วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มอบตัวแล้ว!มือซัลโววินมอเตอร์ไซค์กลางเมืองภูเก็ต

มอบตัวแล้ว!มือซัลโววินมอเตอร์ไซค์กลางเมืองภูเก็ต

  • Share:

มือปืนยิงแสกหน้าหนุ่มวินมอเตอร์ไซค์ดับต่อหน้าลูกชายเข้ามอบตัวแล้ว สารภาพสิ้น เสียใจกับเหตุการณ์ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่พกอาวุธปืนติดตัวอย่างแน่นอน...

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 พ.ย.57 มีรายงานว่า พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย พ.ต.อ.พีระยุทธ์ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน รอง ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลื้อง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันสอบปากคำนายสุวัฒน์ แซ่จง อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.ภูเก็ต ลงวันที่ 31 ต.ค.57 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร

จากการจับกุม นายสุวัฒน์ได้ใช้อาวุธปืน 9 มม.จ่อยิงแสกหน้านายเฉลียว ปิยภาณีกุล อายุ 47 ปี หนุ่มวิน จยย.บขส.ใหม่ ถ.เทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เข้ากลางแสกหน้าเหนือคิ้วซ้ายจำนวน 1 นัด และยิงซ้ำอีก 2 นัด กระสุนพลาดเป้าไปติดผนังแมนชั่นใกล้จุดเกิดเหตุเสียชีวิตต่อหน้าบุตรชายวัย 10 ขวบที่นั่งซ้อนท้ายรถนายเฉลียว ผู้เป็นพ่อ ขณะรถติดไฟแดงบริเวณสี่แยกมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ถ.รัษฎานุสรณ์ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เมื่อช่วงสายวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้ขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน-เทา ทะเบียน ขธท 129 ภูเก็ตหลบหนีย้อนไปตาม ถ.รัษฎานุสรณ์มุ่งหน้าไปยังบ้านเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมือง แล้วหายตัวไป

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จากภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตและบริเวณแมนชั่นใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งพบภาพนายสุวัฒน์ ก่อเหตุอย่างใจเย็นก่อนขี่รถหลบหนีไป จึงเสนอต่อศาลขออนุมัติออกหมายจับในที่สุด และพบว่านายสุวัฒน์มีความเชี่ยวชาญและมีทักษะในการยิงปืนแบบรณยุทธ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและนายสนามซ้อมยิงปืนต่างรู้จักนายสุวัฒน์เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันยังมีความเชี่ยวชาญการตกบแต่งปืน-ไกปืนได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พยายามประสานไปยังเพื่อนๆ ที่นายสุวัฒน์รู้จักมักคุ้นให้เข้ามอบตัว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างออกสืบสวนติดตามจับกุมเส้นทางการหลบหนีของนายสุวัฒน์ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ทำให้นายสุวัฒน์เริ่มเครียดและกดดัน หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่หลังวัดท่าเรือ ถ.เทพกระษัตรี ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และนำอาวุธปืนขนาด 9 มม.ยี่ห้อ Glock ที่ก่อเหตุไปซ่อนไว้ในป่ากล้วยใกล้สี่แยกศูนย์ราชการ จ.ภูเก็ต ใกล้ ถ.ตรัง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง

จากนั้นจึงได้ประสานขอเข้ามอบตัว โดยได้ขี่รถ จยย.คันที่ใช้หลบหนีเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองภูเก็ตเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 2 พ.ย.พร้อมของกลางรถ จยย.-หมวกกันน็อก เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุพร้อมกับพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำปืนที่ซุกซ่อนไว้ในป่ากล้วยดังกล่าวพร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 11 นัดบรรจุอยู่ในแมกกาซีน ซองพกปืน 1 อัน เพื่อใช้เป็นของกลางในการก่อเหตุ

ทั้งนี้ นายสุวัฒน์มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าซึมเศร้าตลอดเวลา โดยให้การสารภาพว่าสาเหตุที่ต้องยิงผู้ตายนั้น เนื่องจากผู้ตายเดินปรี่เข้ามาจะทำร้าย จึงจำเป็นต้องยิงเพื่อป้องกันตัว ทำให้นายเฉลียวถึงแก่ความตาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางชาวบ้านที่มารอดูนับร้อย โดยมี นปพ.ภ.จว.ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 50 นายคอยดูแลความปลอดภัยบริเวณที่เกิดเหตุอย่างแน่นหนา

ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายต่างกดดันและออกสืบสวนเส้นทางการหลบหนีมาโดยตลอด ซึ่งทราบว่านายสุวัฒน์มักคุ้นกับกลุ่มคนที่รักการซ้อมยิงปืนตามสนามซ้อมต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต โดยนายสุวัฒน์มีความเชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและหลงใหลกับการตกแต่งอาวุธปืนเป็นอย่างมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายที่รู้จักมักคุ้นกับนายสุวัฒน์และเคยแต่งปืนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วหลายนาย จนกระทั่งนายสุวัฒน์ยอมเข้ามอบตัวในที่สุด ส่วนสาเหตุเป็นการเผชิญกันกับผู้ตายซึ่งหน้า ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เกิดมีการขี่รถปาดหน้ากันขึ้นและมีปากเสียงกัน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ นายสุวัฒน์ได้จอดรถประกบข้างพร้อมกับสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ตาย โดยขู่จะยิงด้วยปืน แต่ผู้ตายกลับไม่กลัวและมีอาการโมโหพร้อมกับท้าให้ยิง โดยได้จอดรถถอดหมวกกันน็อกเดินปรี่เข้าหานายสุวัฒน์ เพื่อจะทำร้าย ทำให้นายสุวัฒน์หยิบปืนที่พกอยู่ในกระเป๋าคาดเอวออกมาจ่อยิงเข้าแสกหน้า 1 นัดและซ้ำอีก 2 นัด กระสุนพลาดเป้า ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตคาที่

ด้าน นายสุวัฒน์ ผู้ต้องหา กล่าวด้วยใบหน้าที่ซึมเศร้าและเครียดตลอดเวลาขณะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ว่า รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก และถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปได้ตนเองจะไม่พกอาวุธปืนติดตัวอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าในวันนั้นตนเองไม่มีปืน อย่างมากก็ถูกผู้ตายชกต่อยเท่านั้น แต่เมื่อมีปืน ทำให้ต้องนำออกมาป้องกันตัว จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้