วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ศรีวราห์” ดันทฤษฎีใหม่ สามเหลี่ยมอาชญากรรม เดินหน้ารุกหาชุมชน

“ศรีวราห์” ดันทฤษฎีใหม่ สามเหลี่ยมอาชญากรรม เดินหน้ารุกหาชุมชน

  • Share:

“บช.น.ได้นำรูปแบบ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ที่นำทฤษฎีตำรวจสมัยใหม่มาใช้ ลดความหวาดระแวงและแสวงหาความร่วมมือจากคนในชุมชน ปรับพื้นที่ลด “โอกาส” ของคนร้ายและตำรวจอยู่ติดชุมชนทำให้จำนวน คดีอาชญากรรมลดลง ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจการทำงานตำรวจมากขึ้น”

“บช.น.จะเดินหน้า “โครงการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก” ภายใต้กรอบแนวคิดทฤษฎี “สามเหลี่ยมอาชญากรรม” ครอบคลุมทั้ง 3ด้านคือ สร้างความหวาดกลัวให้คนร้าย สร้างความอบอุ่นใจให้กับคนดีและสร้างวิถีการป้องกันภัยให้กับชุมชน ซึ่งกำหนดเป็นนโยบายทำครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร บช.น.ยุคนี้ไม่ตั้งรับ จะรุกออกไปหาประชาชน เสริมสร้างความร่วมมือของชุมชน เพื่อแสวงหาความร่วมมือทุกฝ่าย แก้ไขปัญหาในแต่ละชุมชน การเกิดอาชญากรรมแต่ละครั้งมีองค์ประกอบ 3 ด้าน คนร้าย โอกาส และเหยื่อ ถ้าครบองค์ประกอบอาชญากรรมเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของตำรวจต้องกำหนดมาตรการในการป้องกันอาชญากรรม”

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.น. มือปราบที่เชี่ยวชาญงานสืบสวนสอบสวน


“การเน้นจับกุมคนร้ายของตำรวจที่ทำมาตลอดเวลา 20-30 ปี แต่ยังคุมคดีอาชญากรรมไม่ได้ มีข้อจำกัดกำลังพลและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ตำรวจต้องแสวงหาความร่วมมือประชาชนในการป้องกันอาชญากรรม โดยตำรวจเจ้าของพื้นที่ ผู้ใช้พื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ลด “โอกาส” ของกลุ่มคนร้าย แนะนำประชาชนให้รู้จักป้องกันตนเอง อย่าให้คนร้ายกลุ่มมิจฉาชีพยึดครอง มีตำรวจลงพื้นที่ติดชุมชน คนในชุมชนช่วยเหลือตำรวจ โอกาสประชาชนตกเป็น “เหยื่อ” น้อยลง ทั้ง “สามเหลี่ยมอาชญากรรม” จะต้องทำพร้อมกัน ตำรวจป้องกันคนร้ายได้มากกว่า ตำรวจอยู่กับประชาชน ทำให้ประชาชนรักและศรัทธาตำรวจมากขึ้น ตามนโยบาย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.”

เป็นการเปิดใจครั้งแรกของแนวนโยบายของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.น. มือปราบที่เชี่ยวชาญงานสืบสวนสอบสวนสายตรง พล.ต.อ.อัยยรัช เวสสะโกศล อดีต รอง ผบ.ตร.

ชีวิตที่เติบโตมากับงานในหน่วยงานกองปราบปรามและป่าไม้ ทำให้ได้รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญหนักๆหลายคดี มีความแม่นยำในข้อกฎหมายและสำนวนสอบสวน มีส่วนอยู่เบื้องหลังการสอบสวนปิดคดีสำคัญนับไม่ถ้วน

รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญหนักๆหลายคดี

ตั้งแต่สำนวนสอบสวนคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดล้อมสนามบินและทีมคดีมั่นคง ที่มีการใช้อาวุธสงครามและวัตถุระเบิดเข้ามาก่อเหตุป่วนในช่วงการชุมนุมของ กปปส. มีการจับกุมเครือข่ายผู้ก่อเหตุจนทำให้เหตุรุนแรงคลี่คลายลงมา

จนได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. รับผิดชอบพื้นที่สำคัญ

สภาพกรุงเทพมหานครมีพื้นที่กว้างใหญ่ หลากหลายอาชีพ ความขัดแย้งแตกแยกทางความผิด เป็นความเสี่ยงของสถานภาพคดีอาชญากรรม หามาตรการเข้ามาควบคุมเพื่อไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น พล.ต.ต.ศรีวราห์วางตัวทีมงานที่มีประสบการณ์หลายด้าน

พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รรท.ผบก.น.6 หัวหน้าสำนักงาน พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ รรท.ผบก.น.1 พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ รรท.ผบก.น.2 พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รรท.ผบก.ศสส.บช.น. พ.ต.อ.ชวลิต ประสพศิลป รรท.ผบก.น.5 ร่วมคิดหามาตรการในการป้องกันอาชญากรรม

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ชีวิตที่เติบโตมากับงานในหน่วยงานกองปราบปรามและป่าไม้

เป็นที่มาของ “ทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม” (Crime Triangle Theory) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตำรวจในหลายประเทศใช้ประสบความสำเร็จมานานแล้ว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้ผลักดันใช้ในหน่วยงาน บช.ก. และได้ใช้ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี สมัย พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช เป็น ผกก.และรอง ผบก. ซึ่งทำให้จำนวนคดีอาชญากรรมและยาเสพติดลดลง อาศัยความร่วมมือของชุมชนกับตำรวจ

แยกเป็น 3 ด้าน เหลี่ยมแรก “คนร้าย” สร้างความหวาดกลัวให้กับคนร้าย เฝ้าระวังบุคคลพ้นโทษที่อยู่ในพื้นที่ ควบคุมแหล่งมั่วสุมอบายมุข ไประวังเหตุด้วยความรวดเร็ว ระดมกวาดล้างอย่างสม่ำเสมอ สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ยึดรถต้องสงสัย ตีวงสุรา แผนเผชิญเหตุ การก้าวสกัดจับคนร้าย

เหลี่ยมที่ 2 “เหยื่อ–เป้าหมาย” รณรงค์ให้ประชาชนรู้จักการป้องกันตนเอง ตำรวจเตือนภัย ตำรวจเยี่ยมเยียนประชาชน การให้ความคุ้มครองเหยื่อและเป้าหมาย สร้างวิถีป้องกันภัยให้กับชุมชน และเหลี่ยมที่ 3 “สร้างความอบอุ่นใจให้กับคนดี” การปรับสภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันอาชญากรรม ทฤษฎีหน้าต่างแตก (Broken Windows Theory) ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน (Community Policing) พื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) และเพื่อนบ้านเตือนภัย (Neighborhood Watch) ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในนโยบายหลักของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่นำทฤษฎีตำรวจสมัยใหม่มาใช้ทำให้สังคมดีขึ้น

มือปราบที่เชี่ยวชาญงานสืบสวนสอบสวน

จากชีวิตราชการเติบโตมากับงานหนักๆ ทั้งงานสืบสวนสอบสวน ได้เห็นสภาพปัญหา ข้อจำกัดงาน ตำรวจที่ต้องรับผิดชอบทุกข์สุขพี่น้องประชาชน และเคยร่วมงานกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ทำให้ พล.ต.ต.ศรีวราห์ คิดว่า “ทฤษฎีตำรวจสมัยใหม่” จะเป็นทางเลือกแก้ไขปัญหาสังคมเมืองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

มาตรการป้องกันอาชญากรรมโดยตำรวจเจ้าของพื้นที่ ผู้ใช้พื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เทคโนโลยี ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง

“นโยบายหลักยึดถือตามนโยบาย 8 ข้อของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เน้นปกป้อง เทิดทูน พิทักษ์ไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่ละเมิดไม่ได้ คดีเกี่ยวข้องสถาบันต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด คดีที่เกี่ยวข้องการชุมนุมประท้วงที่เกิดในพื้นที่ บก.น.1, 2, 5, 6 และ บก.ศสส.บช.น.ได้เรียกเข้ามาเป็นทีมทำงานเพื่อทำให้พื้นที่ชุมนุมเกิดความสงบสุขในบ้านเมือง ลดคดีความมั่นคง จับกุมอาวุธปืน อาวุธสงคราม เพื่อไม่ให้ประชาชนหวาดกลัว ปฏิบัติตามนโยบาย คสช. ทุกสีเท่าเทียมกัน คนกระทำผิดจะต้องได้รับการลงโทษ ดำเนินคดีอย่างยุติธรรม ไม่คำนึงสี คดีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกระทำ จะต้องติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตั้งแต่คดีเจ้าหน้าที่ถูกยิงที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ถูกยิงที่ถนนราชดำเนิน และคดีตำรวจเตะระเบิดสะพานมัฆวานฯ แสดงให้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย” เป็นนโยบายหลักของ พล.ต.ต.ศรีวราห์

“การบริการเน้นสถานีตำรวจเป็นจุดแตกหักงานสถานีตำรวจ 5 สายงาน ทุกด้านมีหน้าที่ดูแลบริการประชาชน จะเน้น ผกก.หัวหน้าสถานีใส่ใจในการให้บริการประชาชนและลดสถิติคดีอาชญากรรม งานบริการประชาชนปรับปรุงสถานที่ อุปกรณ์และท่าทีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนงานอาชญากรรม เน้นรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชน ระงับเหตุรวดเร็ว จุดตรวจตู้แดง แสวงหา ความร่วมมือภาคประชาชน มีส่วนร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ คดีอาชญากรรมและยาเสพติด เป็นนโยบายลดลงให้ได้”

แต่สิ่งที่ พล.ต.ต.ศรีวราห์เน้นย้ำคือ “สิ่งที่สำคัญที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนต้องมีวินัย โรงพักเป็น “จุดแตกหัก” ของงานตำรวจ ถ้าตำรวจทุกคนมีวินัย ปฏิบัติหน้าที่ ตามบทบาทหน้าที่ ทำงานรับใช้สังคม ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน จะทำให้คดีอาชญากรรมลดลง เพราะคำสั่ง หรือแผนทั้ง ตร. และ บช.ได้กำหนดไว้ครบถ้วนแล้ว”

“เป็นเรื่องตัวบุคคล ตำรวจต้องมีวินัย ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง หากตรวจเจอไม่ปฏิบัติตาม ต้องลงโทษ สิ่งที่รับไม่ได้คือ การไม่รับแจ้งความลงบันทึกประจำวัน “เป่าคดี” เพราะกลัวสถิติตัวเลขคดีรับแจ้งสูง อย่าให้เห็น เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ จะต้องดำรงในความยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม รวดเร็ว โปร่งใส ไม่เรียกรับผลประโยชน์ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับตำรวจที่แสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

บรรยากาศ​ตำรวจ​ชุด​ควบคุม​ฝูง​ชน ที่​เตรียมพร้อม​หน้า กอง​บัญชาการ​ตำรวจนครบาล

เป็นความตั้งใจที่แน่วแน่ของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ ในบทบาทหน้าที่ผู้นำตำรวจนครบาลตามสโลแกนที่ว่า “บริการทุกระดับประทับใจ ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม อาชญากรรมและยาเสพติดลดลง”

เพื่อให้ตำรวจนครบาลเป็นที่พึ่งยามเดือดร้อนของชุมชน

ภายใต้ทฤษฎีตำรวจสมัยใหม่ “สามเหลี่ยมอาชญากรรม”.

ทีมข่าวอาชญากรรม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้