต่อการดำรงชีวิตของประชาชน รวมทั้งจะนำความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมมาสู่ประเทศชาติ เพราะไทยเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่สำคัญในตลาดโลก

แก้วิกฤติภัยแล้ง

แน่นอน เมื่อพืชขาดน้ำ ก็ขาดความเจริญเติบโต ผลผลิตมีคุณภาพต่ำ ปริมาณลดลงและ หนีไม่พ้นที่จะกระทบกับด้านเศรษฐกิจ ส่งผลถึง
สินค้าราคาแพง และพัวพันเป็นห่วงโซ่ถึงปัญหาด้านการท่องเที่ยว ปศุสัตว์ อุตสาหกรรม เป็นต้น แม้กระทั่งด้านสิ่งแวดล้อมยังต้องผจญกับผลพวง ทั้งเรื่องสัตว์จะขาดน้ำ ระดับน้ำในดิน รวมทั้งคุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลง เป็นต้น สุดท้ายอาจลุกลามเป็นปัญหาสังคม เกิดการขัดแย้งแย่งชิงน้ำระหว่างประชาชน เป็นต้น

นายปราณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทบ.) กล่าวว่า เพื่อ เป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาความ
เดือดร้อนของประชาชน ทบ.ได้ระดมกำลังทั้งด้านบุคลากร เครื่องจักรและอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ประกอบด้วย ชุดเจาะบ่อน้ำบาดาล พร้อมรถบรรทุกเครื่องมืออุปกรณ์ 86 ชุด ชุดเป่าล้างทำความสะอาดบ่อน้ำบาดาล 85 ชุด รถปรับปรุงคุณภาพน้ำเคลื่อนที่ 18 คัน รถบรรทุกน้ำ 93 คัน จุดจ่ายน้ำถาวร 87 แห่ง และมีระบบน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนทั่วประเทศที่พร้อมเป็นจุดจ่ายน้ำสะอาดให้ความช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดพิบัติภัย 413 แห่ง

ที่สำคัญใน ปีงบประมาณ 2558 ทบ.มีแผนงานโครงการสำคัญที่มีส่วนในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งอยู่แล้วจำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย หนึ่ง) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค 683 แห่ง งบประ-มาณ 164 ล้านบาท สอง) โครง-การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ 700 แห่ง งบประมาณ 753 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 รูปแบบ เพื่อรองรับโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า 300 คนขึ้นไป 200 แห่ง และโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 100 คน 500 แห่ง และสาม) โครงการพัฒนา แหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง 1,285 แห่ง งบประมาณ 523 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 รูปแบบ เพื่อรองรับพื้นที่ขนาด 100 ไร่ 40 แห่ง และพื้นที่ขนาด 30 ไร่ 1,245 แห่ง

ขณะนี้ทุกโครงการเริ่มดำเนินการแล้ว ขั้นตอนการเจาะบ่อน้ำบาดาล 1,321 บ่อ ในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 31 จังหวัด จะแล้วเสร็จได้ภายในสิ้นปี 2557 ก่อนเข้าสู่ช่วงต้นฤดูแล้งของปี 2558 ที่จะมาถึง

“นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 12 แห่ง ที่มีพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเร่งดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลระบบประปาบาดาลในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 31 จังหวัด ซึ่งปัจจุบันอาจจะมีระบบประปาไม่เพียงพอ หรือชำรุดเสียหายจนใช้การ ไม่ได้ รวมถึงระบบประปาที่ต้องซ่อมแซมแก้ไข เพื่อจัดทำเป็นแผนงานโครงการและเตรียมนำเสนอรัฐบาลต่อไป” อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลระบุ

ภัยแล้งหนักสุด

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว แม้จะเป็นเพียงหนึ่งในหลายๆมาตรการที่เตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่ถือเป็นสถานการณ์ซ้ำซาก หนักบ้างเบาบ้างสลับกันไปทุกปี 

แต่สิ่งที่เราอดห่วงไม่ได้และต้องขอฝากทุกหน่วยงานรวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องคือ มาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ ครบวงจร เพราะต้องไม่ลืมว่าปัญหาที่คนไทยต้องเผชิญกันทุกปี คือ น้ำท่วมและภัยแล้งจนเรียกกันว่าแล้งซ้ำซาก ท่วมซ้ำซ้อน

เพราะไม่ว่าจะเป็นวิกฤติภัยแล้ง หรือน้ำท่วม ถ้าจะว่าไปแล้วก็คงไม่ต่างจากระเบิดเวลา ที่นับถอยหลัง รอวันถอดสลักออกเท่านั้น ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือเร่งหามาตรการป้องกันที่มีความยั่งยืน

เลิกเสียทีเถอะกับการแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ที่สร้างความอกสั่นขวัญผวาให้คนไทยซ้ำซากทุกปี!!!

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้