วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กฎหมายหรือจิตสำนึก?

กฎหมายหรือจิตสำนึก?

  • Share:

แนวความคิดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญใหม่ ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มาจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)มีทั้งให้ลดจำนวน ส.ส.เหลือแค่จังหวัดละ1คน รวมเป็น 77 คน ให้นายกรัฐมนตรีมาจากเลือกตั้งโดยตรง เลิกบังคับ ส.ส.สังกัดพรรค เลิกระบบ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เพื่อลดอำนาจพรรค

ผู้เสนออ้างว่า ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียว เบอร์เดียวอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผู้สมัครต้องอิงพรรคและ ส.ส.กลายเป็นผู้แทนของเสียงข้างน้อย จึงต้องใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ย้อนยุคกลับไปสู่ยุคกึ่งพุทธกาล2500 ซึ่งน่าจะขัดต่อหลัก “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” ซึ่งประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกยึดถือ

วิธีนี้จะทำให้สิทธิของคนแต่ละจังหวัดไม่เท่าเทียมกัน คน กทม.หย่อนบัตรได้ ส.ส. 35 คน แต่คนในจังหวัดเล็กหย่อนบัตรได้ ส.ส. แค่ 1 คน และไม่ทราบว่าจะลดอำนาจ พรรคลงได้อย่างไร? เพราะยิ่งเขตเลือกตั้งใหญ่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ผู้สมัครก็ยิ่งต้องพึ่งพรรคมากขึ้น ทั้งด้านการเงิน ชื่อพรรคและ หัวคะแนน เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ข้อเสนอส่วนใหญ่ในระยะนี้ เป็นเรื่องโครงสร้างทางการเมืองดูเหมือนจะไม่มีข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปด้านจริยธรรม คุณธรรมและธรรมาภิบาล หรือจิตสำนึกนักการเมือง ตามเสียงเรียกร้องผ่านโพลเมื่อสองสามปีก่อน ที่คนส่วนใหญ่ขอให้แก้ไขนิสัยไม่ดีของนักการเมือง ก่อนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นมีแต่ประธาน สปช. พูดอยู่คนเดียว

จิตสำนึกนักการเมืองสำคัญกว่ารัฐธรรมนูญอย่างไร? ชาวสวีเดนคนหนึ่งเขียน จม.ถึงหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เล่าว่า รัฐมนตรียุติธรรมหญิงของสวีเดน ต้องลาออก และขายบ้านย้ายหนีไปอยู่ต่างประเทศไม่ใช่เพราะถูกสภาถอดถอน แต่เพราะความละอายใจที่ถูกเปิดเผยว่า เธอไม่ได้ชำระค่าทะเบียนทีวี 15 ปี กฎหมายสวีเดนระบุว่า เจ้าของทีวีทุกคนต้องทำ

ลาออกแล้วแต่เรื่องก็ยังไม่จบ อดีตรัฐมนตรีคนนี้จะต้องวางมือการเมืองตลอดไป ทั้งๆที่อาจไม่มีกฎหมายบังคับแต่ด้วยจิตสำนึกรับผิดชอบ ส่วนประเทศไทย มีสัญญาณอันดีอย่างหนึ่งคือ รัฐธรรมนูญชั่วคราวบังคับไว้ว่า รัฐธรรมนูญใหม่จะต้องมีบทบัญญัติห้ามบุคคลไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต เช่น ผู้ต้องคำพิพากษาทุจริตโกงกิน และโกงการเลือกตั้ง

ถ้าจะรอให้นักการเมืองไทยมีจิตสำนึกเอง เหมือนกับนักการเมืองสวีเดนในตัวอย่าง ไม่รู้ว่าชาติไหนจึงจะได้พบ จึงต้องใช้กฎหมายสูงสุดบังคับ แต่ก็อาจมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติไม่ยึดติดลัทธิ “เพื่อนพ้องน้องพี่” หรือไม่? นี่คือโจทย์ยากที่สุดที่ สปช.จะต้องหาคำตอบ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้