วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แถบเหลืองแดง

แถบเหลืองแดง

  • Share:

งานของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณภาพเยาวชน เรียกคำย่อ สสค. คือการไปช่วย “เติมเชื้อไฟ” ให้กระบวนการศึกษา เป้าหมายอยู่ที่ครู หาครูดี ครูสอนดี เป็นต้นแบบให้มากๆเข้าไว้

ของแถมจากการหาครูดี ได้เป็นงานวิจัย ที่บอกว่าเด็กไทยที่เกิดปีเดียวกัน ที่เรียนชั้น ม.6 มีโอกาสเรียนต่อ มีอยู่ร้อยละ 40 สัญลักษณ์ของเด็กเหล่านี้ ใช้แถบสีเขียว

ร้อยละ 20 ออกไปจากระบบเมื่อจบ ม.6 หรือ ปวช. ใช้สัญลักษณ์ แถบสีเหลือง

อีกร้อยละ 30 ยุติชีวิตการเรียน ตั้งแต่ชั้น ม.3 ร้อยละ 10 หลุดหายไปจากระบบการศึกษา ก่อนจบ ม.3 หรือภาคบังคับ เด็กสองกลุ่มนี้...ใช้แถบสีแดง

รวมเด็กเรียนไม่ถึง ม.6 ทั้งแถบสีเหลือง สีแดง ร้อยละ 60

ผมฟังคุณหมอศุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค. แจกแจงแล้ว ก็ได้ภาพสีเหลืองสีแดง ติดค้างในใจ...เด็กเหล่านี้ หลุดจากระบบโรงเรียนไปแล้ว...คิดผิวเผิน ก็คงไม่ใช่งานของกระทรวงการศึกษาต่อไปอีก

ระหว่างฟัง ผมมองไปที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาฯ ซึ่งนั่งประชุมอยู่ใกล้ประธานที่ประชุม รองนายกฯ ยงยุทธ ยุทธวงศ์...ผมอยากรู้...นายทหารที่มาคุมการศึกษา ท่านคิดอะไร

ก่อนจบการประชุม พล.ร.อ.ณรงค์ ขอเวลาพูดสั้นๆ...“ผมเป็นห่วงเด็กที่เรียนไปไม่ถึง ม.6 เด็กที่เรียน ม.6 แล้วไม่ไปเรียนต่อ...เด็กเหล่านี้ ควรเป็นภาระที่จะต้องให้การเรียนรู้ การดูแล...ต่อ”

ทหารคุมการศึกษา ผมเคยมองว่า น่าจะผิดฝาผิดตัว ฟังแล้ว ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์

นักบริหารนั้น โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องรู้ลึก ลงถึงราก...ไปเสียทุกเรื่อง เพียงมองภาพรวม...ออก รู้ว่าส่วนไหนเกิน ก็ต้องลิดออก ส่วนไหนขาด ก็ต้องเติมเต็ม ส่วนที่ดีอยู่แล้ว ก็ต้องรักษาไว้

การเห็นแถบสี เด็กๆที่น่าจะมีปัญหา เด็กๆที่น่าห่วง มากถึง 60% เป็นภาระที่รัฐบาลจะต้องคิดหาวิธี...เป็นการคิดแบบถูกทางถูกที่...สมหน้าที่ผู้อาสาเข้ามาคุมนโยบายการศึกษาจริงๆ

รมว.ศึกษาฯพูดจบ ผมอยากปรบมือเสียงดังๆ แต่ดูแล้ว...บรรยากาศการประชุม ซึ่งมีแต่ระดับข้าราชการ นักวิชาการ แถวหน้า นิ่งและเงียบกันทุกท่าน...ผมก็ต้องยั้งมือ

แต่ไม่ต้องเก็บอั้นไว้นาน อาจารย์สมพงษ์ จิตระดับ...พูดแทน ท่านไม่เคยชมใครง่ายๆ แต่วันนี้ขอออกปากชม

เราคงดูแคลนทหาร ว่าเก่งแต่การรบราอย่างเดียวไม่ได้...ทหารหลายนาย ตั้งแต่นายกฯลงมา ถึงอีกหลายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาฯ รัฐมนตรีที่นั่งตรงหน้า...แสดงให้เห็นว่าในเวลาที่ทหารอยู่ ชาวบ้านอย่างเราๆ พอจะฝากผีฝากไข้กับท่านไว้ได้

ทหารอาจทำการบ้านไว้ดี ทหารอาจมีความคิดเชิงประจักษ์ฝังใจ การปฏิรูปบ้านเมืองที่จะให้ได้ผลดีเต็มที่นั้น แม้จะใช้เวลา ก็ต้องเริ่มที่การศึกษาเท่านั้น

ถ้าเด็กวันนี้ เป็นเด็กเก่ง เป็นเด็กดี เริ่มเข้าเรียนอนุบาล ต่อประถม มัธยม โดยพ่อแม่ไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ ก็น่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งที่ดีในวันหน้า

ส่วนเด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา...ถ้าปล่อยตามยถากรรม ส่วนหนึ่งก็หล่นไปอยู่ในกงล้ออาชญากรรม...ติดยาเสพติด เป็นโจรผู้ร้าย

หมอผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เคยบอก...นักโทษประหารในคุกส่วนใหญ่...เป็นเด็กที่โตมาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้าง

เด็กจำนวนนี้ ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาฯ จะต้องคิดหาวิธีการ ตัดไฟเสียแต่ต้นลม ป้องกันไม่ให้พวกเขาเบี่ยงเบนไปในทิศทางเลวร้าย เป็นปัญหาให้สังคมต้องช่วยกันแก้ไข ใช้งบประมาณก้อนใหญ่ ถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม

นี่ก็เข้าเดือนที่ 5 ที่ทหารขอเวลา แม้ความหวังแรงกล้า มีหลายเหตุปัจจัยให้แผ่วลงบ้าง...ฟัง รมว.ศึกษาฯพูด ผมก็เริ่มมีความหวัง...อีกครั้ง

ทหารก็มีดีของเขาเหมือนกัน...ช่วยกันลุ้นว่า ดีๆเข้าไว้...ผลบั้นปลาย อาจจะดีได้จริงๆ.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้