วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่ใช่แค่ดีเจกับคนฟัง

ไม่ใช่แค่ดีเจกับคนฟัง

  • Share:

ได้รับข้อความจากน้องคนหนึ่งแต่เช้า “เป็นไงบ้างครับ เหนื่อยหรือเปล่า อาทิตย์ที่แล้วผมงานยุ่งมากไม่ได้ใช้ชีวิตในโลกเฟซบุ๊กเท่าไหร่ ได้ยินแต่เสียงพี่อ้อยส่งกลับบ้านทุกวันทางวิทยุ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พี่สาวผมที่ป่วยไม่สบาย ซึ่งเขามีอาการทางจิตอย่างที่เคยเล่าให้พี่ฟัง เขาเสียชีวิตแล้วครับพี่ เสียใจกับการจากไป แต่ก็รู้สึกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านเราดูแลเขาอย่างดีที่สุดแล้ว และเขาก็ไม่ต้องมาใช้ชีวิตที่วุ่นวายบนโลกใบนี้

พี่เขาจากไปแบบสงบมาก ไม่ได้ป่วยใดๆ เลย ใช้ชีวิตแบบปกติ เพียงแต่เช้าวันเสาร์ พ่อพบว่าพี่เขาไม่ตื่นแล้ว ขอบคุณพี่อ้อยมากครับ ที่ช่วยให้คำแนะนำ ให้ผมมีแรงใจที่จะดูแลเขาเมื่อยังเห็นหน้ากันอยู่วันนี้ผมรู้สึกว่าผมได้ดูแลเขาดีที่สุดแล้ว ต่อไปก็เหลือแค่ความทรงจำดีๆ ที่ผมเคยได้มอบให้กับเขา และผมจะจดจำความทรงจำดีๆ นี้ต่อไป ขอบคุณพี่อ้อยมากครับ”

ส่งกอดให้น้องแน่นๆ อีกครั้ง เราเคยคุยกันเรื่องของเวลาค่ะ งานที่รักกับคนที่เรารัก เราควรเลือกอย่างไหน จริงๆ ไม่ต้องเลือกอะไร แค่บริหารเวลา แบ่งๆ กันไป และจำให้ขึ้นใจ งานที่เรารัก ถ้าวันหนึ่งเราทำไม่ได้ เขาก็ให้คนใหม่เข้ามาทำ แต่คนที่เรารัก ถ้าเสียเขาไป เราจะหาใครที่ไหนเข้ามาแทน คนป่วยนอกจากป่วยที่ร่างกาย สภาพจิตใจยังย่ำแย่ แค่อารมณ์ตัวเองยังรับมือไม่ไหว คนใกล้ๆ ยิ่งต้องทำใจ อารมณ์ร้อน โมโหร้าย คนป่วยมักเป็นคนใกล้ๆ ยิ่งต้องเย็นให้ได้ วันนี้น้องทำเต็มที่แล้ว น้องส่งพี่สาวถึงวันแห่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตแล้ว

จัดรายการวิทยุมาหลายปีค่ะ จัดจนรู้ว่า ดีเจกับคนฟัง เราไม่ได้รู้จักกันแค่ในรายการวิทยุ หลายคนเรากลายมาเป็นพี่ๆ น้องๆ กันในชีวิตจริง มีอะไรก็บอกกัน ส่งข่าวกัน อารมณ์ไหนก็สื่อสารกัน ฟังกันตั้งแต่เด็ก จนแต่งงานมีลูก ดูสิ คนเป็นดีเจจะแก่แค่ไหน 555

ล่าสุดมีน้องสาวอีกคน ถามคำถามเด็กยุคใหม่ กับคนรุ่นเก่าอย่างพี่

“หนูมีปัญหากับชีวิตตอนนี้มาก ปัญหามาจากเฟซบุ๊ก ซึ่งหนูมีแฟนก็อัพรูปคู่กันธรรมดา แต่อยู่มาวันหนึ่ง มีคน print โพสต์ต่างๆ ไปให้พ่อกับแม่หนูดู ท่านโกรธและคงผิดหวังมากๆ เช่นกัน ถึงหนูมีแฟน แต่หนูไม่เคยทิ้งการเรียน หนูตั้งใจเรียนมากๆ ไม่อยากทำให้ท่านผิดหวัง หนูเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย เรียนไม่พอ เสาร์อาทิตย์ก็สอนต่อ หนูไม่มีเวลาได้กลับบ้าน คนที่ไปฟ้องก็เอาไปคุยว่าหนูนอนกับผู้ชายใจง่ายบ้านช่องไม่ยอมกลับ แต่ที่จริงมันไม่ใช่เลย ชีวิตปกติของคนเรียนมหาวิทยาลัยต่างอยู่กับแฟนทั้งนั้น

แต่ไม่ทิ้งการเรียน ควบคุมไว้อย่างดี หนูเข้าใจว่าการมีอะไรกับแฟนก่อนแต่งงานหรือในวัยเรียนมันไม่ควร แต่เขาก็ไม่ควรเอาเรื่องแบบนี้มาคุยเกินจริงให้หนูเสียหาย ปัญหาใหญ่มากจนเกินกว่าเด็กผู้หญิงที่เติบโตมาในครอบครัวเจ้าระเบียบจะรับไหว สิ่งที่ตามมาคือหนูอาจจะไม่ได้เรียนต่อเพราะพ่อหนูโกรธมาก หนูอยากเรียน ตอนนี้หนูอยู่ปี 3 อีกแค่ปีเดียวเอง ขอแค่พ่อแม่ส่งหนูเรียนจบ หนูจะทำงาน ซื้อบ้าน ซื้อรถ มีทุกอย่างมาลบคำดูถูกจากน้ำลายคนอื่น ในความฝันหนูอยากเรียนต่อ เมื่อหนูเรียน ป.ตรีจบ หนูจะทำงานเก็บเงินส่งตัวเองเรียน ป.โทเอง หนูขอแค่พ่อแม่เชื่อใจในความตั้งใจของหนูมันเท่านั้น”...

ก่อนหนูจะฟูมฟาย มาตั้งสติวิเคราะห์ปัญหากัน มีแฟนพี่เข้าใจ แต่พ่อแม่ท่านเคยรู้ไหมว่าลูกสาวมีแฟนถึงขั้นไปอยู่ห้องเดียวกันแล้ว ลูกบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา หนูควบคุมทุกอย่างได้ อยากให้ท่านเชื่อใจ แต่ไม่เคยสื่อสารบอกอะไรท่าน รู้อีกที ภาพลูกสาวเต็มเฟซบุ๊ก เสาร์อาทิตย์ พ่อแม่ไม่เคยได้เห็นหน้า ได้กอดลูกสาวอย่างที่เคยกอดมาตั้งแต่เกิด เหตุผลของหนูคือ หนูต้องไปสอน แล้วพ่อแม่ท่านรู้ไหม ก่อนจะโกรธว่าใครเอาไปฟ้อง ถามตัวเองก่อนว่า ทำไมพ่อแม่ท่านถึงเชื่อปากคนอื่นมากกว่าปากลูกสาวตัวเอง หรือเพราะว่าเราไม่เคยบอก ไม่เคยกล่าว ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง ไม่อยากให้พ่อแม่รู้ แต่บอกให้โลกรู้ในเฟซบุ๊ก ใจเขาใจเรา พ่อแม่จะรู้สึกยังไง เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ แต่ให้พ่อแม่รู้เป็นคนสุดท้าย

แฟนเราเคยแนะนำเขา หรือพาไปกราบพ่อแม่เราหรือยัง เรียนรู้ใจไปพร้อมกับยอมให้ล่วงเกินร่างกาย บอกว่าเราดูแลตัวเองได้ แต่ไม่เคยขออนุญาตคนที่ให้ชีวิต ถ้าท่านรู้จักแฟนเรา หรือรับรู้ชีวิตเรามากกว่านี้ จะได้ไม่ต้องไปฟังคนใส่ร้ายป้ายสี ครอบครัวเจ้าระเบียบขนาดนี้ น้องยังหนีมาใช้ชีวิตแบบนี้ได้เลย มีรักไม่ทิ้งเรียนเป็นเรื่องดีค่ะ ดูแลควบคุมตัวเองได้ยิ่งดีใหญ่ แค่อย่าเพิ่งได้ใจ เมื่อรักเป็นเรื่องของใจ มีตั้งหลายครั้งที่สติตามมาไม่ทันจริงๆ ถ้าน้องเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ต้องโกรธ น้องจะได้ไม่ต้องโทษแต่คนฟ้อง พ่อแม่เรา อยู่กับเรามาตั้งแต่ลมหายใจแรก โกรธแค่ไหน ท่านก็ไม่เคยทำร้ายเรา แค่เล่า แค่คุย อย่าให้ท่านรู้สึกว่า ตั้งแต่ลูกโต ชีวิตของลูก ก็ไม่ใช่ของพ่อแม่อีกต่อไป อยากรู้อะไรให้ไปดูในเฟซบุ๊ก

อยากนอกกรอบ ต้องรู้ก่อนว่า กรอบมีไว้ทำอะไร การอยู่ในกรอบมันเป็นแบบไหน ต้องทำความเข้าใจ แล้วจะทำให้น้องอยู่นอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่เตลิดเปิดโลง แล้วอ้างว่าโตแล้วไง ตัดสินใจทำอะไรก็ได้ มีมากมาย ที่ความสูงวัย ไม่ได้ทำให้วิจารณญาณโตตามตัว อย่ากลับบ้านเฉพาะในวันที่อกหัก ล้มเหลว หรือชีวิตไม่มีใคร คนที่สร้างเราขึ้นมาได้ อยากอยู่ใกล้ๆ และเห็นเราเติบโตไปทุกวัน

ตอบน้องไปได้ไม่นานเท่าไหร่ ก็มีข้อความของน้องส่งกลับมา

“หนูเข้าใจแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะพี่อ้อย หนูมั่นใจถ้าท่านให้โอกาสหนูจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอีก กับคำนินทาหนูไม่เคยแคร์ แต่ที่แคร์คือความรู้สึกของพ่อแม่หนู หนูกะว่าเสาร์อาทิตย์นี้จะกลับบ้านไปกราบท่านค่ะ”

ชื่นใจจริงๆ ถ้าน้องทำได้ตามนี้

บอกแล้ว เราไม่ใช่แค่ดีเจกับคนฟัง แต่เราเป็นพี่กันน้องกันต่างหาก

ดีเจพี่อ้อย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้