วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฟ้องศาลปค. รฟท.แก้รถไฟชน

ฟ้องศาลปค. รฟท.แก้รถไฟชน

  • Share:

นายก อบต.ต้นมะม่วงจับมือสภาทนายความจังหวัดเพชรบุรี เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองออกคำสั่งให้การรถไฟฯ ดำเนินการจัดทำแผงกั้นถนนตัดผ่านทางรถไฟป้องกันม้าเหล็กชนขยี้รถยนต์ หลัง 2 ผัวเมียถูกชนย่างสลดตายสยอง เผยเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารบนขบวนรถไฟ ส่วนผู้สัญจรผ่านไปมาจะได้ผลประโยชน์ในส่วนควบ ไม่ใช่โยนภาระให้ท้องถิ่นต้องไปจัดหางบ ประมาณมาสร้างแผงกั้นและจัดจ้างคนงานมาคอยเปิดปิดแผงกั้นให้กับการรถไฟฯ ขณะที่ รมว.คมนาคม เผย กระทรวงจะร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดหางบประมาณทำระบบการแจ้งเตือนผู้ใช้รถก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

กรณีรถไฟขบวนกรุงเทพฯ-หัวหิน พุ่งชนรถเก๋งโตโยต้าคัมรี สีดำ ทะเบียน กร 4498 สงขลา บริเวณถนนจุดตัดทางรถไฟบ้านไร่กล้วย ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี ทำให้รถไฟตกรางและไฟลุกไหม้รถเก๋งคลอกย่างสดนายวิทยา รัตนะ อายุ 54 ปี คนขับ หัวหน้าฝ่ายบริหาร รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ อยู่บ้านเลขที่ 36 ซอย 2 ถนนวัชรี-บำรุง ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส ตายสยอง พร้อมภรรยา 2 ศพ ขณะที่หัวรถจักรถูกเพลิงลุกไหม้เสียหายยับ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ละเมิดในชั้นศาล เพราะหัวรถจักรถือเป็นทรัพย์สินของราชการ จะต้องมีผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 ต.ค. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ประธานสภาทนายความจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย ร.ต.ต.กนกศักดิ์ มุฑากาญจน์ นายก อบต.ต้นมะม่วง แถลงข่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟขบวน 261 กรุงเทพฯ-หัวหิน ชนรถเก๋งบริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านไร่กล้วยจนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ โดย ร.ต.ต.กนกศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทาง อบต.ต้นมะม่วงทำหนังสือแจ้งไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วว่า จุดตัดดังกล่าวมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากบริเวณจุดตัดไม่มีแผงกั้น หรือสัญญาณไฟเตือนให้ชัดเจน ประกอบกับประชาชนคนต่างถิ่นที่เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว จะไม่สังเกตเห็นทางรถไฟตัดผ่าน จนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้เกิดขึ้น 2 รายในเดือนเดียวกัน แต่ถูกปฏิเสธเป็นหนังสือตอบกลับมา โดยอ้างว่า เป็นเส้นทางลักผ่าน ไม่สนับสนุนให้จัดสร้าง

ร.ต.ต.กนกศักดิ์กล่าวอีกว่า ล่าสุดทางการรถไฟแห่งประเทศไทยมีทีท่าว่าจะให้ท้องถิ่นดำเนินการ โดยทำแผงกั้นและส่งคนไปให้การรถไฟฯอบรมให้ กรณีดังกล่าวถือเป็นการผลักภาระให้กับท้องถิ่น ซึ่งมีรายได้น้อยอยู่แล้วที่ต้องจัดหางบประมาณและใช้เงินภาษีของประชาชน แม้ว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะทางการรถไฟฯเองจะต้องเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร ส่วนผู้สัญจรผ่านไปมาเป็นผลประโยชน์ร่วมที่จะได้รับความปลอดภัยไปด้วย จึงมองว่าการโยนภาระให้ท้องถิ่นดำเนินการนั้นไม่ถูกต้อง เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง และเป็นค่าใช้จ่ายที่ท้องถิ่นต้องรับผิดชอบตลอดไป หากท้องถิ่นใดมีงบประมาณน้อยหรืองบประมาณไม่พอจะต้องรับชะตากรรมกันเอง หากการรถไฟฯถือว่าทางตัดผ่านเหล่านี้ผิดก็ให้มาปิดกั้น แต่นี่เพิกเฉยถือว่าละเว้นปล่อยให้มีทางตัดผ่านจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จะต้องยื่นต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งต่อไป

ขณะที่นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ประธานสภาทนายความจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า กรณีดังกล่าว ทางสภาทนายความจังหวัดเพชรบุรีมีความเห็นสอดคล้องกับทางท้องถิ่นที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่อาจพลัดหลงใช้เส้นทางดังกล่าว อีกทั้งประชาชนในทุกพื้นที่ หากมองด้วยความเป็นธรรมแล้วก็คือผู้บริโภคที่ใช้บริการในการโดยสารของการรถไฟฯเช่นกัน ทำไมการรถไฟฯจึงไม่คิดป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่อขบวนรถไฟฯที่ตนเองให้บริการ เพราะหากคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร ก็ต้องเป็นหน้าที่ของการรถไฟฯที่ต้องดำเนินการติดตั้ง เนื่องจากการรถไฟฯเองก็รู้อยู่ว่ามีทางลักผ่านที่ไหนอย่างไร และเมื่อใด เท่าที่ทราบทั่วประเทศมีพันกว่าแห่ง อันนี้ถือว่าการรถไฟฯรู้อยู่แล้ว แต่ไม่ป้องกันความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร เช่นกรณีอุบัติเหตุที่ จ.ขอนแก่น ที่ผ่านมา ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย มีผู้โดยสารของขบวนรถไฟฯ รวมอยู่ด้วย ต้องเป็นความรับผิดชอบของการรถไฟฯอย่างชัดเจน กรณีผู้โดยสารเสียชีวิตหรือได้รับอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากใครผิดหรือใครถูก

ประธานสภาทนายความจังหวัดเพชรบุรี กล่าวอีกว่า ส่วนความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางที่ตัดผ่านจะเป็นผลประโยชน์ทางอ้อมที่ประชาชนผู้สัญจรจะได้รับเป็นส่วนควบของการให้บริการของการรถไฟฯ เป็นการให้บริการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่รัฐดูแลรับผิดชอบ อีกทั้งตาม พ.ร.บ.การรถไฟฯ ก็ระบุชัดเจนว่า การรถไฟฯมีหน้าที่ต้องดูแลอยู่แล้วจะไปอ้างข้อกำหนดในการอนุญาตทำทางผ่านมาเป็นข้ออ้างไม่ได้ เพราะนั่นเป็นข้อกำหนด แต่ พ.ร.บ.การรถไฟฯระบุหน้าที่ของการรถไฟฯมีเขียนไว้อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาการรถไฟฯมักอ้างว่า จุดตัดผ่านต่างๆ เป็นทางลักผ่านที่ผู้ใช้เส้นทางต้องรับผิดชอบเองหากเกิดอุบัติเหตุ

นายกฤษณ์กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้น การรถไฟยังไปฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้สัญจรผ่านไปมาอีกด้วย ทั้งๆที่ผู้สัญจรผ่านไปมาไม่ใช่เป็นผู้ไปสร้างถนนต่างๆเหล่านั้น ซึ่งมักพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่ประสบอุบัติเหตุมักไม่ใช่เป็นคนในพื้นที่ ถนนก็เป็นหน่วยงานของรัฐอีกเช่นกันที่เป็นผู้จัดสร้าง ไม่รวมทางเล็กทางน้อยที่การรถไฟสามารถไปปิดกั้นไม่ให้วิ่งตัดผ่านได้อยู่แล้ว ดังนั้น จึงถือว่าประชาชนทุกคนเป็นผู้บริโภคที่สามารถใช้บริการจากการรถไฟที่ให้บริการในด้านการขนส่ง ที่การรถไฟเองมีหน้าที่ในการให้บริการที่ต้องมีความปลอดภัย จึงหารือร่วมกันกับท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีหน้าที่จัดทำแผงกั้นเพื่อความปลอดภัยทั้งของผู้โดยสารของการรถไฟเองและประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาอีกด้วย

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เผยถึงมาตรการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟว่า จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันมีจุดตัดทางรถไฟกระจายอยู่ทั่วประเทศประมาณ 2,500 แห่ง ในจำนวนนี้ได้รับอนุญาตประมาณ 2,000 แห่ง และไม่ได้รับอนุญาต หรือเป็นทางลักผ่าน 584 แห่ง เส้นทางลักผ่านส่วนใหญ่อยู่ในเส้นทางภาคใต้ รองลงมาคือ เหนือ อีสาน และกลาง ในระยะเร่งด่วนกระทรวงจะร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อจัดหางบประมาณทำระบบการแจ้งเตือนผู้ใช้รถก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ “ต่อจากนี้กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จะต้องหารือร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อวางแผนร่วมกันเกี่ยวกับการสร้างถนน จุดตัดเส้นทางรถไฟทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกัน” รมว.คมนาคมกล่าว

พล.อ.อ.ประจินกล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบจัดทำระบบแจ้งเตือนจุดตัดทางรถไฟอาจจะมีการติดตั้งสัญลักษณ์ไว้บนถนน เช่น ในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงจุดตัด อาจจัดทำป้ายแจ้งเตือนว่า ข้างหน้าเป็นจุดตัดทางรถไฟ และระยะ 15 เมตร ก่อนถึงอาจจัดทำคลื่นระนาดบนผิวถนนเพื่อชะลอความเร็วของรถและในระยะ 5 เมตร ก่อนถึงติดตั้งสัญญาณไฟและเสียงแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่รถบนถนนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 58 จะติดตั้งระบบแจ้งเตือนให้แล้วเสร็จได้ 1 ใน 3 หรือประมาณ 195 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 300 กว่าแห่ง จะเสร็จในปี 59

รมว.คมนาคมกล่าวอีกว่า บริเวณจุดตัดที่รอการติดตั้ง เบื้องต้นจะดำเนินการใน 3 ลักษณะ คือ การสร้างสะพานข้ามหรือทางลอด หากเส้นทางนั้นมีรถไฟวิ่งผ่านเกิน 100,000 เที่ยวต่อปี สร้างทางกั้นผสมผสานระหว่างระบบควบคุมมือกับระบบอัตโนมัติ และปรับปรุงคุณภาพทางกั้นเดิมให้ได้มาตรฐานมากขึ้น ผู้สื่อข่าวถามถึงความเสียหายที่เกิดกับตัวรถไฟจากกรณีอุบัติเหตุรถสิบล้อพุ่งชน บริเวณจุดตัด ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า จะต้องพิจารณาไปตามข้อเท็จจริงในกฎหมายว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด รวมถึงดูจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น หากคู่กรณีของรฟท. เป็นฝ่ายผิดก็ต้องดำเนินคดี รวมถึงชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถไฟให้กับ รฟท. ต่อไป

รายงานแจ้งว่า สำหรับการเยียวยาผู้ประสบอุบัติเหตุจากการโดยสารรถไฟ ในกรณีที่เสียชีวิตเบื้องต้นการรถไฟฯจะช่วยค่าทำศพทันที 40,000 บาท และค่าเยียวยาอีก 40,000 บาท รวมเป็น 80,000 บาท หลังมีการสอบสวนผู้กระทำผิดแล้วจะเพิ่มเติมอีกสูงสุด 220,000 บาท รวมทั้งสิ้นตกรายละ 300,000 บาท นอกจากนี้ หากครอบครัว หรือทายาทยังสามารถเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม เช่น ในกรณีผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวมีผลให้ครอบครัวขาดรายได้ โดย รฟท.จะมีการพิจารณาค่าตอบแทนให้ ขณะที่กรณีผู้โดยสารบาดเจ็บ จะมีเงินช่วยเหลือ และดูแลค่ารักษาพยาบาลให้ได้รับตามจริง สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถไฟ ขณะนี้กำลังนำเข้าอู่เพื่อประเมินความเสียหายอยู่ เบื้องต้นมีขบวนรถเสียหาย 3 คัน ในจำนวนนี้เสียหายรุนแรง 1 คัน และยังมีหัวรถจักรดีเซลที่เสียหายอีก คาดว่ามูลค่าเสียหายจะสูงนับล้านบาท หลังจากนี้ รฟท.จะแจ้งความดำเนินคดี และมีการพิจารณาในชั้นศาลตามข้อเท็จจริง หากพบว่าผู้ละเมิดผิดก็ต้องชดใช้ค่าสินไหมให้กับการรถไฟฯ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้