วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อุตสาหกรรมรอดภัยแล้ง โชคช่วยฝนเทลงเต็มเขื่อนภาคตะวันออก

อุตสาหกรรมรอดภัยแล้ง โชคช่วยฝนเทลงเต็มเขื่อนภาคตะวันออก

  • Share:

“กรมชล” ลั่นโรงงานภาคตะวันออกไม่ต้องห่วงขาดน้ำแล้ว หลังโชคดีฝนโค้งสุดท้ายเติมน้ำเข้าเต็มเขื่อน ส่วนภาคกลางแม้ฝนตกหนัก แต่น้ำเข้าเขื่อนน้อย คงประกาศงดปลูกนาปรังปีนี้ต่อไป พร้อมเริ่มรับสมัครชาวนาเข้าทำงานค่าแรงวันละ 300 บาทแล้ว เผยมีชาวนาลองของเริ่มปลูกข้าวนาปรังแล้วหลายพื้นที่

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ความกังวลที่ภาคอุตสาหกรรมและโรงงานภาคตะวันออก สอบถามมายังกรมชลประทานจำนวนมาก เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนภาคตะวันออกมีน้อย จนกังวลว่าโรงงานจะไม่มีน้ำใช้สำหรับการเดินเครื่องการผลิต ขณะนี้โชคดีมากที่มีฝนปลายฤดูกาล เข้ามาเติมน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นจนมากกว่าระดับความต้องการที่ประเมินไว้แล้ว รับประกันว่าอุตสาหกรรมภาคตะวันออกอยู่ในภาวะปลอดภัย ตลอดฤดูแล้งปีนี้แล้ว โดยเขื่อนคลองสียัด มีน้ำในเขื่อน 66% เขื่อนบางพระ 52% หนองปลาไหล 70% และประแสร์ 102%

ส่วนภาคกลาง แม้ขณะนี้จะมีฝนตกหนาแน่น แต่เนื่องจากปริมาณฝนไม่ได้ตกในพื้นที่เหนือเขื่อน ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนหลักที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของเขื่อนภาคกลาง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เพิ่มขึ้นประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งเป็นปริมาณเล็กน้อย แม้จะช่วยชาวนาที่ปลูกข้าวล่าช้าได้บ้าง แต่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลง ต่อปริมาณน้ำโดยรวม กรมชลฯจึงยังคงประกาศให้ชาวนางดปลูกข้าวนาปรัง ในลุ่มเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลองในปีนี้ต่อไป

สำหรับมาตรการจ้างงานชาวนาเพื่อช่วยเหลือ ชดเชยรายได้ในช่วงประกาศงดปลูกข้าวนาปรังในหน้าแล้งปีนี้ ขณะนี้มีสำนักงานชลประทาน เริ่มเปิดรับสมัครชาวนาเข้าทำงานแล้ว ประกอบด้วย สำนักชลประทานที่ 6 จ. ขอนแก่น ไม่เริ่มพร้อมกันทั่วประเทศ สำนักชลประทานที่ 4 จ.กำแพงเพชร และสำนักชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท เปิดรับสมัครชาวนาเข้าทำงานแล้ว และทันทีที่ส่วนกลางโอนเงินงบประมาณลงไปให้ ก็สามารถเริ่มงานกันได้เลย ค่าแรงวันละ 300 บาท ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทานคาดว่าจะเริ่มเปิดรับจ้างงานได้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับว่าเขตชลประทานใดมีงานก่อสร้าง เขตนั้นจึงจะเปิดรับสมัคร

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ รายงานสถานการณ์น้ำเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า แม้กรมชลฯได้ออกประกาศงดส่งน้ำเพื่อการทำนาปรัง ทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยาไปแล้ว แต่กลับพบว่าเกษตรกรบางส่วนได้เริ่มหว่านกล้าทำนาปรังแล้วในหลายพื้นที่ ซึ่งหากยังมีการขยายพื้นที่ทำนาปรัง ปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งที่จะถึงนี้ ย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยังจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่จะใช้ในการอุปโภค-บริโภค การผลิตน้ำประปา การผลักดันน้ำเค็ม และรักษาระบบนิเวศของลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด

ทั้งนี้ ขอความเห็นใจจากเกษตรกรร่วมกันงดทำนาปรัง เพื่อให้ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด เพียงพอใช้ในการดำรงชีพของประชาชนทั้งลุ่มน้ำตลอดในช่วงฤดูแล้งหน้านี้

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 31 ต.ค.2557 เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,015 ล้าน ลบ.ม. หรือ 45% ของความจุอ่างเขื่อน สิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 5,835 ล้าน ลบ.ม. หรือ 61% ของความจุอ่าง เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 784 ล้าน ลบ.ม. หรือ 83% ของความจุอ่าง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำ 817 ล้าน ลบ.ม. หรือ 85% คิดเฉพาะปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณ 6,755 ล้าน ลบ.ม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้