วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จาก “เทศกาลหุ่นโลก” ถึง “สายน้ำวัฒนธรรม”

จาก “เทศกาลหุ่นโลก” ถึง “สายน้ำวัฒนธรรม”

โดย ซูม
2 พ.ย. 2557 05:00 น.
  • Share:

สัปดาห์นี้ขอนำท่านผู้อ่านเจาะลึกไปสู่ 2 งานใหญ่ที่ทีมงานซอกแซกช่วยออกแขกและโหมโรงมาให้หลายครั้ง แบบกระซิบบ้าง เกริ่นบ้าง พอเป็นสังเขป บัดนี้ได้ฤกษ์ที่จะเขียนยาวๆให้ละครับ

ขอเริ่มด้วยงาน “เทศกาลหุ่นโลก กรุงเทพฯ 2014” ก่อนละกัน นี่คืองานระดับโลก มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “World Puppet Festival” จัดแสดงครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.2008 หรือ พ.ศ.2551 ที่ กรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ประสบความสำเร็จไม่เบาทีเดียว ต่อมาในปี ค.ศ.2012 หรือ พ.ศ.2555 จึงจัดในรูปของงานแสดงสัญจรหรือคาร์นิวัล เรียกชื่อว่า “World Puppet Carnival” ไปแสดงที่คาซัคสถาน และตามมาด้วยปี 2013 หรือ 2556 ที่อินโดนีเซีย

สำหรับปีนี้ 2557 ที่มีการจัดแสดงในประเทศไทยเรานั้น เป็นผลพวงมาจากความสำเร็จของ มูลนิธิสายเสมา ศิลปะเพื่อสังคม จากประเทศไทยที่นำหุ่นสายเสมาไปร่วมแสดงที่กรุงปราก เมื่อ ค.ศ.2008 และได้รับรางวัลเกียรติยศหลายรางวัล ทำให้หุ่นไทยเป็นที่รู้จักอย่างดียิ่งในงานเทศกาลหุ่นระดับโลกครั้งแรก จึงได้เจรจาขอสิทธิ์ในการจัด World Puppet Carnival ขึ้น ณ ประเทศไทย นับเป็นชาติที่ 4 ของโลกที่ขันอาสาเป็นเจ้าภาพ

และเพื่อให้งานเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก จึงเรียกชื่องานนี้ว่า “เทศกาลหุ่นโลก 2014” หรือ Harmony World Puppet Carnival Bangkok 2014 มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปทั่วโลกมาเป็นเวลาเนิ่นนานพอสมควร

น่าชื่นใจที่ได้รับการขานรับจากวงการหุ่นทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ทำให้มีหุ่นนานาชาติถึง 116 คณะ จาก 79 ประเทศทั่วโลก ตอบรับที่จะมาแสดงในบ้านเรา นับเป็นจำนวนคณะที่มากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา และจะมีรูปแบบการแสดงที่หลากหลาย ทั้งการแสดงหุ่นแบบโบราณกาล หรือหุ่นทั่วไป จนถึงหุ่นที่มากับระบบสื่อสารทันสมัย เช่น ภาพยนตร์หุ่น และวีดิโอหุ่น เป็นต้น

สำหรับสถานที่จัดแสดงนั้น จะมีขึ้นในเกาะรัตนโกสินทร์ 8 แห่งด้วยกัน ได้แก่ สนามหลวง, โรงละครแห่งชาติ (ทั้งโรงใหญ่โรงเล็ก), โรงละครวังหน้า, หอศิลปะร่วมสมัย (ถนนราชดำเนิน), พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์ถนนเจ้าฟ้า), พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, ลานพลับพลา-มหาเจษฎาบดินทร์ และ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง
ส่วนสถานที่แสดงนอก เกาะรัตนโกสินทร์ จะมี 2 แห่ง ได้แก่ ที่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ถนนบรมราชชนนี และ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป ถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน ณ บริเวณแฟชั่นแกลเลอรี่ ชั้น 1

น่าเสียดายที่คอลัมน์นี้ไม่สามารถจะลงรายการแสดงของสถานที่ต่างๆ ได้ทั้งหมด เพราะยาวเหยียดหลายหน้าสมุดไทย เอาเป็นว่า ใครอยู่ใกล้ที่ไหน หรือไปที่ใดสะดวกก็แวะไปตามเวทีแสดงทั้งในเกาะรัตนโกสินทร์และนอกเกาะรัตนโกสินทร์ ที่ทีมงานซอกแซกแจ้งไว้ข้างต้นก็ละกัน งานจะเริ่มจาก 1 พ.ย.ไปสิ้นสุดในวันที่ 10 พ.ย.นะครับ อย่าลืมจูงมือหรืออุ้มลูกหลานของท่านไปดูด้วย

ทีมงานซอกแซกขอขอบคุณเจ้าภาพจัดงานอันประกอบด้วย กระทรวงวัฒนธรรม, กรุงเทพ-มหานคร, สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ สสส. ไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง

จากเทศกาลหุ่นโลกเก๊าะมาถึงเทศกาลใหญ่ ของชาติเราเพียงชาติเดียวบ้าง นั่นก็คืองานหรือเทศกาล “สายน้ำแห่งวัฒนธรรม” ที่มีชื่อในภาษา อังกฤษว่า River Festival 2014 ที่คอลัมน์เหะหะ พาทีเกริ่นมาหลายวันเช่นกัน เพิ่งจะได้โอกาสนำมาขยายความในคอลัมน์ซอกแซกสัปดาห์นี้

งานใหญ่งานนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของกระทรวงวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย, บริษัทไทยเบฟเวอเรจ เจ้าของน้ำดื่มตราช้าง และองค์กรเอกชนอีกกว่า 20 องค์กร ที่ได้ผนึกกำลังกันจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อปูพื้นสู่ประเพณีลอยกระทง อันเป็นวัฒนธรรมของชาติไทยที่ระบือไกลไปทั่วโลก

โดยมีวัตถุประสงค์จะให้ชาวไทยเราเองและชาวโลกอันได้แก่ นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสกับสายน้ำแห่งวัฒนธรรมที่หล่อเลี้ยงประเทศไทยมาโดยตลอด อันได้แก่ “แม่น้ำเจ้าพระยา” และสัมผัสกับงานเทศกาลลอยกระทงอันโด่งดัง ดังได้กล่าวไว้แล้ว

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นแล้วเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน ณ ลานหน้าชิงช้าสวรรค์เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ พร้อมๆกับการจัดงานขึ้น ณ สถานที่อีก 5 แห่ง ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ วัดพระเชตุพนฯ, วัดอรุณราชวราราม, วัดประยุรวงศาวาสฯ, วัดกัลยาณมิตร และ ยอดพิมานริเวอร์วอล์ค

ในแต่ละสถานที่จะมีกิจกรรมสำคัญๆ อันประกอบด้วยวัฒนธรรมชุมชน สินค้าชุมชน การแสดงศิลปะพื้นบ้านย้อนยุค ฯลฯ

สำหรับการเดินทางจากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่ง จะมีเรือโดยสารเชื่อมโยงที่เรียกว่า Shuttle Boat หรือเรือไปกลับ คอยรับส่งตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 22.00 น. ตั้งแต่ 1 พ.ย. ถึง 5 พ.ย. ส่วน 6 พ.ย. ซึ่งเป็นวันลอยกระทง และเป็นวันสุดท้ายของงานจะมีเรือบริการถึง 23.00 น. เป็นเที่ยวสุดท้าย

เส้นทางที่ 1 จะเริ่มจากยอดพิมานริเวอร์วอล์ค สู่ท่าเตียน-วัดอรุณ-วัดกัลยา-วัดประยูร

เส้นทางที่ 2 จะเริ่มจากยอดพิมานริเวอร์ วอล์คเช่นกัน ไปยังท่าเอเชียทีคโดยตรง

ห้วงเวลาที่สนุกที่สุดจะไปอยู่ในช่วงแดดร่ม ลมตก และในช่วงค่ำๆ หนึ่งทุ่มสองทุ่ม ที่จะได้เห็นความงามของ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยาม ราตรีที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกยกนิ้วให้ ประกอบกับ ในช่วงเทศกาลเช่นนี้จะมีการประดับไฟและการจุดพลุหรือดอกไม้ไฟต่างๆ ทำให้สวยงามมากขึ้น

อย่าลืมหาโอกาสไปเที่ยวงานสายน้ำแห่งวัฒนธรรมกันด้วยนะครับ...ที่นี่อ่านคำโฆษณาเชิญชวนของเขาแล้วอยากจะไปมากๆเพราะชอบใจที่เขาบอกว่า...“ครั้งแรก...กับเทศกาลวัฒนธรรมร่วมสมัย บนโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ยาวที่สุด...

มาร่วมเปิดขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมแห่งใหม่...

แล้วคุณจะรักสายน้ำมากขึ้นกว่าเดิม”.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้