จุดยืน คสช. วัดใจกรณี “ถอดถอน”

ข่าว

    จุดยืน คสช. วัดใจกรณี “ถอดถอน”

    สายล่อฟ้า

      4 พ.ย. 2557 05:00 น.

      นอกเหนือจากการปฏิรูปประเทศแล้วยังมีประเด็นการเมืองที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 57 ที่ สนช.จะพิจารณาว่าจะรับเรื่องการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทน และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาหรือไม่

      ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ขาดว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ สนช.พิจารณาถอดถอนบุคคลทั้งสอง

      ประเด็นนี้ สนช.เคยหยิบยกขึ้นมาพิจารณาแล้วครั้งนี้ แต่ปรากฏว่าเกิดข้อขัดแย้งว่า สนช. มีอำนาจหน้าที่หรือไม่ จึงต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปไม่มีกำหนด

      สุดท้ายทนกระแสกดดันไม่ไหวต้องนำขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

      เบื้องต้นยังไม่ถึงขั้นตอนถอดถอน เพียงแต่จะต้องมีมติว่าจะรับพิจารณาหรือไม่เท่านั้น ทั้งนี้ใน สนช. มีความเห็นต่างกันออกเป็น 3 ฝ่าย

      1.ไม่เห็นด้วย เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญปี 52 ถูกยกเลิกไปแล้วก็จบกันไป

      2.เห็นด้วย เพราะถือว่า สนช.มีอำนาจที่จะกระทำได้

      3.จะไม่ออกเสียงเพราะไม่แน่ใจว่าจะกระทำผิดกฎหมายหรือไม่

      แน่นอนว่าประเด็นนี้ย่อมมองไปที่ คสช.เป็นด้านหลักว่ามีจุดยืนต้องการให้มีการถอดถอนหรือไม่ เนื่องจาก สนช.มีฝ่ายทหารในจำนวนมากที่สุด ถ้ายกมือสนับสนุนข้างใดข้างหนึ่งก็จะชนะทันที

      ที่ต้องลุ้นคงไม่ใช่แค่ 2 อดีตประธานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอดีต ส.ส.-ส.ว.ที่ ป.ป.ช.ชี้ไว้แล้วว่ามีความผิดในกรณีเดียวกัน และอีกส่วนหนึ่งยังไม่ได้พิจารณาอีกเป็นร้อยคน

      หาก สนช.รับพิจารณาและลงมติถอดถอนก็จะเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน อันจะส่งผลให้ 2 อดีตประธานและอดีต ส.ส.-ส.ว.อีกจำนวนหนึ่ง จะต้องถูกเว้นวรรคการเมือง 5 ปี

      “เพื่อไทย” ก็อ่วมอรทัยทันที

      จากนั้นในวันที่ 12 พ.ย.57 เช่นกัน สนช.ได้กำหนดพิจารณาอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ ป.ป.ช.ได้ชงเรื่องให้พิจารณาถอดถอน เพียงแต่เป็นคนละประเด็นคนละกรณี เพราะอดีตนายกฯถูกชี้มูลความผิดละเว้น ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว จนก่อให้เกิดความเสียหาย

      เป็นกรณีละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่ความผิดกระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ

      2 ประเด็นนี้จึงแตกต่างกันอย่างชัดเจน

      แม้ว่ารัฐธรรมนูญปี 50 จะถูกยกเลิกไปแล้วก็ตาม แต่ก็มีการอ้างอิงข้อกฎหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายของ ป.ป.ช.ว่าด้วยการทุจริต และ พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน

      ทั้ง 2 เรื่องนี้จะเกี่ยวพันกับความขัดแย้งทางการเมืองอีกครั้งแน่ เพราะฝ่ายที่เห็นว่าควรถอดถอนกับอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย

      แต่ทั้งหลายทั้งปวงย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ คสช.มากกว่า เนื่องจากสามารถ “ชี้นำ” สนช.ที่แต่งตั้งมากับมือได้

      จึงมีการจับตาดูกันมากว่า ท่าทีของ คสช.จะเป็นอย่างไร ต้องการให้เกิดความปรองดองหรือต้องการจัดการกับผู้ที่กระทำความผิด

      หาก สนช.จะพิจารณาถอดถอนทั้ง 2 เรื่องก็คงจะยังไม่พิจารณาถอดถอนได้ในทันที เพราะจะต้องมีการตั้ง กมธ.ขึ้นมาพิจารณาในแง่กฎหมายและให้พยานของแต่ละฝ่ายมาให้การเพิ่มเติม ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาพอสมควร

      ขั้นตอนการพิจารณานั่นแหละจะเป็นความจริงได้อย่างหนึ่ง

      ทำนองว่า เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วจะชี้ไปในทางไหนอาจจะเห็นว่าถอดถอนได้เลยหรือจะเป็นไปได้ว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอจึงยกยอดให้จำเลยไป

      นั่นแหละจะทำให้รู้ชัดเจนเลยว่า คสช.จะคิดยังไงกับเรื่องนี้ เพื่อความปรองดองเป็นการสมยอมกันหรือเดินหน้าเล่นงานผู้กระทำผิด

      ครานี้จะได้เห็นของจริงกันล่ะ.

      “สายล่อฟ้า”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10:22 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์