วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"กีฬา…คือ…ยาวิเศษ"

"กีฬา…คือ…ยาวิเศษ"

โดย นายว้าก
2 พ.ย. 2557 05:00 น.
  • Share:

วัยโจ๋พลศึกษาปลดปล่อยพลังฝึกทักษะกีฬาชุมชน

ผ่านพ้นไปไม่นานสำหรับมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 หรือ “อินชอนเกมส์” ซึ่งทัพนักกีฬาไทยก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง

หลายประเภทกีฬาสามารถสร้างผลงานได้น่าประทับใจกอบโกยเหรียญทองรวมกันได้ถึง 12 เหรียญ เหรียญเงิน 7 เหรียญ และเหรียญทองแดง 28 เหรียญ รั้งลำดับที่ 6 จากประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 45 ประเทศ เป็นรองเพียงประเทศใหญ่อย่างจีน เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเจ้าภาพ ญี่ปุ่น คาซัคสถาน และอิหร่าน เท่านั้น

ศักยภาพของ ทัพนักกีฬาไทยที่มีพัฒนาการดีขึ้นตามลำดับนี้ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถาบันการพลศึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านกีฬา ในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นอกจากจะจัดการเรียนการสอนเฉพาะทางด้านกีฬาแล้ว สถาบันการพลศึกษาที่มีอยู่ 17 วิทยาเขต ยังได้ดำเนินพันธกิจหลักของการเป็นสถาบันอุดมศึกษา โดยร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นออกบริการชุมชน ประจำปี 2557 จัดกิจกรรม โครงการให้บริการด้านพัฒนาการพลศึกษา กีฬา และนันทนาการแก่ชุมชน

และในรอบปีงบประมาณที่ผ่านมา คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมดีๆที่สร้างสรรค์อย่างไรกันบ้าง “นายว้าก” ไม่พลาดที่จะไปเจ๊าะแจ๊ะถามไถ่บรรดาวัยโจ๋ซีเนียร์ คณะศึกษา-ศาสตร์ สาขาวิชาพลศึกษา ผู้ลงมือปฏิบัติ สังคมจะได้ร่วมชื่นชม

เริ่มที่ “แป้ง” สาทร ปานนุ่ม หนึ่งในผู้รับผิดชอบโครงการออกกำลังกายกีฬา บอกว่า “รู้สึกชอบโครงการนี้มาก เพราะได้นำความรู้ ความสามารถที่ได้เรียนรู้ ฝึกฝนจากสถาบันไปถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน เป็นการทบทวน และฝึกฝนความรู้เชิงกีฬาให้หนักแน่นและเข้มข้นขึ้น ทั้งนี้ ทางคณะได้จัดกิจกรรมโครงการให้บริการด้านพัฒนาการพลศึกษา กีฬา และนันทนาการแก่ชุมชนมาแล้ว 12 โครงการ 12 ชุมชนในเขต อ.เมือง จ.ชลบุรี รวมถึงอำเภออื่นๆในจังหวัดใกล้เคียง โดยมีนักเรียนและประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 คน กิจกรรมที่จัด ได้แก่ กิจกรรมการออกกำลังกาย 8 ชนิดกีฬา, กิจกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ, กิจกรรมการออกกำลังกายเพื่อนันทนาการ และกิจกรรมเพื่อการแข่งขัน สิบวันที่ทำกิจกรรมทำให้คิดว่าประเทศไทยเราสามารถพัฒนากีฬาให้เทียบเท่าประเทศเจ้าเหรียญทองกีฬาเอเชียนเกมส์อย่างจีนได้ไม่ยาก”

เพื่อนร่วมชั้นเดียวกันกับหนุ่มแป้ง “แซม” บรรจบ วารีพัฒน์ สานต่อด้วยเสียงดังฟังชัดว่า “ผมและเพื่อนได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการฝึกสอนฟุตบอลให้แก่เยาวชนใน จ.ชลบุรี ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดี เหมือนกับเป็นการทดลองก่อนออกไปฝึกสอนจริง รวมถึงได้มีส่วนร่วมกับสังคมพัฒนาเยาวชนของชาติให้หันมาสนใจเล่นกีฬา และได้รู้จักคนมากขึ้น ได้รับมิตรภาพดีๆกลับมา โดย การไปสอนฟุตบอลให้แก่เด็กๆ แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ เด็กที่เล่นไม่เป็น กับเด็กที่เล่นพอเป็น คนที่เล่นไม่เป็นเลยแต่มีความสนใจ จะสอนทักษะพื้นฐาน สร้างความคุ้นเคยในการวิ่งเลี้ยงบอล เดาะบอล ส่วนที่เล่นพอเป็นก็จะสอนเทคนิคการเล่นในขั้นต่อไปให้ ซึ่งเด็กๆมีความสนใจ กระตือรือร้น สนุกสนาน แค่นี้ถือว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว เพราะเราไม่ได้สอนให้เขาเล่นเก่ง แต่สอนให้เล่นเป็น เล่นเป็นในความหมายคือ เล่นเป็นทีม มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย อันเป็นหัวใจของการเล่นกีฬาครับ”

ขณะที่สาวเสียงใส “ไอซ์” ธนภรณ์ สังวาลย์-แก้ว กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ได้รับมอบ หมายให้ดูแลโครงการออกกำลังกายกีฬา รู้สึกดีที่ได้มีโอกาสแบ่งปันความรู้ที่เรียนมาใช้สอนน้องๆ เยาวชน เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีความสุขกับการเป็นผู้ให้ ในขณะเดียวกันก็ได้รับ ประสบการณ์ที่ดี สามารถนำมาใช้ประยุกต์กับการเรียนการสอน โดยเฉพาะการเตรียมตัวก่อนออกไปเป็นครูฝึกสอนที่โรงเรียนอีกด้วย โครงการนี้ช่วยให้เด็กๆได้มีพื้นที่แสดงออกทางด้านกีฬา ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช้เวลาหมดกับร้านเกมหรือถูกล่อลวงไปในทางที่ไม่ดี หรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ตลอดการสอนฟุตบอลก็จะมีการสอดแทรกสิ่งเหล่านี้ลงไปด้วย นอกจากนี้ การออกกำลังกาย ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหลายๆคนด้วย”

ปิดท้ายที่ “เจมส์” วิทวัส แวววับศรี ซึ่งร่วมแจมว่า “ผมได้นำเอา กีฬาและกิจกรรมนันทนาการไปสร้างความสนุก ส่งเสริมการออกกำลังกายให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลนาป่า จ.ชลบุรี เนื่องจากเด็กเล็ก เป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นสำคัญ การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ทั้งยังช่วยให้จิตใจเบิกบานแจ่มใส ส่งผลต่อพัฒนาการเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี โครงการนี้นอกจากให้ประโยชน์ในเรื่องของสุขภาพแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กๆ หันมาสนใจการเล่นกีฬามากขึ้น และให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมากขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาในวงการกีฬาบ้านเรา การที่สถาบันพลศึกษาได้นำโครงการนี้เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนก็ด้วยตระหนักว่าชุมชนเป็นราก ฐานของเยาวชนเมื่อชุมชนพัฒนา เยาวชนก็จะพัฒนาตามไปด้วยเช่นกัน”

ต้องบอกเลยว่าได้เห็นกิจกรรมดีๆที่ หนุ่มสาวชาวคณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี ร่วมแรงร่วมใจสรรค์สร้างให้กับผู้คนในสังคมแบบนี้แล้ว “นายว้าก” ขอปรบมือเป็นกำลังใจให้ดังๆ

อย่างน้อยสิ่งที่ทุกคนได้เสียสละ ถือเป็นการจุดประกายให้คนไทยในทุกกลุ่มอายุได้หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพโดยการเล่นกีฬา และออกกำลังกายกันมากขึ้น

เพราะ “กีฬา...คือ...ยาวิเศษ” ที่ไม่ต้องลงทุนซื้อหาราคาแพง...ว่ามั้ย...!!!

นายว้าก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้