วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลูกผู้ใหญ่วอไม่เกี่ยวคดีฆ่าฝรั่ง

ลูกผู้ใหญ่วอไม่เกี่ยวคดีฆ่าฝรั่ง

  • Share:

ผล4สถาบันยัน ดีเอ็นเอไม่ตรง ‘สภาทนาย’ช่วย แก้ต่างให้2พม่า

ผลตรวจดีเอ็นเอ “โดโด้” ลูกชายผู้ใหญ่วอ ผู้ต้องสงสัยของชาวโซเชียลมีเดียออกแล้ว “ประวุฒิ” แถลงผลตรวจของ 4 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันดีเอ็นเอไม่เกี่ยวข้องกับดีเอ็นเอในตัวเหยื่อและวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ด้านอัยการเผย ตรวจดีเอ็นเอลูกชาย ผู้ใหญ่วอไม่เกี่ยวกับสำนวนคดี เป็นการให้ความกระจ่างต่อสังคมโซเชียลมีเดีย ยังรอการสอบสวนเพิ่มเติมของพนักงานสอบสวน ตามที่พ่อแม่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม ไม่น่าฟ้องทันฝากขังผัด 4 ต้องขอเวลาเพิ่ม ขณะที่สภาทนายเริ่มวางกลยุทธ์ว่าความช่วยเหลือ 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า เชื่อยังมีโอกาสรอด

กรณีตำรวจจับกุมนายเวิน ทอ ซู และนายซอ ริน 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า ข้อหาข่มขืนและฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ แต่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นมีความสลับซับซ้อนมากกว่านั้น และผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 คนเป็นแพะรับบาป ต้องมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา โดยพุ่งเป้าไปที่นายวรท หรือโดโด้ ตู้วิเชียร อายุ 22 ปี ลูกชายของนายวรพันธุ์ ตู้วิเชียร หรือผู้ใหญ่วอ เจ้าของเอซี บาร์ บนเกาะเต่า จนต้องออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เดินทางมาให้ผู้เชี่ยวชาญจาก 4 สถาบัน นิติวิทยาศาสตร์ ตรวจดีเอ็นเอต่อหน้าสื่อมวลชน

ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการตรวจของกลุ่มงานตรวจเลือดและชีวเคมี สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. ซึ่งเป็นแพทย์ที่เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ บริเวณเยื่อบุกระพุ้งแก้มและตัวอย่างเลือดของนายวรท ตู้วิเชียร ลูกชายนายวรพันธุ์ ตู้วิเชียร หรือผู้ใหญ่วอ ซึ่งผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอในส่วนของนิติเวชฯ รพ.ตร.ระบุว่า การตรวจเทียบเคียงดีเอ็นเอของนายวรทกับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุไม่ตรงกันกับวัตถุพยานใดๆ รวมถึงดีเอ็นเอในน้ำเชื้ออสุจิในศพเหยื่อสาวชาวอังกฤษ จะรายงานผลให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแถลงให้สื่อมวลชนและสังคมทราบต่อไป ด้าน พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ขณะนี้ยังรอผลการตรวจอีก 3 สถาบัน หากทราบครบทั้ง 4 สถาบัน จะแถลงข่าวให้ทราบอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการตรวจเปรียบ เทียบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลทั้ง 4 แห่ง ซึ่งเก็บตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มของนายวรท ตู้วิเชียร ผู้ที่สื่อออนไลน์ตั้งข้อสงสัยว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ต้องเปรียบเทียบทั้ง 4 หน่วยงานได้แก่ 1.สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร. 2. สาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 3. ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ 4.ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ต้อง ตรวจเปรียบเทียบกับวัตถุพยานต่างๆว่า มีความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กันทั้งที่เกิดเหตุ ศพผู้เสียชีวิต ถ้าได้รับรายงานผลเป็นทางการ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. เป็นผู้แถลงเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าผลการตรวจของ 4สถาบันออกมาจะทำให้สังคมเชื่อถือหรือไม่ พล.ต.อ.จรัมพรกล่าวว่า สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร.ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลไอเอสโอ 17025 ได้รับการยอมรับระดับสากล ส่วนสาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ในเครือข่ายนิติพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นที่ยอมรับสากล เป็นหน่วยงานทางวิชาการไม่เกี่ยวข้องกับคดี ผู้เชี่ยวชาญทุกแห่งเป็นกลาง การที่ พล.ต.อ.สมยศเชิญผู้เชี่ยวชาญของสถาบันที่ได้รับการยอมรับมาตรวจพิสูจน์ผลพร้อมกัน เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ในการสืบสวนสอบสวน ตำรวจยึดพยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักในการคลี่คลายคดี ส่วนสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. เจ้าหน้าที่ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดประเทศอังกฤษเข้ามาตรวจสอบห้องแล็บ พอใจระบบ เครื่องมือตรวจพิสูจน์ที่ได้มาตรฐาน และตรวจสอบรายละเอียดขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน เพื่อนำไปตอบข้อสงสัยของประชาชนอังกฤษ

ที่สภาทนายความ นายสุนทร พยัคฆค์ อุปนายกสภาทนายความฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เผยว่า คดีนี้คณะทำงานประชุมมาหลายครั้งแล้ว แต่เป็นความลับ บอกไม่ได้ แต่ในส่วนของการเตรียมคดีฝ่ายจำเลยชาวพม่าทั้ง 2 คนนั้น ฝ่ายสภาทนายความเตรียมซักค้านพยานโจทก์ใน 3 ประเด็นหลักคือ 1.ถามค้านเพื่อให้ศาลเห็นว่าพยานโจทก์แต่ละคนขัดแย้งกันเอง และขัดแย้งกับพยานวัตถุ พยานนิติวิทยาศาสตร์ จนศาลเกิดความสงสัย 2.ถามให้พยานโจทก์ไม่น่าเชื่อถือ 3.ถามค้านเพื่อสนับสนุนคำให้การของฝ่ายจำเลยชาวพม่า นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคถามค้านเพื่อให้เกิดความสงสัยว่า จับผิดตัวหรือไม่ จำเลยเป็นผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่ ถ้าศาลสงสัย ศาลก็ยกฟ้องได้ตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 227

นายสุนทรกล่าวต่อไปว่า ตัวอย่างคำถามที่เตรียมไว้คือ ถามเกี่ยวกับการตรวจดีเอ็นเอ คราบเลือด อสุจิ เส้นผม เส้นขน เนื้อเยื่อต่างๆ เพราะพยานทางวิทยาศาสตร์ ตัวผู้เชี่ยวชาญจะต้องมาเบิกความประกอบสำเนาบันทึกคำให้การเป็นเอกสาร สิ่งเหล่านี้ฝ่ายทนายความจะทำลายน้ำหนักให้หมด เรื่องล่ามที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็มีความสำคัญ การสาบานตัวของพยาน การเบิกความต่อหน้าพยานอื่นด้วยกันมีหรือไม่ การอ้างจำเลยเป็นพยานโจทก์มีหรือไม่ ถ้ามีหลุดเข้ามาทนายความจะคัดค้าน และเรื่องสำคัญอีกประการคือ การที่มีการซ้อมหรือการบังคับขู่เข็ญให้คำมั่นสัญญาแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย ถ้ามีจะส่งผลกระทบต่อคดี บางกรณีถึงขนาดทำให้การสอบสวนไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นการ ตัดฟ้องหรือยกฟ้องไปเลย พยานอื่นๆจะรับฟังเป็นพยานได้หรือไม่นั้น ต้องเป็นพยานที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามลำพัง อาจต้องฟังประกอบพยานหลักฐานอื่น จุดนี้ทนายความจะซักค้านทำลายให้หมด พยานบุคคลจะซักให้ขาดความน่าเชื่อถือ อย่าลืมว่าคดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานเลย ดังนั้นใครมาเป็นพยานเตรียมตัวให้ดี

มีคำถามว่า ทำไมสภาทนายความเอาเงินภาษีของคนไทยไปช่วยต่างด้าว นายสุนทรตอบว่า กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134/1 และ 173 บังคับให้ต้องมีทนายความสำหรับคดีอัตราโทษประหาร ถ้าไม่มีทนายความจะดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ได้ หรือเป็นการไม่ชอบ นอกจากนี้สภาทนายความมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ทนายความมาตรา 78 บังคับทนายความต้องช่วยคนจน คนด้อยโอกาส คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในประเทศนี้ ท้ายสุดหากศาลยกฟ้อง ฝ่ายผู้ต้องหาหรือญาติอาจฟ้องกลับพนักงานสอบสวนฐานละเมิดเรียกค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายแพ่งมาตรา 420 และ 443 หรือฟ้องตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดเจ้าพนักงานของรัฐมาตรา 5 รวมทั้งมีสิทธิ์เรียกให้กรมคุ้มครองสิทธิ์จ่ายค่าชดเชยต่างๆ คดีนี้จะเป็นบทเรียนแก่ตำรวจว่า การจับผู้ต้องหา หากเกิดความบกพร่องหรือหย่อนยานจะเป็นผลร้ายได้ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ขณะเกิดเหตุใหม่ๆ ตำรวจพื้นที่เป็นคนไปตรวจสถานที่เกิดเหตุโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากส่วนกลางลงไปดู ทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานไม่มีประสิทธิภาพ

ส่วนนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลพม่าให้ความสำคัญและส่งคณะทำงานพิเศษมาติดตามดูเป็นระยะ แต่ไม่ได้ถึงขนาดว่า เราต้องทำตามใจหรือต้องรายงานพม่า เพียงแต่ทราบว่า ผู้ต้องหาเป็นเชื้อสายยะไข่ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่และไม่ได้พูดพม่า เวลาล่ามแปลต้องแปลจากยะไข่เป็นพม่าเป็นไทย ดังนั้นถ้าใช้ล่ามโรฮิงญาคงแปลไม่ได้ คดีนี้ตนจะทำงานให้ทางพม่าสบายใจ เพราะเขายืนยันว่า คนของเขาไม่ผิด ตอนนี้รอสำนวนฟ้องของอัยการว่า จะตั้งประเด็นอะไรมา จะได้แก้กันถูก

ด้านนายธวัชชัย เสียงแจ้ว อธิบดีอัยการภาค 8 ฐานะหัวหน้าคณะทำงานพนักงานอัยการเผยว่า กรณีนายวรพันธุ์ ตู้วิเชียร หรือผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้านเอซีบาร์ นำนายวรท หรือโดโด้ ตู้วิเชียร อายุ 22 ปีบุตรชายไปตรวจดีเอ็นเอ ไม่เกี่ยวกับสำนวนคดี เป็นการให้ความกระจ่างต่อสังคมโซเชียลมีเดีย ส่วนการขอให้ตรวจดีเอ็นเอผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 คนใหม่ยังไม่ทราบเรื่อง ประกอบกับการที่พ่อแม่และญาติผู้ต้องหาไปร้องขอความเป็นธรรมที่สำนักงานอัยการสูงสุดก็ยังไม่มีคำสั่งลงมา คาดว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณา การรวบรวมสำนวนคดีอยู่ระหว่างการรอผลสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวน ตามที่พ่อแม่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม และพนักงานอัยการให้ไปสอบเพื่อความเป็นธรรมตามที่คู่ความในคดีร้อง มีประเด็นมากกว่าเดิมและไม่สามารถเปิดเผยได้ หากส่งผลสอบกลับมาครบเมื่อไหร่ใช้เวลาไม่นานอัยการจะสั่งคดีได้ การสั่งคดีอาจไม่ทันฝากขังผู้ต้องหาผัด 4 ซึ่งมีระยะในการฝากขังรวม 7 ครั้ง จำนวน 84 วัน

อธิบดีอัยการภาค 8 กล่าวด้วยว่า กรณีการแจ้งให้ทางญาติผู้เสียหายที่ประเทศอังกฤษทราบถึงสิทธิการเป็นโจทก์ร่วมฟ้องกับพนักงานอัยการในคดีอาญา และสิทธิในการเรียกร้องสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44 (1) ยังไม่มีการตอบกลับมา เนื่องจากเป็นการประสานระหว่างประเทศหลายขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญา หรือทางญาติผู้เสียหายอาจจะรอผลการสั่งคดีของอัยการก่อนค่อยมาฟ้องเพิ่มทีหลังก็ได้ การที่พ่อแม่ผู้ต้องหาและสถานทูตพม่าขอให้สภาทนายเข้ามาช่วยเป็นทนายในคดี ถือเป็นเรื่องปกติในคดีอาญาทั่วไปที่จะไปต่อสู้ในคดีกัน

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 31 ต.ค. ที่อาคาร 1 ท่าอากาศยานกรุงเทพ สนามบินดอนเมือง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. แถลงผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอของนายวรท ตู้วิเชียร อายุ 22 ปี ว่า จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอของนายวรท สรุปผลการตรวจทั้ง 4 สถาบัน ประกอบด้วย รพ.ตำรวจ รพ.รามาธิบดี รพ.จุฬาลงกรณ์ และ รพ.ศิริราช ไม่ตรงกับดีเอ็นเอที่เก็บได้ในศพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยมีการรับรองผลอย่างเป็นทางการจากทั้ง 4 สถาบันแล้ว และยังได้นำผลเทียบเคียงดีเอ็นเอระหว่างนายวรพันธุ์และนายวรทผลออกมาตรงกัน ระบุได้ว่า ทั้ง 2 เป็นพ่อลูกกัน จากผลการตรวจสอบ 2 พ่อลูกไม่เกี่ยวข้องกับคดี จึงไม่มีความจำเป็นต้องส่งผลตรวจให้กับทางการอังกฤษ เพราะอังกฤษไม่ได้ติดใจในกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดี เพราะไม่ได้เป็นผู้ต้องหาที่อยู่ในสำนวน และนายวรทให้ความร่วมมือทุกอย่างเป็นอย่างดี ซึ่งส่วนของนายวรทตำรวจจบไปนานแล้ว แต่เป็นความประสงค์ของเจ้าตัวเองที่ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจขอมาตรวจเอง เนื่องจากถูกกระแสสังคมในโลกออนไลน์โจมตีอย่างหนักว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงต้องสร้างความกระจ่างให้กับสังคม

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า ส่วนของกระแสโจมตีในโลกสังคมออนไลน์ที่ตั้งข้อสงสัยในประเด็นนี้ ตนขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชนใช้ ดุลพินิจพิจารณาบนพื้นฐานความจริง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นเพจ CSI LA ที่เป็นแอดมินประจำเพจ ที่โจมตีการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทย มีส่วนเชื่อมโยงกับขบวนการทางการเมืองที่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล เห็นได้จากพฤติกรรมในปี 2555-2556 ช่วงการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เพจดังกล่าวเป็นคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ แต่มีทีมงานอยู่ในเมืองไทย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้แล้วว่าเป็นใคร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ปี 2550 มาตรา 14 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้