วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นางฟ้าขอเม้าท์! เรื่อง(ไม่)ลับฉบับแอร์โฮสเตส มัดรวมเรื่องเล่าผู้โดยสารดุ เด็ด เผ็ดร้อน!

นางฟ้าขอเม้าท์! เรื่อง(ไม่)ลับฉบับแอร์โฮสเตส มัดรวมเรื่องเล่าผู้โดยสารดุ เด็ด เผ็ดร้อน!

  • Share:

หากเพราะงานบริการที่แสนยากเย็นและขึ้นชื่อว่าเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนขั้นสูงสุด คงจะหนีไม่พ้น "งานให้บริการคน" ฉะนั้นอาชีพแอร์โฮสเตสที่สาวๆ หลายคนฝันใฝ่ จึงมิใช่เรื่องง่ายๆ เพียงแค่เก่ง สวย รวยภาษาก็มิใช่ว่า จะพาคุณไต่ฝันนี้ไปได้อย่างสบายๆ แต่เพราะเส้นทางก่อนมาเป็นนางฟ้าแสนสวย จะต้องผ่านด่านอรหันต์ร้อยแปดพันประการ พร้อมฝึกอารมณ์อดกลั้น เพื่อรับมือกับผู้โดยสารหลากนิสัย หลายวัฒนธรรม เพราะอาชีพแอร์โฮสเตส มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ขอจับกระแสดราม่าผู้โดยสารเจ้าปัญหากับแอร์โฮสเตสแสนสวย มาเรียงร้อยเป็นเรื่องเล่าชวนอ่านน่าติดตาม มันส์หยดติ๋ง สดๆ จากปากนางฟ้า ดิบๆ จากปากเทพบุตร เพราะนี่คือเรื่องเล่าที่ผู้โดยสารโปรดทราบ ถ้าไม่ทราบก็ควรทราบ...


Part 1 ที่สุดผู้โดยสาร! สจ๊วตหนุ่มขอเล่า ผู้โดยสารแขกนักดื่ม ลูกเรือมือชง

ป๊อบ สจ๊วตสายการบินสีม่วงแห่งประเทศไทย เม้าท์มอยถึงประสบการณ์จากการทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินให้เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า ผู้โดยสารแขก (โซนอินเดีย) ขึ้นชื่อในเรื่องผู้โดยสารนักขอ ขอทุกสิ่ง รีเควสเอฟเวอรี่ติง จิงกาเบล และชื่นชอบที่จะใช้บริการของสายการบินสีม่วงเป็นที่สุด เพราะผู้โดยสารแขกจะรู้เกียรติศักดิ์ด้านบริการอันยอดเยี่ยมของสายการบินของเราดี โดยสิ่งที่ผู้โดยสารแขกจะขอกันมากที่สุดคือ วิสกี้ แต่จะมีทั้งพวกที่กินน้อย กินมากแตกต่างกันไป

ในส่วนของผู้โดยสารที่ขอเติมบ่อยๆ กินมากๆ ทางลูกเรือจะแก้ปัญหาโดยตอบสนองช้าหน่อย คือปกติแล้ว ถ้ามีผู้โดยสารเรียกลูกเรือ เราจะต้องเดินไปถึงตัวผู้โดยสารท่านนั้นๆ ภายใน 20 วินาที แต่เราจะแก้ปัญหานี้ โดยใช้ลูกเล่นเดินเข้าไปหาช้าๆ หรือ เดินไปหาเร็วเหมือนเดิม แต่เอามาเสิร์ฟช้าๆ ซึ่งก็มีผู้โดยสารแขกที่ไม่พอใจที่เราให้บริการช้า แต่เราก็อธิบายให้เขาฟังไปตามเหตุผลว่าทำไม ซึ่งผู้โดยสารแขกจะเข้าใจพร้อมรับฟัง ซึ่งจุดนี้คือข้อดีของผู้โดยสารแขก ชอบฟังเหตุผล รับฟังง่าย เข้าใจ และทำตาม หากผู้โดยสารยังขอไม่เลิกและดูท่าทางแล้วว่า กำลังจะกรึ่มๆ ใกล้เมา เราก็จะเข้าไปแนะนำผู้โดยสารว่า ให้ไปปัสสาวะบ่อยๆ ดื่มน้ำเยอะ เพื่อลดอาการมึนเมานะยูวว

แอร์โฮสเตสอาชีพที่ได้ท่องเที่ยวไปต่างประเทศ


ก็มันน่ากินอ่ะ! ไม่สั่งล่วงหน้า แต่ขอกินได้ป่ะ

อีกหนึ่งปัญหาที่ชาวเราเจอะเจออยู่บ่อยครั้งๆ และปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นที่สุด คือเคสที่ผู้โดยสารไม่สั่งจองอาหารล่วงหน้าก่อนขึ้นเครื่อง แต่พอได้ขึ้นเครื่องแล้วเห็นชาวบ้านชาวช่องเขาสั่งอาหารหน้าตาน่ากิ๊นน่ากินมาลิ้มรส ต่อมอยากรับประทานก็ปะทุขึ้นมาทันที จู่ๆ จากไม่หิวก็นึกอยากจะกินเหมือนคนอื่นๆ เขาเสียอย่างนั้น ทีนี้ก็เข้าที กวักมือเรียกลูกเรือกันโหยงๆ หวังจะสั่งอาหารจากครัวบนเครื่องบินมากินบ้างหรืออย่างไรไม่ทราบ

แต่ด้วยหน้าที่และงานบริการอันเป็นหัวใจของเรา ก็ต้องตอบเหล่าผู้โดยสารแสนหิว ไปอย่างน่ารักตามใจสุดๆว่า “ได้ค่ะ เราจะหามาให้ได้นะคะ อาจมีปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะผู้โดยสารไม่ได้สั่งไว้ล่วงหน้าค่ะ” ถ้าตอบอย่างนี้ ชาวหิว ก็ยิ้มๆ เฝ้ารออาหารกันไป...แต่เดี๋ยวก่อน! มีลูกเรือบางคนไม่ใจดี ตอบสั้นๆ ลูกเดียวเลยว่า “ไม่มี ต้องสั่งก่อนค่ะ” จบปึ้ง ในกรณีนี้ถ้าเจอผู้โดยสารที่รับฟังก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเจอระดับตัวพ่อตัวแม่ด้านฝีปากเข้าไปแล้ว เหล่าลูกเรือก็จอดเหมือนกันนะจ๊ะ

ผู้โดยสารหวังที่จะได้รับบริการยอดเยี่ยมจากสายการบิน


ชนแก้ว เม้าท์มอย เฉกเช่นมินิบาร์...แต่นี่มันเครื่องบินนะยูวว!

ขอย้อนความกลับไปเล่าถึงผู้โดยสารแขกอีกครั้ง ชาวแขกทั้งหลายจะชอบยืนจิบวิสกี้ แล้วเดินไปเดินมาบนเครื่อง ทำเสมือนเครื่องบินเป็นมินิบาร์ จับกลุ่มคุยชิลๆ ไปตามเรื่องตามราว แล้วหน้าที่เดินไปเตือนจะเป็นของใครไปได้ ลูกเรือก็ต้องเดินไปบอกให้นั่งๆ ผู้โดยสารบางคนอาจเกิดอารมณ์ฉุนๆ ไม่พอใจนิดหน่อย แต่พอเราอธิบาย เขาก็เข้าใจแล้วกลับไปนั่งแต่โดยดี แต่ไม่พอเท่านี้ ผู้โดยสารแขกยังไม่หยุดความน่าหยิก ชอบย้ายที่นั่ง สลับกับผู้โดยสารคนอื่นอีก 3 ตลบ แต่ต้องขอบอกเลยว่า สลับที่นั่งไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะจ๊ะ เพราะจะทำให้ลูกเรือเสิร์ฟอาหารผิด ต้องเดือดร้อนคนอื่นๆ และไม่ปลอดภัยในการช่วยเหลือผู้โดยสารหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

อีกหนึ่งเหตุการณ์เกือบชุลมุน เพราะผู้โดยสารแขกชายคนหนึ่งสลับที่นั่งกับผู้โดยสารอีกท่านหนึ่ง แต่ผู้โดยสารที่โดนขอแลกไม่ยอม ก็เลยขอสลับกับผู้โดยสารคนที่สอง พอผู้โดยสารคนที่สองปฏิเสธ ก็ขอสลับกับผู้โดยสารคนที่สาม คนที่สามก็โนๆ อย่างเดียว แต่ปัญหาของเรื่องนี้มันอยู่ที่ว่า ทั้งๆ ที่เครื่องกำลังเทคออฟ (take-off) แล้ว แต่หนุ่มคนนี้หาคนเปลี่ยนที่ไม่ได้สักที จนในที่สุดลูกเรือรุ่นใหญ่อายุมาก ต้องเดินไปบอกให้ผู้โดยสารท่านนี้นั่ง เพราะจะทำให้เครื่องไม่สามารถเทคออฟได้ มิหนำซ้ำจะทำให้เครื่องดีเลย์อีก แต่พอแอร์โฮสเตสพูดไม่ทันจะจบ หนุ่มนักเปลี่ยนที่นั่งก็ปรี่เข้ามาเกือบถึงตัวลูกเรือรุ่นใหญ่ ดูท่าทางเหมือนไปโกรธใครมาได้สัก 10 ปี อีกนิดเกือบประชิดตัว แต่เพื่อนๆ ของเจ้าหนุ่มก็ลุกกันพรวดพราดออกมาปรามพ่อเลือดร้อนไว้ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ผู้โดยสารชายตบแอร์ฯสาวใหญ่ จนขึ้นกระทู้ยอดนิยมแน่ๆ

แอร์โฮสเตส คือ หน้าตา ภาพลักษณ์ของสายการบิน


เจ้ายุทธภพแห่งเสียง! #ชักโครกกดน้ำตรงไหนบอกด้วย

ส่วนผู้โดยสารชวนประสาทเสียอันดับสองรองจากชาวแขก คือชาวจีน เจ้ายุทธภพแห่งเสียง ยิ่งระดับรุ่นพ่อรุ่นแม่ด้วยแล้ว ความดังของเสียงจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเดซิเบล แต่ถ้าเป็นวัยรุ่นยังเอ๊าะ จะไม่ค่อยเสียงดังเท่าไรนัก แต่คนที่รำคาญหนักคือผู้โดยสารที่นั่งข้างๆชาวแดนมังกร จนในที่สุด ความดังระดับแปด ก็ทำให้เราอยู่เฉยไม่ได้ ลูกเรือผู้พิทักษ์ก็ต้องเข้าไปเตือนด้วยความยิ้มแย้ม หลังจากเตือนเสร็จเสียงจะเบาลงทันที แต่ไม่นานก็ดังโขมงโฉงเฉงขึ้นอีก เป็นอย่างนี้ทุกไฟลท์ไป

เรื่องเล่าขานสุดพีคของชาวจีนนั้น ต้องเรื่องเข้าห้องนำ้ เพราะผู้โดยสารชาวจีนส่วนมากจะขึ้นเครื่องบินครั้งแรก เพราะฉะนั้นเวลาเข้าห้องน้ำ จะกดน้ำไม่เป็น จึงทำให้ลูกเรือไปเจอะไปเจอโลมาน้อยในน้ำเก๊กฮวยเป็นประจำ บางครั้งถ้าเราอยู่ตรงนั้น เราจะคอยฟังเสียงก่อนที่ผู้โดยสารจะเปิดประตูออกมาว่า กดน้ำรึป่าว ถ้าไม่กด แสดงว่า ชัดเลย กดไม่เป็น แล้วเราก็จะรีบพุ่งตัวด้วยความเร็วแสงเข้าประชิดผู้โดยสาร เชื้อเชิญเข้าห้องน้ำ เพื่อสอนหลักสูตรการกดน้ำชักโครกบนเครื่องบินให้ทันที แต่ข้อดีของผู้โดยสารชาวจีนก็มีอยู่ ชาวจีนจะน่ารักตรงที่ว่า มีอะไรให้กินก็กิน ไม่เรื่องเยอะ

ผู้โดยสารทุกชาติ มีทุกนิสัย


เงียบ ดุ เผ็ด! ต้องยุ่น

อะริงาโตะ!...ผู้โดยสารชาวญี่ปุ่น จะน่ารัก พูดน้อย ฟังเหตุผล ปฏิบัติตามเสมอ ซึ่งผู้โดยสารแดนปลาดิบจะหวังว่า ลูกเรือจะต้องรู้จัก ใส่ใจนิสัยหรือวัฒนธรรมเบื้องต้นของพวกเขา เพื่อง่ายต่อการบริการ เพราะฉะนั้น งานเทคแคร์จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับลูกเรือ แต่! ยังไม่จบเท่านี้ ถ้าลูกเรือคนไหนให้บริการแย่เสียจนขัดใจเหล่าต้นตำรับซามูไรเข้าให้ หายนะเดินมารอที่เทอร์มินอลแน่ๆ เพราะเหล่าเธอจะไม่ออกอาการโมโหโกรธาบนเครื่อง แต่จะมาเขียนคอมเพลน (complain) เมื่อถึงสนามบิน ซ้ำร้ายถ้าจำชื่อลูกเรือ หรือไฟลท์นั้นได้แล้วระบุลงไปในใบแสดงความคิดเห็น หัวหน้าลูกเรือต้องโดนผู้ใหญ่เรียกสอบแน่ๆ จ้า


ฉลาดคิด ฉลาดใช้ ต้องฝรั่งหัวขาวเลยจ้า...

Hello!...ชาวยุโรป จะรู้งาน เข้าใจไปซะทุกอย่าง พอขึ้นเครื่องปุ๊บ ยกกระเป๋าขึ้นโอเวอร์เฮด (overhead) ปั๊บ นั่งเงียบๆ รอเครื่องเทคออฟ พร้อมรัดเข็มขัด ชาวหัวขาวจะไม่ค่อยมีปัญหาหรือวุ่นวายเท่าไรนัก เพราะพวกนี้จะความรู้เยอะ เข้าอกเข้าใจเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างดี หากมีปัญหา ลูกเรือก็จะรับมือกันไปตามความเป็นจริง

ผู้โดยสารญี่ปุ่น เงียบ ดูแลง่าย แต่อย่าให้โมโห


ใครเอ่ย เป็นมนุษย์ลุง มนุษย์ป้า จอมเรื่องเยอะ ?

สวัสดี!...ตัวพ่อตัวแม่ระดับตำนาน ต้องชนชาตินี้ ชาติไทย แม่เจ้าโว้ยยยย สั่งทุกสิ่ง จิกทุกอย่าง ไม่ได้อย่างใจก็ปรี๊ดแตก หากให้จัดอันดับความเรื่องมาก โผอันดับ 1 คนไทยต้องเอาไปครอง เพราะคุณท่านเล่นเรื่องมากในเรื่องไม่เป็นเรื่อง โดยความเจ้ากี้เจ้าการจะตกอยู่ที่ชั้นประหยัด บางทีเป็นไฟลท์ภายในประเทศ (Domestic Flight) 45 นาที หรือ 1 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินจุดหมายแล้ว แต่พ่อคุณแม่คุณกรีดนิ้วสั่งกันไม่หยุด เล่นเอาลูกเรือสับขาจนเหงื่อแตก มิหนำซ้ำยังชอบเอากระเป๋าวางไว้ที่ตักอีก โดยไม่ค่อยรู้และเข้าใจในเรื่องความปลอดภัยเท่าไรนัก ส่วนชั้นธุรกิจ จะไม่เรื่องมาก ชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบให้เข้าไปซักถามใดๆ แต่ถ้าลูกเรือบริการพลาดเมื่อไหร่ละก็...นรกแตก!

อีกหนึ่งเหตุการณ์สุดสะพรึง เมื่อหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นไฮโซแถวหน้าของเมืองไทย ขึ้นเครื่องมาด้วยความสงบ น่ารักแสนดีในชั้นธุรกิจ ซึ่งเธอก็ใช้บริการสายการบินของเราเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่เคยมีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น เป็นที่รักของลูกเรือด้วยซ้ำ และแล้ววันนรกแตกก็มาถึง ลูกเรือแสนสวยคนหนึ่งดันรินไวน์หกไปที่เสื้อของเธอเป็นจำนวนทั้งหมด...1 หยด 1 หยดเท่านั้นละจ้า นางปรี๊ดแตก ให้เอาเสื้อไปซักลบร่องรอยจำนวน 1 หยดนี้หายไปให้ได้ และไม่ให้เช็ดเด็ดขาด เพราะกลิ่นจะเหม็นติดตัว วินาทีนั้น ลูกเรือทุกคนต่างประชุมแก้ไขสถานการณ์ด่วน ราวกับวาระแห่งชาติ เพราะต่างรู้ดีแก่ใจว่า ถ้าไฮโซผู้เคยแสนดีถึงสนามบินเมื่อไหร่ พายุลูกใหญ่พัดพวกเธอไปคนละทิศละทางแน่ แต่แล้วพวกเธอก็จัดการกับปัญหาโดยใช้สเปรย์ระงับกลิ่นอย่างดี ฉีดลงบนเสื้อเจ้ากรรม และไม่ให้ลูกเรือคนที่ทำไวน์หกย่างกรายไปใกล้ไฮโซสาว ซักพักเธอก็เย็นลง และสุดท้ายเรื่องราวก็จบลงด้วยดี

ได้มองวิวสวยๆที่หลายคนไม่มีโอาสได้เห็น

Part 2 แอร์สาวขอเล่า เรื่องเม้าท์ๆ น่ารัก กัดจิก
ตามต่อกับเรื่องราวของแอร์โฮสเตสสาวสวยสุดน่ารัก ที่ไปเป็นนางฟ้าไกลถึงเวียดนาม เธอทำงานกับสายการบินโลว์คอสต์แห่งหนึ่งในประเทศแสนสงบ ผู้คนใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่เรื่องราว และประสบการณ์ของผู้โดยสารที่เธอเคยพบเจอจะเป็นเช่นไร ต้องตามไปดู...

กิ๊ก สาวตัวเล็ก ขนาดกะทัดรัด หน้าตาอินเทรนด์ชวนหนุ่มๆ ละลาย พูดคุยอย่างอารมณ์ดีให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า ประสบการณ์บริการบนเครื่องบินของเธออาจไม่ถึงขั้นดาร์คไซด์แต่พอจะเป็นปัญหาคิกขุ น่ารัก เพราะด้วยสายการบินของเธอเป็นสายการบินที่มีเส้นทางในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ด้วยวัฒนธรรมและอุปนิสัยของคนเวียดนาม จึงไม่ค่อยสร้างปัญหาว้าวุ่นใจเท่าใดนัก


คุณป้าใจเด็ดกับคุณหลานตัวป่วน!

เรื่องวุ่นๆ ของเธอเกิดขึ้นกับผู้โดยสารป้าหลานคู่หนึ่ง เธอเล่าว่า ในขณะที่เครื่องกำลังจะเทคออฟ หลานสาวตัวน้อยวัย 3 ขวบดันปวดปัสสาวะ ระดับใกล้ราดขึ้นมาซะอย่างนั้น แถมยังร้องไห้โยเย ขอปัสสาวะลั่นเครื่อง แต่ด้วยกฎความปลอดภัยของสายการบินที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามลุกจากที่นั่งในช่วงที่เครื่องกำลังเทคออฟและแลนด์ดิ้ง (Landing) เด็ดขาด ทางลูกเรือจึงไม่ยอมให้คุณป้าและเด็กน้อยลุกไปเข้าห้องนำ้ แต่ทางคุณป้ายืนยันหนักแน่นว่า ดูแลตัวเองและหลานได้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น จะขอเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด

แม้คุณป้าจะยื่นขอเสนอที่ว่านี้มา แต่ทางลูกเรือก็ไม่ยินยอมให้เธอไปเข้าห้องน้ำอยู่ดี สุดท้ายจึงแก้ปัญหาด้วยวิธี นำถุงมาให้คุณป้าจัดแจงบอกหนูน้อยให้ปัสสาวะใส่ถุง ซึ่งคุณป้าก็เข้าใจและยินยอมในที่สุด

หนุ่มไทยเจ้าเสน่ห์ VS แอร์ฯสาวแสนสวย

กิ๊ก ลูกเรือสาวแสนสวย เล่าถึงเหตุการณ์น่ารักๆ ของเธอกับผู้โดยสารชาวไทยให้ฟังว่า มีอยู่ไฟลท์หนึ่งขณะที่เธอกำลังให้การต้อนรับผู้โดยสารที่กำลังทยอยขึ้นมาบนเครื่อง มีกลุ่มหนุ่มๆ ชาวไทยกลุ่มหนึ่งเดินผ่านเธอที่กำลังยืนบอกตำแหน่งที่นั่งให้กับผู้โดยสารคนอื่นๆ อยู่ “น่ารักว่ะ” เสียงๆ หนึ่งดังขึ้นมาจากหนุ่มชาวไทย หน้าตาดีดูภูมิฐาน เธอเหลือบตาไปมองเจ้าของเสียงอย่างยิ้มๆ และทำทีเป็นไม่เข้าใจภาษา ส่วนผู้โดยสารหนุ่มไทยคนนั้นก็เดินไปประจำที่นั่งของตัวเอง

ขณะที่เครื่องเทคออฟเป็นที่เรียบร้อย เธอก็ตรวจตราดูความเรียบร้อยของผู้โดยสาร จนได้มีโอกาสเดินผ่านไปที่โซนที่นั่งของหนุ่มไทย และแล้วเสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นจากปากหนุ่มชาวไทยสุดหล่อคนเดิมว่า “สวยจัง” พร้อมกับมองมาที่หน้าเธอ กิ๊กแอร์สาวจากเมืองสยามตอบกลับไปว่า “ดิฉันหรอคะ มีปัญหาอะไรให้ช่วย เรียกใช้ได้เสมอค่ะ” พร้อมกับขำเล็กน้อย หนุ่มไทยสตั๊นไป 3 วิ แล้วค่อยๆ พูดขึ้นมาอย่างอึกอักว่า “คนไทยหรอครับ เข้าใจที่ผมพูดตั้งแต่ตอนแรกเลยรึป่าวครับ” เธอตอบอย่างโปรยยิ้มว่า “ใช่ค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำชม” แต่สุดท้ายหลังจากเครื่องถึงสนามบินปลายทาง เธอก็ไม่ได้เจอชายหนุ่มคนนั้นอีกเลย...

ทว่า แอร์โฮสเตสสาวและสจ๊วตหนุ่ม ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีลูกเรือคนไหนอยากมีปัญหากับผู้โดยสาร เพราะไม่ว่าสุดท้ายเรื่องราวจะจบลงเช่นไร ผู้โดยสาร ก็คือ ฝ่ายถูกเสมอ ส่วนลูกเรือ ก็มีหน้าที่ให้บริการอย่างดีที่สุดต่อไป

หากเพียงลูกเรือพลั้งเผลอจนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้โดยสารไม่พึงพอใจ ผลเสียมิได้ขึ้นกับลูกเรือคนนั้นๆ เพียงคนเดียว แต่ความรู้สึกในทางลบจะลุกลามและมีผลต่อสายการบิน จนมิต่างอะไรกับสำนวนที่ว่า “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง”...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้