ข่าว
100 year

สนามพระ 02/11/57

สีกาอ่าง2 พ.ย. 2557 05:01 น.
SHARE

พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่อมตรส ของ กํานันมานะ คงวุฒิปัญญา.

และแล้ว สนามพระวิภาวดี ก็เข้าสู่บรรยากาศ ลอยกระทง ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 6 พ.ย.นี้.....

หลายคนสงสัยว่า วันเพ็ญเดือนสิบสอง ก็ควรจะเป็นเดือนธันวา แต่ทำไมมาลอยกระทงกันเดือนพฤศจิกา ซึ่งเป็นเดือนที่ 11.....

ก็ขอเฉลยว่า “เดือนสิบสอง” เป็นการนับเดือนไทยแบบโบราณ ซึ่งจะเร็วกว่าการนับเดือนแบบสากล 1 เดือน--เดือน 12 ของไทย จึงตรงกับเดือน 11 ตามปฏิทินสากล.....

ส่วนที่คนโบราณเลือกลอยกระทงกันในเดือนนี้ เพราะ ฤดูน้ำหลาก เริ่มมาตั้งแต่เดือนสิบเอ็ด (คือเดือนตุลา ที่ฝนฟ้าตกกระหน่ำ) พอเดือนสิบสอง น้ำก็จะเต็มตลิ่ง เหมาะกับการลอยกระทง ตามเนื้อเพลง “วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง...” ซึ่งเป็นประเพณี ที่ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือ นางนพมาศ สนมเอกของ พระยาลิไท กษัตริย์ยุคสุโขทัย ได้คิดประดิษฐ์ กระทง เป็นคนแรกเพื่อลอยบูชา ขอขมา พระแม่คงคา.....

เข้าสนามฯ ไปดูว่า มีพระอะไรมารับเทศกาลลอยกระทง ไม่หลงทางกันบ้าง องค์แรกก็สวยแจ่มเลย คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่อมตรส ของ กํานันมานะ คงวุฒิปัญญา ซึ่งเห็นแล้ว เมก ชัวร์ ได้ว่า พระสมเด็จบางขุนพรหม ก็มีที่ แตกลายงา แบบ พระสมเด็จวัดระฆัง ได้เหมือนกัน.....

จากที่เคยมีความเชื่อ ว่า พระแตกลายงา มี เฉพาะวัดระฆังฯ ฝั่งเดียว แต่ก็มีจุดสังเกต ที่อาจเอามาเป็นกรณีศึกษาได้คือ พระแตกลายงา กรุบางขุนพรพม ที่ปรากฏ มักเป็น พระกรุเก่า แบบองค์นี้ทั้งสิ้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ลายงา เกิดจากการแตกระแหงตามอายุ ของผิวเนื้อชั้นนอกสุด ที่เรียกว่า เปลือกผิว (เชื่อว่าเกิดจากความชื้นในองค์พระ ที่ระเหิดขึ้นทําปฏิกิริยากับแป้งโรยพิมพ์ ที่ติดอยู่เหนือเนื้อพระ) ไม่ลงลึกถึงเนื้อใน และเป็นเฉพาะด้านหน้า ด้านหลังพระแท้ ไม่เคยมีให้เห็น ดังนั้น หากจะบอกว่า พระบางขุนพรหมมีแตกลายงา ก็ต้องมีเฉพาะด้านหน้า เท่านั้น ถ้าคนทำหวังดี บรรจงทำให้แตกลายงา ทั้งหน้าทั้งหลัง ก็จงระวังไว้เถอะโยม.....

พระสมเด็จวัดเกศไชโย พิมพ์ใหญ่ 7 ชั้นนิยม วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง ของ เก๊า ช่างพิมพ์.

อีกองค์ สวยระยับระดับ 5 ดาว จาก เสี่ยเก๊า ช่างพิมพ์ คือ พระสมเด็จวัดเกศไชโย พิมพ์ใหญ่ 7 ชั้นนิยม วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง ซึ่งมีบางตำรา เชื่อว่าสร้างมาบรรจุไว้ คราวท่านมา สร้างวัดและองค์พระประธาน อุทิศส่วนกุศลให้ “คุณตาไชยเจ้าของที่ดิน และคุณแม่เกศ” เมื่อราวปี พ.ศ.2390-2395 ซึ่งยังไม่ได้รับฐานา “สมเด็จ”.....

หากจริง พระสมเด็จกรุวัดเกศไชโย ก็ต้องมีอายุการสร้างสูงกว่า วัดระฆังฯ–บางขุนพรหม นับเป็นพระรุ่นแรกในตระกูลได้เลย.....

แต่ถึงวันนี้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าใครเป็นผู้ค้นพบพระที่บรรจุอยู่ในองค์หลวงพ่อพระประธานหรือองค์พระเจดีย์ มีแค่การคาดคะเนว่าแตกกรุออกมา ตอนมีการบูรณะ สมัย ร.4 เมื่อปี พ.ศ.2430.....

ตามคําบอกเล่า มีพิมพ์พระอีกมาก แต่ถึงยุคที่มีการนิยมเล่นหาพระเครื่องเป็นเรื่องเป็นราว นักนิยมพระได้เลือกเล่นเฉพาะ พิมพ์พระ 7 ชั้น 6 ชั้น 5 ชั้น.....

เหรียญหล่อโบราณ หลังยันต์ รุ่นแรก พิมพ์นิยม (กํามือ) หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พิจิตร ของ เจน ปิยะทัต สโมสรแกรนนูล่าร์.

ต่อด้วย เหรียญหล่อโบราณ หลังยันต์ รุ่นแรก พิมพ์นิยม (กํามือ) หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พิจิตร พระคู่บ้านคู่เมืองของพิจิตร ที่เชื่อถือศรัทธาว่ามีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์มาก.....

เหรียญหล่อรุ่นนี้ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสร้างปีไหน แต่มีความชัดเจนว่าจัดสร้างเป็น เหรียญหล่อรุ่นแรก โดยมี หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน รับอาราธนามาเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษก.....

ลักษณะเป็น เหรียญหล่อ รูปทรงสามเหลี่ยม เนื้อโลหะผสม ด้านหน้า เป็นองค์พระปางสะดุ้งมาร เหนือฐานบัว 2 ชั้น มีเส้นขอบแม่พิมพ์พระรอบองค์ ด้านหลังเป็น อักขระอุณาโลม อยู่เหนือเส้นตาราง หล่อในตัว องค์สวยสภาพแชมป์นี้ของ เสี่ยเจน ปิยะทัต ประธานชมรมแบดมินตันสโมสรแกรนนูล่าร์ พกไปตีแบดที่ไหน คนอาจจะแพ้บ้าง แต่พระสวยไม่เคยแพ้.....

พระหลวงปู่ทวด เนื้อว่าน รุ่นแรก 2497 พิมพ์กลางลึก หน้าใหญ่ วัดช้างให้ ของ ป๋อง นครศรีฯ มณเฑียรพลาซ่า.

ถัดไป ก็สวย 5 ดาว คือ พระหลวงปู่ทวด เนื้อว่าน รุ่นแรก 2497 พิมพ์กลางลึก หน้าใหญ่ วัดช้างให้ ปัตตานี.....

เห็นพระองค์นี้แล้ว บอกได้เต็มปากว่าเป็น พระแท้สวยสภาพเดิม “องค์จริง”.....

แม้ไม่ใช่พระพิมพ์ใหญ่ แต่ก็เป็นพิมพ์รองมาตรฐาน ที่มีความงดงามให้ตื่นเต้น มีจุดให้ศึกษาจดจําเป็น องค์ครู ได้ทั้ง พิมพ์ทรง ผิวเนื้อที่เหี่ยวย่นตามอายุ คราบไขที่ผุดขึ้นจากเนื้อในอย่างเป็นธรรมชาติ ร่องรอยการตัดขอบ ลักษณะการปาดเนื้อด้านหลัง ซึ่งล้วนแต่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด ดูภาพไม่สะใจ ก็ไปขอดูองค์จริง ที่ เสี่ยป๋อง นครศรีฯ ศูนย์พระ มณเฑียรพลาซ่า.....

เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง พิมพ์กรรมการ 3 โค้ด 2518 ของ เปี๊ยก มันทะเล อ่างศิลา.

ตามมาด้วย เหรียญยอดนิยมของ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง รุ่น กรรมการ 3 โค้ด พ.ศ.2518 ที่ได้รับความนิยมสูง จุดสำคัญ อยู่ที่ความคมชัดของเส้นศิลป์ จุดตำหนิต้องมีครบ โค้ดต้องติดชัด แบบเหรียญนี้ของ เสี่ยเปี๊ยก มันทะเล อ่างศิลา.....

สุดท้ายคือเครื่องรางของขลังที่ใครๆก็อยากได้ คือ เบี้ยแก้ (ตัวครู) หลวงปู่รอด วัดนายโรง ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เพราะมีชื่อเสียงเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สุด ด้านแก้ อาถรรพ์ ป้องกันคุณไสย ขจัดอัปมงคล เสริมดวงชะตาบารมี และ รักษาโรคเวรโรคกรรม ได้ชะงัด.....

เบี้ยแก้ (ตัวครู) หลวงปู่รอด วัดนายโรง.

เบี้ยแก้ วัดนายโรง ได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับวิชาเบี้ยแก้ มีลวดลายการถัก ขนาดนํ้าหนัก เป็นเอกลักษณ์ ตัวนี้เป็นสมบัติคู่วัดที่ หลวงปู่รอด สร้างไว้ให้เป็น เบี้ยครู ระบุให้เจ้าอาวาสเป็นผู้รับสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น.....

โดยกล่าวว่า วัดดีต้องมีของขลัง เพื่อใช้เป็นของดีสําหรับช่วยขจัดปัดเป่าทุกข์ โศก โรค ภัย ให้ ชาวบ้าน ที่อาศัยวัดเป็นที่พึ่ง.....

ปัจจุบัน นอกจากจะเป็นเครื่องรางของขลังที่ พระครูปลัดสุรัฐ เจ้าอาวาส เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดียังได้รับคําชื่นชมจากนักนิยมเครื่องรางว่า เป็น เบี้ยตัวครู ที่สมบูรณ์งดงามที่สุด.....

เหรียญที่ระลึก พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ทรงผนวช พลังแผ่นดิน”.

เข้า สนามพระใหม่ ดูว่ามีพระอะไรสร้างดีพิธีขลังบ้าง รายการแรกคือ เหรียญที่ระลึก พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว “ทรงผนวช พลังแผ่นดิน” ของ มูลนิธิรวมพลังคนรักแผ่นดิน ซึ่งได้รับความนิยมถล่มทลาย.....

เพราะใกล้จะถึงวันที่ 5 ธันวา ซึ่งคนไทยทั้งประเทศรอคอยที่จะได้ถวายพระพร “ในหลวง” เหมือนทุกปี พอมีการจัดสร้าง เหรียญทรงผนวช พลังแผ่นดิน ออกมา จึงเหมือนมี “ในหลวง” ให้บูชากับตัว เพราะในเหรียญ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ ตอน ทรงผนวช ซึ่งน้อยครั้งที่จะมีการจัดสร้างขึ้น.....

ลำพังเหรียญที่มีพระบรมรูป ก็ต้องรีบบูชาเป็นที่ระลึกกันอยู่แล้ว แต่เหรียญนี้ เป็นทั้ง พระภิกษุพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีคุณค่ามากๆ.....

บริจาคบูชาได้ที่ เซเว่น อีเลฟเว่น และ ซีพี เฟรชมาร์ท หรือ สอบถาม 0-2711-7600 ซึ่งราคาก็ตั้งไว้แบบให้สามารถมีเป็นที่ระลึกได้ทุกคน คือเหรียญละ 100 บาท.....

รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย.....

หลวงพ่อทวดเหยียบนํ้าทะเลจืด รุ่น 102 ปีอาจารย์ทิม พุทธาภิเษกวันนี้.

รายการที่สอง คือ หลวงพ่อทวดเหยียบนํ้าทะเลจืด รุ่น 102 ปีอาจารย์ทิม ซึ่งเข้าพิธีพุทธาภิเษกวันนี้เลย 2 พ.ย. ณ ศาลหลักเมือง ปัตตานี.....

โดยอาราธนานิมนต์พระเกจิอาจารย์สายหลวงพ่อทวดและสายใต้ เป็นร้อยรูป มาร่วมพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกอย่างยิ่งใหญ่ระดับจังหวัด เช่น พ่อเขียว วัดห้วยเงาะ พ่อพรหม วัดพลานุภาพ พ่อผัน วัดทรายขาว พระครูโสภิต วัดศรีมหาโพธิ์ พ่อฉิ้น วัดเมือง.....

พ่อท่านจ่าง พ่อท่านเอ็น พ่อท่านห้อม พ่อท่านล้าน พ่อสัมพันธ์ วัดคูหาสวรรค์ พ่ออุทัย วัดดอนศาลา พ่อเอียด วัดโคกแย้ม พ่อท่านสูติ วัดในเตา พระอาจารย์ชัย วัดพะโคะ.....

พิธีรุ่นนี้จึงครบเครื่องเข้มขลังมาก เริ่มพิธีประมาณ 13.19 น. ใครอยู่ใกล้น่าไปร่วมพิธี เพราะเชื่อกันว่าการได้ไปอยู่ในพิธี จะทำให้ได้รับพลังจากการที่พระเกจินับร้อยรูปสวดบริกรรม.....

รุ่น 102 ปี อาจารย์ทิม มี 4 แบบ คือ เหรียญเสมา พิมพ์หน้าเลื่อนไม่ผ่าปาก, เหรียญพิมพ์รูปไข่ ไข่ปลาใหญ่, เหรียญเม็ดแตงใบขี้เหล็ก และ พิมพ์เตารีดใหญ่ เอ จัดสร้างหลายเนื้อ เช่น ทองคำลงยา ทองคำ เงินหน้าทอง เงินลงยา เงิน นวะ ทองขาว ทองแดง.....

ตอนจัดสร้างรุ่น 100 ปี และ 101 ปี กระแสแรงมากๆ แต่พระหมดก่อน คนยังไม่ได้อีกมาก พอสร้าง รุ่น 102 ปี บางรายการจึงหมดแล้ว ต้องสอบถามที่ 08-6300-2549, 08-1566-8889, 08-9655-7914, 0-2467-5082 และศูนย์พระเครื่อง .....

พระชัยวัฒน์ ร.ศ.233 วัดกลางบางแก้ว.

สุดท้าย ก็ไม่ควรมองผ่าน คือ พระชัยวัฒน์ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งเททองหล่อนำฤกษ์ที่วัดไปเมื่อ 12 ต.ค. โดยมีคนต่อแถวจองยาวเหยียดไม่แพ้รุ่น เจ้าสัว 3 ที่ออกไปเมื่อ 2 ปีก่อน.....

ทำให้ พระครูบุญช่วย เจ้าอาวาส ดีใจมาก ที่มีผู้ศรัทธาร่วมบุญบูรณปฏิสังขรณ์มณฑปพระพุทธบาทจำลอง ที่สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2433 และเป็นที่บรรจุพระเครื่องของ หลวงปู่บุญ.....

วัดจึงได้สร้าง พระชัยวัฒน์ ร.ศ.233 ขึ้น โดยนำพิมพ์เก่านิยมยุค หลวงปู่บุญ มาถอดพิมพ์ เททองหล่อโบราณทุกองค์.....

และยังเอาชนวนเก่าจากช่อชัยวัฒน์เดิม และชนวนโลหะทุกรุ่นของอดีตบูรพาจารย์ หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม หลวงปู่เจือ มาหลอมรวม เพื่อต่อชนวนเข้มขลัง ลงชาด และ หรดาล จนเซียนพระบอกว่า ถ้าวัดไม่ใส่ ร.ศ.233 เซียนอาจพลาด เพราะคิดว่าของเดิม.....

พระชัยวัฒน์ มี 3 พิมพ์คือ พิมพ์ชะลูด พิมพ์ต้อ และ พิมพ์ป้อมใหญ่ เข้าหุ่นหล่อดินไทยทุกองค์.....

จะเสกใหญ่ 22 พ.ย.นี้ ตั้งแต่บ่ายจนถึงค่ำ โดยเจริญ พระคาถาเยสัตตะสารา ที่ หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม ใช้เจริญภาวนาอธิษฐานจิต เพื่อให้ พระชัยวัฒน์ ร.ศ.233 มีพุทธคุณเข้มขลังเหมือนเดิม--สอบถามที่ 08-4021-1271, 08-1299-1708 และ 08-7528-9555.....

เรื่องลาฮาเฮ ที่ท่านผู้ชมชอบถามว่าไปสรรหาจากไหนมาเล่าเป็นต่อยหอยได้ทุกอาทิตย์ ซึ่งก็ขอบอกว่า ถ้าคนชอบพระ ตั้งวงคุยกันละก้อ จะมีสารพัดเรื่องมาเล่ากันไม่จบไม่สิ้น.....

พระองค์เดียวนั่งกันคุยได้เป็นชั่วโมง เพราะเจ้าของ แต่ละคน ก็มีเรื่องราวอภินิหารพระ ปาฏิหาริย์หลวงพ่อผู้สร้าง มาประกอบสตอรี่ของพระตัวเองกันทั้งน้าน.....

เรื่องส่งท้ายก่อนไปลอยกระทง เป็นเรื่อง เสี่ยสมปอง ชาวสวนย่านพุทธมณฑล ที่ฝักใฝ่เรื่องเวทมนตร์คาถา และชอบไปหาซื้อหนังสือมาศึกษาและทดลองด้วยตัวเอง.....

วันหนึ่ง ก็ไปอ่านเจอ วิชาพระคาถาเสกใบมะขามเป็นตัวต่อ ก็อยากทําได้บ้าง เสี่ยสมปอง จึงฝึกอย่างจริงจังมาหลายเดือน จนญาติมิตรชักเป็นห่วงจึงเตือนให้เลิก เพราะวิชาพวกนี้ ต้องเป็นพระเกจิที่มีญาณสมาธิแก่กล้าเท่านั้นจึงจะทําได้.....

แต่ เสี่ยสมปอง ไม่ยอมเลิก และเที่ยวไปปีนต้นมะขาม เด็ดใบมานั่งทําพิธีเสก เสกเสร็จก็เป่าพ้วง จนปลิวกระจายไปทั่วบ้าน แล้วก็ตามกวาด .....

เมื่อวันออกพรรษาที่ผ่านมา ญาติๆชวนไปทําบุญที่บ้านเกิด เพชรบูรณ์ แต่ เสี่ยสมปอง บอกไม่ไป จะอยู่บ้านฝึกวิชา
--อีกสามวัน ญาติกลับมา ก็พบ พ่อจอมเสก นอนห่มผ้าจับไข้ บอกว่าถูก ต่อต่อย.....

ทุกคนก็ตื่นเต้น นึกว่าสำเร็จวิชาเสกใบมะขามเป็นตัวต่อแล้ว ถึงโดนต่อต่อย ก็รุมถามกันใหญ่ แต่ เสี่ยสมปอง บอกว่า ป่าว เสกยังไงก็ยังเป็นใบมะขาม กูเลยโมโห เอาไม้ไปขว้างต้นมะขาม แต่โดนรังต่อ มันเลยแตกรังออกมารุมต่อย จนไข้ขึ้น ไม่มีแรงลุกไปหาหมอ.....

ญาติๆส่ายหน้า ขอให้สัญญาว่าจะเลิกเรียนวิชา แล้วจะพาไปหาหมอ--คราวนี้ เสี่ยสมปอง ว่าง่าย ไม่ต้องขอ กูก็เลิก.....

โชคดี ที่ญาติๆกลับมาทัน ไม่งั้น เสี่ยสมปอง จะต้องถูกพิษต่อที่ไม่ต้องเสกเล่นงาน จนอาจจะต้องส่งไปสวดที่วัด เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนามพระสีกาอ่าง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้