วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ธ.ก.ส.ออกสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี 1.7 หมื่นล้าน เริ่ม 1พ.ย.

ธ.ก.ส.ออกสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี 1.7 หมื่นล้าน เริ่ม 1พ.ย.

  • Share:

ธ.ก.ส.ออกสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี 1.7 หมื่นล้าน เปิดให้ชาวนาภาคเหนือ-อีสาน กู้รายละไม่เกิน 3 แสน ไม่เสียดอก ตั้งแต่ 1 พ.ย.ถึง 30 ก.ย.ปีหน้า เริ่มจ่ายเงิน 1 พ.ย. พร้อมออกสินเชื่อยุ้งฉาง-ลานตากข้าว ตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้...

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้เริ่มเปิดตัวโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2557/58 วงเงิน 17,280 ล้านบาท ตามมติครม. โดยเปิดให้ชาวนาในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2557 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2558 โดยจะเริ่มจ่ายเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2557 ถึง 28 ก.พ. 2558 และชำระคืนเงินกู้ภายใน 4 เดือนนับจากเดือนที่รับเงินกู้

ทั้งนี้ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เป็นสินเชื่อช่วยเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกมาปริมาณมากและมีราคาตกต่ำ เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการชะลอการขาย โดยไม่ต้องพะวงกับปัญหาเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในครัวเรือนและภาระหนี้สิน โดยสามารถนำผลผลิต คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวมาขอกู้กับ ธ.ก.ส. อัตราร้อยละ 80 ของราคาตลาด วงเงินไม่เกินรายละ 300,000 บาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ยังมีโครงการสินเชื่อเพื่อการสร้างหรือปรับปรุงยุ้งฉาง และลานตากข้าว เนื่องจากเกษตรกรต้องขายข้าวเปลือกทันทีหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อนำไปชำระค่าใช้จ่ายในการผลิตและค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่เนื่องจากผลผลิตออกมาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงออกสินเชื่อเพื่อการสร้างหรือปรับปรุงยุ้งฉาง และลานตากข้าว เพื่อสามารถก่อสร้างและปรับปรุงยุ้งฉางและลานตากข้าวเปลือก เพื่อสามารถปรับปรุงคุณภาพและเก็บผลผลิตไว้แล้วจึงนำออกมาขายเมื่อราคาสูงขึ้น

สำหรับสินเชื่อดังกล่าวมีวงเงิน 1,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเกษตรกรทั่วไปที่ MRR หรือ 7.0% และสถาบันเกษตรกรในอัตรา MLR หรือ 5.0% โดยสินเชื่อสำหรับปรับปรุงยุ้งฉางหรือลานตากข้าวเดิมให้ชำระคืนภายใน 5 ปี ส่วนการสร้างยุ้งฉางและลานตากข้าวใหม่ชำระคืนภายใน 10 ปี โดยสามารถขอกู้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2558

"โครงการที่ ธ.ก.ส.ดำเนินการในครั้งนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับเกษตรกรที่ต้องการเงินไป ใช้จ่ายค่าปัจจัยการผลิตและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำเมื่อราคาผลผลิตสูงขึ้นจึงนำผลผลิตไปขายในราคาที่ พึงพอใจ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรลูกค้าในด้านการผลิต การตลาดและเป็นแนวทางหนึ่งในการสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าการผลิต (Value Added) ตลอดห่วงโซ่การผลิต"

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้