วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไหว้พระ...วัดเก่าสองฝั่งเจ้าพระยา วิถีไทยที่ไม่เคยเปลี่ยน

ไหว้พระ...วัดเก่าสองฝั่งเจ้าพระยา วิถีไทยที่ไม่เคยเปลี่ยน

  • Share:

บรรยากาศแสนงดงามประดุจเมืองฟ้าอมร สัมผัสสุนทรียภาพอันแสนโรแมนติก อิ่มเอมกับวิถีชุมชนริมน้ำ แวะเที่ยววัดไหว้พระคู่บ้านคู่เมือง...

ป่าวนะค้า...มิสป๊อปปูลาร์ไม่ได้ฝัน แต่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศริมน้ำเจ้าพระยาค่า...

2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีสิ่งมหัศจรรย์ทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่เป็นมรดกตกทอด จากรุ่น...สู่รุ่น...

สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ไม่ว่าจะเป็นตึกราม บ้านช่อง วัดวาอาราม ล้วนเป็นสัญลักษณ์ของการเล่าขานเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย

นั่งรถจากสำนักข่าวหัวเขียวไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงท่าเรือท่าเตียน วันนี้บอสใหญ่ใจดี ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รอสวมบทไกด์กิตติมศักดิ์ พาท่องเที่ยวโค้งน้ำเจ้าพระยา สัมผัสศาสตร์และศิลป์จากวันวานสู่...วิถีไทย ที่คนรุ่นใหม่ไม่เคยรู้มาก่อน

เริ่มกันที่นี่เลยค่า...สมบัติล้ำค่าทางวรรณกรรมที่ “วัดโพธิ์” หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดเก่าแก่คู่บ้าน...คู่เมือง ตั้งแต่รัชกาลที่ 1

ตำนาน “ยักษ์วัดแจ้ง” กับ “ยักษ์วัดโพธิ์” ยังคงเล่าได้ไม่รู้เบื่อ ทั้งๆที่ฟังมาตั้งแต่เด็ก เรื่องมีอยู่ว่า ยักษ์วัดโพธิ์เป็นเพื่อนกับยักษ์วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) เกิดทะเลาะชกต่อยกัน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ความทราบถึงพระอิศวรจึงลงโทษสาปให้ยักษ์ทั้งสองตนกลายเป็นหิน ยืนเฝ้าวัดมาเป็นร้อยปีแล้วล่ะค่า

ผ่านยักษ์ตัวใหญ่เข้าไปในวัด นี่เลยค่ะ! วิหารพระพุทธไสยาสน์ ที่เห็นแล้วต้องตะลึงกับความสวยงามอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปขนาดใหญ่กึ่งนอน ปิดทองทั่วทั้งองค์ พระบาทซ้ายและขวาซ้อนเหลื่อมกันเล็กน้อย ประดับมุกภาพมงคล 108 ประการ พระปางไสยาสน์นี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ปางโปรดอสุรินทราหู ซึ่งเป็นอสูรผู้มีร่างกายสูงใหญ่ที่ถือตัวว่ามีความยิ่งใหญ่เข้าใจว่าร่างกายของตนจะบดบังข่มพระพุทธเจ้า แต่เมื่อได้เข้าเฝ้าแล้วกลับพบว่าตนเองนั้นมีร่างกายเล็กกว่าพระพุทธเจ้า คติธรรมของพระปางนี้ คือการสอนชาวโลกมิให้หลงใหลในความยิ่งใหญ่ของตัวตน อันเป็นเรื่องไร้สาระ

ออกจากวิหารเดินตามกำแพงไปเรื่อยๆจะเห็นรูปเขียนฤาษีดัดตนรูปต่างๆ ถือเป็นการบันทึกตำรานวดแผนไทยฉบับโบร่ำโบราณที่ถ่ายทอดด้วยภาพอิริยาบถการนวด เป็นอีกศาสตร์ที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

ออกจากวัดโพธิ์ เรือหรูลำโตคอยท่าอยู่แล้วค่ะ ที่ท่าเรือท่าเตียน เตรียมพาบรรดากระจอกข่าวรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ และมนุษย์ป้า มนุษย์ลุงข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ไปยังวัดแจ้ง หรือ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ซึ่งได้ ชื่อว่ามีองค์พระปรางค์ที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย

พระปรางค์วัดอรุณฯสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบ ถ้วยชามแบบสมัยโบราณ เปลือกหอย เป็นลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ภายในบริเวณวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ สนามหญ้า และศาลาท่าน้ำทรงเก๋งจีน

เจออีกแล้วค่ะ ยักษ์วัดแจ้ง ตัวตนใหญ่โตมโหฬาร สร้างด้วยปูนปั้นประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีต่างๆละเอียดงดงาม...ยืนถือกระบองอยู่ 2 ตน ตรงซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถ ยักษ์สีเขียว คือ ทศกัณฐ์ ส่วน ยักษ์สีขาว คือ สหัสเดชะ ตัวละครเรื่องรามเกียรติ์
พระปรางค์วัดอรุณฯเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปเยี่ยมชมความงดงามของพระปรางค์ได้อย่างใกล้ชิด

งานนี้ มิสป๊อปปูลาร์ ถือโอกาสเดินจงกรมรอบองค์พระปรางค์ 3 รอบ อธิษฐานขอพรให้สมปรารถนา แต่อย่าถามนะค้า...ว่าอธิษฐานเรื่องอะไร ยืนยันได้ว่าไม่ใช่เรื่องคู่แน่นอนค่า...

ตอนที่ยืนอยู่บนองค์พระปรางค์แล้วมองมาข้างล่างจะเห็นวิวทิวทัศน์รอบวัดอรุณฯ และแม่น้ำเจ้าพระยาแบบมุมพาโนรามา ที่มีฉากหลังเป็นวัดพระแก้วอยู่ไม่ไกล รักเมืองไทยกันก็ตอนนี้ล่ะค้า...

เสร็จจากวัดอรุณฯทีมงานพาไปต่อที่ วัด กัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เพื่อไหว้ “ซำปอฮุดกง” หรือหลวงพ่อโต ที่ชาวจีนเคารพนับถือมาก องค์พระสร้างแบบศิลปะไทยผสมจีนเอาไว้ด้วยกัน รอบข้างวิหารหลวงพ่อโต มีเทพเจ้าจีน 8 องค์ให้เคารพสักการะ ทั้ง เทพเจ้าแห่งความรัก เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เทพเจ้าแห่งความมั่นคง ฯลฯ ส่วนอีกด้านมีพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์องค์เดียวในประเทศไทย วัดนี้มีประติมากรรมในรูปแบบไทยและจีนมากมาย รวมทั้งเจดีย์หินที่เป็นศิลปะจากเมืองจีนด้วย

ไม่ไกลจากวัดกัลยาณมิตรเป็น วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สมเด็จ เจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุญนาค) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2371 พระอุโบสถเป็นแบบไทย หน้าบันเป็นลายดอกบุนนาค พระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธนาคน้อยที่อัญเชิญมาจากสุโขทัย มีพระเจดีย์ใหญ่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ระหว่างเดินชมรอบวัดสะดุดตากับสระน้ำที่มีเต่าอาศัยอยู่มากมาย ข้างสระเป็นอนุสาวรีย์รูปปืนใหญ่ ซึ่งเป็นอนุสรณ์ของเหตุการณ์ฉลองวัดเมื่อ พ.ศ.2380 พระรูปหนึ่งเอาปืนชำรุดไปทำไฟพะเนียงและปืนแตกระเบิด ทำให้มีพระและชาวบ้านตาย 8 คน

ไหว้พระ...ทำบุญเบิกบานใจกันทั้งวันแล้ว ได้เวลาช็อปปิ้งกันบ้างล่ะค้า...ที่นี่เลย ตลาดยอดพิมาน ซึ่งถูกเนรมิตพลิกโฉมเป็นอาคารริมน้ำเจ้าพระยา สไตล์บ้านริมน้ำดั้งเดิมที่มีระเบียงทางเดินริมน้ำ ตกแต่งตามเรื่องราวประวัติศาสตร์ย่านการค้า ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา-กรุงธนบุรี-กรุงรัตนโกสินทร์ จนถึงปัจจุบัน มีสินค้าและบริการหลากหลายคัดสรรมามากกว่า 40 ร้านค้า ไกด์กิตติมศักดิ์ของเราบอกว่า จะนำศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ และมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของเมืองไทย มาทำให้คนไทยรักและหวงแหนในความเป็นไทย ชูจุดเด่นให้คนทั่วโลกเข้ามาสัมผัสวิถีความเป็นไทย ยังช็อปไม่จุใจค้า...ชิงช้าสวรรค์สไตล์โมเดิร์นบนฝั่งเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นจุดหมายของการจ่ายทรัพย์อีกที่หนึ่ง ที่นี่ก็เก๋ไก๋ไปอีกแบบนะคะ เพราะพัฒนามาจากท่าเรือเก่า โกดังเก่า มาทำเป็นย่านการค้าช็อปปิ้ง กินอาหาร ซึ่งในมหกรรมลอยกระทงปีนี้ เห็นว่าเขาจะมีการจัดงานที่สอดแทรกเรื่องราวผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ รวมถึงรูปหล่อโลหะที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยรัชกาลที่ 5 ให้ชมกันด้วย

วิหารพระพุทธไสยาสน์

ปิดท้ายกันที่ ร้านท่าเรือแดง ตรงข้ามวัดอรุณฯกับบรรยากาศอาหารค่ำมื้อสุดพิเศษ รับไอเย็นริมเจ้าพระยา สัมผัสบรรยากาศโรแมนติก ช่วงพระอาทิตย์ตก...พอกลางคืนก็มีการเปิดไฟส่องสว่างหลากสีสัน โดยเฉพาะที่องค์พระปรางค์วัดอรุณฯ...มีแสงไฟสีเหลืองทองสาดส่องดูงามตา เพลินกับอาหารและบรรยากาศ ดูนาฬิกาอีกทีเกือบห้าทุ่ม เห็นทีต้องอำลาแสงสีริมเจ้าพระยากลับสู่เคหาบ้านช่อง

นอนหลับฝันดีกับวิถีไทยที่ไปตะลอนมาทั้งวันคร้า...!!!!

มิสป๊อปปูล่าร์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้