วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วีรบุรุษผู้พิทักษ์สตรีและเด็ก

วีรบุรุษผู้พิทักษ์สตรีและเด็ก

  • Share:

เหล่าอัศวินโต๊ะกลม.

ได้มีโอกาสไปพูดให้กับสภาสตรีแห่งชาติมาได้เห็นกิจกรรมที่น่ายกย่องของหลายๆท่านครับ ชวนให้คิดถึงสิ่งที่คุณแม่ผมทำให้ดูเป็นตัวอย่างมาโดยตลอด นั่นคือการ “นึกถึงคนอื่นก่อน” โดยท่านไม่ได้อยู่ในสภาสตรีหรอกครับ แต่ท่านจะพยายามช่วยทุกคนเท่าที่ทำได้ โดยท่านใช้วิธี “ทำให้ดู” นี้เองเป็นการสอนครับ

ชาติตะวันตกและผู้คนส่วนใหญ่มักยกย่องให้เกียรติผู้ปกป้องสตรีและเด็ก โดยเฉพาะฝรั่งยุโรปสมัยก่อนนั้นถือว่าความเป็นสุภาพบุรุษคือการเป็น “อัศวิน” ที่มีภารกิจต้องพิทักษ์สตรีผู้พึงปกป้องและบูชา อาจเป็นคนรัก, เจ้านาย, เจ้าหญิงหรือองค์ราชินีแห่งแผ่นดิน

อัศวินจะให้เกียรติกับสตรีมากดังที่เราจะเห็นได้ว่าเวลาแต่งเกราะเต็มยศนั้นอัศวินมักมีบุปผาหรือผ้าผืนเล็กๆติดอยู่ที่หมวกหรือปลายหอกดูพลิ้วไสวสังเกตได้ นั่นคือของที่ได้จากสตรีผู้ที่ตนปกป้องเอามาใช้เป็นเครื่องชื่นชูใจเวลาเข้าสมรภูมิครับ

การปกป้องสตรีคือสิ่งที่อัศวินพึงกระทำ.

อีกเหตุการณ์หนึ่งคือเมื่อได้รับการแต่งตั้งนั้นอัศวินสมัยก่อนก็จะให้กุลสตรีผู้ที่ตนปกป้องและบูชาเป็นผู้ทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ให้ ดังที่ท่านที่รักเคยเห็นอัศวินรูปงามคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าสตรีผู้เป็นที่รักนั่นละครับ

สตรีเป็นผู้ที่พึงให้เกียรติอย่างยิ่ง เป็นสิ่งอันเป็นสากลที่อยู่ในหัวใจของสุภาพบุรุษและมนุษย์ทุกคนมาตลอดชั่วกาลนานในประวัติศาสตร์ ด้วยสตรีเป็นผู้ที่สร้างความผาสุกให้โลกนี้มาตลอด จึงไม่น่าแปลกที่บุรุษจะยอมแม้อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องสตรีผู้เป็นที่รัก

ดุจดังผู้พิทักษ์ที่นำมาเสนอในคอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนพิเศษ ดังต่อไปนี้ครับ

อวสานของไททานิกและบรรดาผู้เสียสละ.

อัศวินโต๊ะกลม เป็นต้นแบบแห่งอัศวินผู้เป็นสุภาพบุรุษ โดยเหล่าบุรุษชาติอาชาไนยทั้งหลายนี้เป็นอัศวินคู่ใจของ “พระเจ้าอาเธอร์” ผู้เป็นกษัตริย์ในตำนานครับ อัศวินทุกท่านจะต้องถือเกียรติอันสูงยิ่งว่าจะปกป้องเกียรติภูมิและผู้ที่อ่อนแอกว่า บุคคลเหล่านี้จึงถือว่ามีเกียรติเท่ากันบนโต๊ะกลมที่ไม่มีหัวโต๊ะหรือตำแหน่งที่ใครสำคัญกว่าใคร ซึ่งถ้าจะมีตำแหน่งหนึ่ง ณ โต๊ะกลมแห่งนี้นั่นก็คือ “ที่นั่งแห่งหายนะ” ที่เป็นจุดสมมติแห่งผู้ที่ทำให้เกิดวาระสุดท้ายแห่งพระคริสต์เจ้านั่นคือ “ยูดา” ครับ โดยจุดนี้จะสงวนไว้ให้แด่อัศวินผู้พิทักษ์ “จอกศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งที่ผ่านมามีอยู่ 2 ท่านคือ เซอร์เพอซิวัลกับเซอร์กาลาแฮด แม้เรื่องราวของอัศวินโต๊ะกลมจะมีส่วนแต่งเสียมากแต่ผู้แต่งเองก็เป็นอัศวินซึ่งได้ตั้งใจร่างคำปฏิญาณอันทรงเกียรติไว้ให้แก่หมู่อัศวิน โดยเน้นความสำคัญของการปกป้องสตรีว่าอัศวินจักต้อง “ช่วยเหลือ” จนถึงขั้น “สัญญา” แก่สุภาพสตรีหรือสตรีม่ายว่าตนจะปกป้องดูแล และอีกข้อคืออัศวินจักมิกระทำการร้ายใดๆแก่สุภาพสตรีเลยครับ

สุภาพบุรุษผู้กล้าแห่งไททานิก วีรกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อเรือกำลังจะล่ม เมื่อมหานาวาที่เคยผยองว่า “ไม่มีวันจม” กำลังล่มอับปางลงต่อหน้าบรรดาสุภาพบุรุษ ทั้งผู้ดีมีสตางค์และคนสามัญต่างก็วางวรรณะของตนแล้วถือเกียรติยอมรับความตายอย่างลูกผู้ชาย โดยเมื่อรู้ว่าเรือช่วยชีวิตมีจำกัด สุภาพบุรุษส่วนใหญ่ไม่ว่าจะผู้โดยสารชั้น 1 จนถึงชั้นล่างสุดก็เต็มใจสละที่นั่งบนเรือซึ่งหมายถึงชีวิตของตนให้กับผู้โดยสารสตรีและเด็กบนเรือ รวมถึงลูกเรือก็แสดงความเป็นบุรุษผู้ปกป้องผู้หญิงและเด็กอย่างไม่ลังเล โดยเสียงตะโกนซ้ำไปมาบนเรือว่า “ให้ผู้หญิงและเด็กก่อน” นั้นดังก้องชัดเจนไปทั่ว แต่กระนั้นภาพที่เห็นก็น่าสะเทือนใจด้วยสตรีที่เป็นภรรยาต้องร่ำลาสามีด้วยน้ำตาอาบใบหน้า และแม่ต้องอุ้มลูกน้อยลงเรือชูชีพไปลำพังโดยมีสามีผู้เสียสละยืนมองอยู่บนเรือด้วยความอาลัยด้วยรู้ว่า ในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นหน้ากัน โดยสุภาพบุรุษท่านหนึ่งซึ่งเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกอย่างจอห์น เจค็อบแอสเตอร์ ก็เป็นผู้หนึ่งซึ่งยอมพลีชีพเพื่อช่วยผู้โดยสารท่านอื่น มิสเตอร์แอสเตอร์คอยยืนคอยช่วยส่งเด็กและผู้หญิงลงเรือชูชีพอยู่ที่ดาดฟ้าเรือ ซึ่งอนุสรณ์แห่งความกล้าได้จารึกไว้ว่า “เหล่าบุรุษผู้กล้าได้มอบชีวิตตนเพื่อให้ชีวิตแก่สตรีและเด็ก...”

อัศวินเทมพลาร์ มีชื่อเป็นทางการในภาษาอังกฤษว่า “ไนท์ เทมพลาร์” ซึ่งถือว่าเป็นสุภาพบุรุษอัศวินที่มีเกียรติดุจดั่งอัศวินพระเจ้าอาเธอร์ครับ มีกำเนิดมาจากสงครามที่ดูขัดกันกับความรักอันเป็นสิ่งที่อัศวินเหล่านี้มีให้แก่สตรีที่บูชา โดยท่านอัศวินทั้งหลายนี้มีกำเนิดมาจาก “สงครามศักดิ์สิทธิ์” ที่เรียกครูเสดเมื่อเกือบ 1,000 ปีที่ผ่านมา อัศวินผู้กล้าจะทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนาโดยต่อสู้กับชาวมุสลิมเพื่อแย่งชิงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะอุทิศชีวิตให้กับผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างผู้หญิงและเด็กชาวคริสต์ โดยอัศวินเทมพลาร์มีอุดมการณ์ส่วนสำคัญคือ ศรัทธาในพระเจ้า, ป้องกันศาสนาและปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า ซึ่งต่อมาเป็นต้นแบบให้แก่อัศวินและสุภาพบุรุษยุโรปยุคใหม่ จนแม้ในปัจจุบัน ท่านก็ยังคงเห็นอัศวินที่สืบทอดประเพณีเก่าแก่นี้ได้ โดยดูจากการแต่งตั้งสุภาพบุรุษให้เป็น “เซอร์” หรือได้รับพระราชทาน ตั้งเป็นอัศวินโดยสมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษครับ

อัศวินเทมพลาร์.

ออสการ์ ชินด์เลอร์ ที่รู้จักกันดีจาก “ชินด์เลอร์ลิสต์” เป็นบุคคลที่ทั่วโลกยกย่องในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยวีรกรรมสำคัญคือช่วยชีวิตชาวยิวจำนวนมหาศาลไว้และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ซึ่งแม้เริ่มต้นเขาจะเป็นคนที่เคยเป็นสายลับและเคยทำผลประโยชน์ให้ตัวเองเหมือนนักธุรกิจทั่วไป แต่เมื่อได้สัมผัสถึงความโหดร้ายที่ชาวยิวได้ประสบก็ทำให้เขาเกิดความคิดใหม่ที่จะใช้ “อิทธิพล” ที่เขาพอมีในพรรคนาซีช่วยเหลือคน รวมถึงเงินทองที่เขาหามาได้จำนวนมหาศาลเพื่อติดสินบนและบันดาลให้ยิวในโรงงานของเขาได้มีชีวิตรอด ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่รู้กันว่าถ้าเขาถูกจับได้ก็หมายถึงชีวิตตัวเอง โดยจำนวนชาวยิวของชินด์เลอร์ (Schindler’s Jews) ที่ช่วยได้นั้นมีกว่า 1,200 ชีวิต ซึ่งในปัจจุบันลูกหลานของยิวเหล่านี้มีกว่า 7,000 คนอยู่ตามทวีปต่างๆในโลก ด้วยความเสียสละอย่างกล้าหาญของบุรุษชาวเยอรมันผู้นี้ทำให้คนยิวจำนวนมากได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนโลกครับ

คุณหมอเซมเมลไวส์ เป็นชายผู้รักษาชีวิต “แม่” และ “เด็ก” ไว้อย่างแท้จริงด้วยความสามารถทางการแพทย์ แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 150 ปีก่อนวงการแพทย์อาจไม่เห็นเช่นที่เราเห็นครับ ด้วยนายแพทย์ชาวฮังการีนาม อิกเนซ เซมเมลไวส์ ได้เสนอไอเดียที่ล้ำสมัยเพื่อรักษาชีวิตคุณแม่หลังคลอดที่ขณะนั้นตายเสียเกือบครึ่ง! ซึ่งในขณะนั้นทหารที่ไปออกสงครามก็ตายในอัตราที่ใกล้กัน แต่จากการเฝ้าสังเกตอย่างรอบคอบของเซมเมลไวส์ทำให้ได้ข้อสรุปว่า คุณหมอที่ทำคลอดควรจะ “ล้างมือ” ให้สะอาดแล้วจะช่วยลดอัตราตายหลังคลอดจากไข้คลอดได้ (Childbed fever) ผลลัพธ์ที่ได้คือการไม่ยอมรับในหมู่หมอส่วนใหญ่ระดับอาจารย์ ด้วยไม่คิดว่าหมอหนุ่มๆจะทำได้ดีกว่า ซึ่งสิ่งที่ล้ำสมัยในความคิดของเซมเมลไวส์คือเรื่อง “เชื้อโรค” ครับที่ในสมัยนั้นยังไม่มีทฤษฎีเชื้อโรคเกิดขึ้น แต่เซมเมลไวส์ก็ได้แนะในสิ่งที่ถูกที่สุดคือ “ความสะอาดเริ่มที่ตัวคุณหมอเอง” โดยคุณหมอทำคลอดสมัยนั้นจะทำการผ่าศพด้วยแล้วก็มาทำคลอดต่อทั้งอย่างนั้น ซึ่งเมื่อคุณหมอทุกท่านเปลี่ยนมาทำตามที่เขาแนะแล้วการตายของคุณแม่ก็ลดลงได้ จึงไม่น่าแปลกที่เขาจะได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้ช่วยชีวิตมารดาทั้งผอง”

เจ้าชายอัลเบิร์ต ผู้เป็นเจ้าชายพระสวามีในพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ ผู้ครองราชย์อยู่ร่วมสมัยกับล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 5 ของไทยเรา โดยเจ้าชายอัลเบิร์ตมีกำเนิดเป็นเจ้าทางฝั่งเยอรมันโน้น ดังนั้นจึงไม่มีใครคิดว่าพระองค์จะได้มาเป็นบุคคลสำคัญแห่งอังกฤษ แต่ทว่าชะตาแห่งผู้มีบุญจะได้เป็นก็ย่อมได้เป็น โดยในวันที่เสด็จมายังราชสำนักอังกฤษนั้น อัลเบิร์ตทรงตามเสด็จมากับพระเชษฐานามว่า “เออเนสต์” ซึ่งหมายมั่นปั้นมือจะได้เป็นพระสวามีของยุวราชินีวิคตอเรีย แต่การณ์กลับว่าอัลเบิร์ตทรงใช้ความเป็นสุภาพบุรุษชนะใจกุหลาบงามแห่งอังกฤษได้แทน ซึ่งรักครั้งนี้เป็นรักที่บริสุทธิ์หายากยิ่งในราชวงศ์ยุโรปที่เจ้าชายและเจ้าหญิงต้องอภิเษกกันด้วยเหตุผลทางการเมือง เมื่อพรหมลิขิตลง

คุณหมอเซมเมลไวส์ริเริ่มการล้างมือก่อนทำคลอด.

ตัวอย่างสวยงามราวเทพนิยายเช่นนี้ เจ้าชายอัลเบิร์ตจึงทรงถวายความรักและภักดีต่อพระราชินีด้วยหัวใจ ทรงช่วยพระราชินีผู้เยาว์อย่างเต็มที่ โดยอัล–เบิร์ตมีพระอุปนิสัยเป็นสุภาพบุรุษผู้มีจิตใจอ่อนโยนน่านับถือดังที่หม่อมราโชทัยได้ประพันธ์ไว้ว่า “อาลเบิตประเสริฐชาย” ที่สำคัญคือมีพระคุณลักษณะดั่งอัศวินยุคก่อนที่กล้าหาญถึงขนาดเสี่ยงชีวิตปกป้องพระราชินีจากการลอบสังหารแบบประชิดองค์จากมือปืนโดยเจ้าชายทรงกดองค์ราชินีลงแล้วแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงที นอกจากนั้น เจ้าชายอัลเบิร์ตยังทรงเมตตาต่อเด็กๆเป็นอย่างยิ่งด้วย

คุณครูผู้เสียสละแห่งโรง- เรียนแซนดี้ฮุค ก่อนอื่นขอท่านที่รักลองนึกถึงคนร้ายที่เล็งปลายกระบอกปืนอยู่เบื้องหน้าแล้วเราจะทำอย่างไร ซึ่งในเรื่องนี้คนที่ตอบได้ดีที่สุดคือคุณครูที่น่านับถือแห่งโรงเรียนประถมแซนดี้ฮุคครับ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อนที่มีมือปืนป่วยจิตพุ่งเข้ามาในห้องเรียนแล้วกราดยิงหมายเอาชีวิต โดยคุณครูผู้เสีย สละนี้คือครูใหญ่, ครูนักจิตวิทยา และคุณครูประจำชั้นเด็กเล็กที่ตกเป็นเหยื่อแห่งการสังหารหมู่ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 28 ราย ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าขณะเกิดเหตุครูทั้ง 3 ท่านไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะเอาตัวเข้าบังคม กระสุนให้แก่ลูกศิษย์ตัวน้อย ซึ่งผลคือ ท่านได้สละชีพทั้ง 3 รายครับ นับเป็นโศกนาฏกรรมที่บีบหัวใจคนทั่วโลก โดยเฉพาะวีรกรรมอันกล้าหาญของคุณครูผู้รักลูกศิษย์ยิ่งชีพ

การได้รับรู้วีรกรรมของผู้ที่มีหัวใจอันประเสริฐทุกท่านเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต ขณะที่คิดว่าจะเลือกใครบ้างนี้ก็มีอีกหลายชื่อ รวมถึงนักรณรงค์เพื่อสิทธิสตรีเข้ามาในหัว ก็ขอให้รู้ว่าระลึกถึงทุกท่านอยู่เสมอครับสำหรับทุกท่านที่มีหัวใจทองคำ ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี

เจ้าชายอัลเบิร์ต พระราชินีวิคตอเรีย กับโอรสและธิดา.

เพราะความดีนั้นเป็นสากล ใครทำคนนั้นก็ดูมีราศีเพราะมีความดีที่งดงามยิ่งกว่าอาภรณ์ใดเป็นเครื่องประดับ ทั้งผู้ที่ปกป้องชีวิต, ความผาสุกและเกียรติยศให้แก่สุภาพสตรี

ล้วนเป็นผู้ที่พึงยกย่องอย่างสูงทั้งสิ้น.

โดย :นพ.กฤษดา ศิรามพุช
ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้