วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตำนานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เมืองเพชรเจ๊กเม้ง (น้ำพุ)

ตำนานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เมืองเพชรเจ๊กเม้ง (น้ำพุ)

โดย อาเหม่ง
2 พ.ย. 2557 05:00 น.
  • Share:

“เล็กแห้งเนื้อ” ใส่ทุกอย่าง โดนทุกคำ.

ลมหนาวเริ่มมาแล้ว หลายคนดีใจยิ่งกว่าถูกหวย ยิ่งในกรุงเทพฯ ปีไหนหนาวนานรู้สึกผู้คนมีความสุขเป็นพิเศษ มาลุ้นกันว่าปีนี้จะหนาวกี่วัน!? ลมหนาวมาพร้อมกับความรื่นเริง เดือนนี้มีเทศกาลลอยกระทง เดือนหน้ามีคริสมาสต์ สิ้นปี-ปีใหม่ หยุดยาวหลายวัน 2 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง

แต่สำหรับอาเหม่งสุขได้ทุกวันไม่ต้องรอเวลา ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!! ความสุขมีทุกที่ อยู่ที่เราจะมองเห็นหรือเปล่า?? นี่...เป็นไง คมซ้า...ยิ่งความสุขจากการหม่ำหาง่ายมาก เพียงหัดสังเกตสักนิด เวลาไปต่างจังหวัดแล้วกลัวกินผิดร้าน เพราะบางทีร้านใหญ่โตก็ใช่ว่าจะแซ่บ แม่นบ่?? เทคนิคง่ายๆที่ได้ผลจริงคือมองร้านที่รถจอดเยอะๆ ยิ่งมอเตอร์ไซค์ยิ่งดี ดูทะเบียนรถถ้าเป็นทะเบียนของจังหวัดนั้นๆล่ะก็ เชื่อขนมกินได้ 80% อร่อยชัวร์ เพราะคนในพื้นที่ยังมะรุมมะตุ้ม อาเหม่งลองหลายทีละ ไม่เคยผิดหวัง อร่อยชัวร์ไม่มั่วนิ่ม

ไปถึง “ซอสพริก” มารอก่อนก๋วยเตี๋ยว.
“พริกกะเหรี่ยงดอง” เติมนํ้าส้มต่างหาก.

อย่างร้านนี้เป็นต้น คนเพชรบุรีคอนเฟิร์มว่าอร่อยเด็ด ร้านนี้คือ “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ๊กเม้ง” (น้ำพุ) ที่ต้องมีวงเล็บน้ำพุ ก็เพราะว่าขายอยู่แถววงเวียนน้ำพุหลังจวนผู้ว่ฯ แล้วเจ๊กเม้งล่ะคือใคร?? “เจ๊กเม้ง” คือพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อแห่งเมืองเพชร ที่ถือว่าเป็นตำนาน เพราะชื่อเสียงแกเลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัด แกทำก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยเด็ดที่สุด ใครกินก็ติดใจ จนคนร่ำลือว่าแกใส่กัญชาลงในน้ำซุป แบบว่าอร่อยจนต้องมากินซ้ำ!! ปัจจุบันเจ๊กเม้งเสียชีวิตแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นแกได้ขายสูตรให้หลายคน เมืองเพชรจึงมีก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้งหลายร้าน แต่ร้านนี้คนเพชรบอกว่าอร่อยคล้ายต้นตำรับที่สุด ร้านเล็กๆ มุงสังกะสี โต๊ะ เก้าอี้ยังเป็นแบบเดิมๆ บรรยากาศชวนนึกถึงอดีต เจ้าของร้านคือ “เจ๊วันเพ็ญ” ซึ่งขายมากว่า 40 ปีแล้ว

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเมืองเพชรของแท้ต้องหม่ำกับซอสพริก ซึ่งเป็นซอสพริกปรุงรสมาแล้ว เปรี้ยวเผ็ดสะใจ นั่นเพราะว่าเจ๊วันเพ็ญใช้พริกกะเหรี่ยงผสมเข้าไป ร้านนี้ขายทั้งเนื้อและหมู แต่ถ้าใครหม่ำเนื้อขอให้ลองเพราะเด็ดมาก จะสั่งแห้ง สั่งน้ำ เกาเหลา หรือลวกจิ้มมีหมด เมื่อก๋วยเตี๋ยวมาถึงแนะนำให้ชิมก่อนปรุง น้ำซุปสีน้ำตาลใส เผ็ดนิดๆ กลมกล่อมนุ่มนวล วิธีการปรุงร้านนี้ไม่เหมือนใคร นอกจากมีพริกป่นที่เผ็ดมหาประลัยเพราะใช้พริกกะเหรี่ยงแล้ว เขายังมี “พริกกะเหรี่ยงดอง” ที่ใช้พริกกะเหรี่ยงสดหมักเกลือ ที่ทำปีละครั้งหมักกันข้ามปี รสเค็มและเผ็ดลึก ที่สำคัญหอมมาก ถ้าต้องการเปรี้ยว มีขวดน้ำส้มต่างหาก ผสมกันเองเด้อ อยากได้เผ็ด เปรี้ยว เค็มขนาดไหน จัดไป! อาเหม่งปลื้มมาก นี่แหละรสชาติที่ต้องการ

“ใหญ่นํ้า” นํ้าซุปกลมกล่อมที่สุด.
“เนื้อเปื่อย” พระเอกของร้าน.

ลอง “ลวกจิ้ม” เป็นออเดิร์ฟก่อน มาแบบผสมทั้งเนื้อและหมู เอ็นลูกชิ้น ตับ เริ่มที่ “หมู” ก่อน เจ๊เพ็ญใช้หมูสันนอกหมักให้นุ่ม ลวกสุกกำลังดี หมูอร่อยมีรสในตัว ยิ่งจิ้มกับซอสพริกเลอค่ามาก เปรี้ยวเผ็ดถึงใจ ส่วนลูกชิ้นหมูก็อร่อย ไม่ได้ทำเอง เจ๊เพ็ญเลือกเจ้าเด็ดมาขาย ส่วน “เนื้อ” ร้านนี้ไม่แพ้ใคร มีทั้งแบบเนื้อสดและเนื้อเปื่อย เนื้อสดอร่อยมาก ไม่เหนียว เขาลวกแบบไม่สุกมาก ทำให้เนื้อไม่แห้งแข็ง เคี้ยวอร่อย ถ้าจิ้มกับซอสพริกที่ใส่พริกกะเหรี่ยงดองเพิ่ม อื้อหือ...หอเจี๊ยะจนลืมเมีย!!

“เนื้อเปื่อย” ยกให้เป็นพระเอก ของร้าน แบบเอ็นก็มี แบบเนื้อล้วนและแบบเนื้อแทรกไขมันก็มี เจ๊เพ็ญใช้เนื้อน่องและสะโพกตุ๋นเป็นวันๆ จนเนื้อเปื่อยแทบละลายในปาก ที่น่าแปลกคือให้ตุ๋นจนเนื้อเปื่อยยังไง เนื้อยังคงรูปทรงเดิม ไม่เละละลายกลายเป็นซุป นี่แหละเซียนตัวจริง เนื้อเปื่อยเจ๊เพ็ญหั่นชิ้นใหญ่เคี้ยวเต็มปากเต็มคำ จิ้มกับซอสพริก นี่คือสวรรค์ที่สัมผัสได้ในราคาไม่กี่สิบบาท ลวกจิ้มราคา 50 บาท ถ้าอยากได้พิเศษก็สั่งเอา จะ 60–70 หรือจะถ้วยละ 100 ก็สั่งได้

ขายดีถึงขนาดอยู่หน้าเตา 3–4 คน (เจ๊เพ็ญคนใส่แว่น)
ข้าวแช่อยู่ตรงข้ามร้านก๋วยเตี๋ยวสั่งมาหม่ำได้.

ส่วนก๋วยเตี๋ยวเด็ดทุกอย่างทั้งแห้งและน้ำ วิธีการหม่ำแล้วแต่ความชอบ จะเก็บซอสไว้จิ้มด้านนอกก็ได้ หรือจะเทในชามก็ไม่ว่ากัน แนะนำว่าค่อยๆ ใส่ เดี๋ยวจะเผ็ดจนหม่ำไม่ได้ ถ้าชอบรสจัดจ้านขอเพิ่มได้เลย ร้านเขาไม่หวง ย้ำว่าอย่าลืมใส่พริกกะเหรี่ยงหมัก เพราะตัวนี้ช่วยชูรสให้เข้มข้นและจี๊ดจ๊าด หม่ำแล้วต้องร้องซี้ด เพราะเผ็ด หอม อร่อยจนต้องเบิ้ลชาม 2 ก๋วยเตี๋ยวธรรมดาชามละ 35 บาท พิเศษ 40 บาท ถ้าเป็นเส้นวุ้นเส้นกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ 40 บาท ส่วนเกาเหลาชามละ 50 บาท

ใกล้กับร้านก๋วยเตี๋ยวมีร้ายขายขนมหวาน ทั้งหม้อแกง ทองหยิบ ทองหยอดและอีกสารพัด ไม่เท่านั้นฝั่งตรงข้ามมีหมูสะเต๊ะกับข้าวแช่ เลยไปอีกนิดมีไอติมกะทิและไอติมน้ำตาลสดทำเอง อร่อยเด็ดทุกอย่าง จะหม่ำหลังก๋วยเตี๋ยวหรือจะไว้หม่ำคราวหลังก็แล้วแต่ความสะดวก แต่อาเหม่งหม่ำเลย ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!! กินทั้งไอติมและ “ข้าวแช่” ชุดละ 20 บาทเท่านั้น ข้าวหุงสวยขัดจนขาวใส น้ำอบดอกมะลิหอมชื่นใจ มาพร้อมกับกับ 3 อย่าง กะปิคั่ว หัวไชโป๊เคี่ยวและปลาหวาน วิธีการหม่ำข้าวแช่เด็กรุ่นใหม่หลายคนไม่คุ้นเคย ย้ำว่าอย่าตักกับใส่ไปในข้าวแช่ เดี๋ยวจะเละไม่น่าหม่ำ ให้หม่ำข้าว 1 คำ แล้วตักกับเข้าปากตาม นี่แหละคือสุนทรีย์การหม่ำแบบไทยแท้

จะหม่ำก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ๊กเม้ง (น้ำพุ) ของเจ๊เพ็ญ แนะนำให้ไปสัก 8-9 โมงกำลังดี ถ้าไป 11 โมงรับรองรอนาน ลูกค้าแน่นจนรอโต๊ะ ถ้าไปบ่ายของจะหมดซะก่อนโดยเฉพาะเนื้อเปื่อย เอาเป็นว่าเช้าสะดวกกว่า ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมง การเดินทางถ้ามาจากเส้นเพชรเกษมเลี้ยวเข้าเมืองเพชรตรงเขาวัง วิ่งเข้าตัวเมืองผ่าน 4 แยกศาลจังหวัด เจอสี่แยกศาลากลาง มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ซ้ายมือ ให้เลี้ยวขวามาประมาณ 20 เมตร จะเจอน้ำพุอยู่ซ้ายมือ หาที่จอดรถได้เลย เดินเข้าซอยไปนิดเดียวก็เจอแล้ว ถ้าหาไม่พบ โทร. 08–6163–0652, 08–2080–7078

ร้านเขาหยุดเดือนละ 2 วัน สลับไปเรื่อยๆ โทร.ไปก่อนชัวร์ที่สุด อย่าดุ่มๆไป เดี๋ยวเจอแจ็กพอตร้านปิดจะ’รมณ์เสียเปล่าๆ เข้าใจตรงกันนะ ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!!­­­­

อาเหม่ง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้