วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาดูกับมาดาม: ‘Gone Girl’ เล่นซ่อน (เมีย) หาย

มาดูกับมาดาม: ‘Gone Girl’ เล่นซ่อน (เมีย) หาย

  • Share:

“Did Nick Dunne kill his wife?”
“นิก ดันน์ฆ่าภรรยาตัวเองหรือไม่?”

เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากฉลองวันครบรอบแต่งงานด้วยคำถามข้างต้นแน่ๆ "นิก ดันน์” (Ben Affleck) ก็คงไม่เต็มใจจะรับนัก แต่ใครจะรู้ว่า "เอมี่ ดันน์" (Rosamund Pike) ภรรยาคอลัมนิสต์ชื่อดังของเขาจะหายตัวไป พร้อมกับ “ปริศนา” มากมายที่รอคอยการค้นหา...ไม่มีใครรู้ว่าเธอแค่ “หายตัว” ไปดื้อๆ หรือสามีจอมเจ้าชู้เป็นคนเอาไป “ซ่อน” กันแน่...

คุณผู้อ่านเคยเล่นเกม “ซ่อนหา” ไหมคะ?
เกมสมัยเด็กที่หลายคนชื่นชอบ ช่วงเวลา “ตามหา” มักเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความกระสันอยากรู้ และการอยากเอาชนะ ว่าใครอีกคนซ่อนตัวอยู่ที่ไหน คือแรงผลักให้เกมการแข่งขันสนุกสนานมากขึ้น แต่คงไม่ใช่สำหรับสองสามีภรรยา “นิก” กับ “เอมี่” ที่เกม “ซ่อนหา” กลายเป็นเกม “ซ่อนเงื่อน” ที่ผู้ร่วมแข่งขันต้องเดิมพันด้วยชีวิต!

"เอมี่ ดันน์" ...จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนที่ฉันกลัวที่สุดคือสามีตัวเอง...

Gone Girl” หรือชื่อไทยสุดหลอนว่า “เล่นซ่อนหาย
ผลงานกำกับของผู้กำกับในตำนานอย่าง “David Fincher” ซึ่งเคยฝากผลงานสร้างชื่อไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น “Se7en” (1995) “Fight Club” (1999) “The Social Network” (2010) และล่าสุด “The Girl with the Dragon Tatto” (2011) ปีนี้เขากลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์แนวลึกลับ สืบสวนสอบสวน “Gone Girl” เรื่องราวการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ “เอมี่ ดันน์” ภรรยาสุดสวยของ “นิก ดันน์” โดยมีเพียง “ปริศนา” ไม่กี่ชิ้นที่บ่งว่าเธออาจถูก “ฆาตกรรม” ในบ้านของตัวเอง...

"นิก ดันน์" (Ben Affleck) กับป้ายประกาศคนหาย "เอมี่ ดันน์" (Rosamund Pike) ภรรยาคนสวยของเขา

นิกถูกกล่าวหาอย่างช่วยไม่ได้...
หลักฐานมากมาย รวมทั้งอุปนิสัยเฉื่อยชา และไม่ใส่ใจรายละเอียด ทำให้เขาถูกทีมนักสืบที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีนี้สงสัยในตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่เลวร้ายและน่ากลัวสุด คงหนีไม่พ้นการถูก “ตัดสิน” จากสังคม รวมทั้งพ่อตาแม่ยายของเขา ว่าเขาคือ “สามีอันตราย” “โหดร้าย” และ “เลือดเย็น” พอจะฆ่าภรรยาตัวเอง

เมื่อนิกต้องพูดถึงภรรยาสุดที่รักที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

บรรยากาศของเรื่อง แลดูอึมครึมและน่าอึดอัด ตามสไตล์ “David Fincher”
ผสมผสานอารมณ์ตื่นเต้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเรื่อง สถานการณ์ของนิกเลวร้ายลงเรื่อยๆ พฤติกรรมตอบโต้ต่อเหตุการณ์ รวมถึงการบีบคั้นจากผู้คนรอบข้าง ทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นหรือ “ดาร์ค” (Dark) มากขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว มาดามคิดว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังแนวนี้ ยิ่งดูก็ยิ่งอยากรู้ ว่าแท้ที่จริงแล้ว...เกิดอะไรขึ้นกับสองสามีภรรยาคู่นี้กันแน่!

เมื่อนิกกับพ่อตาแม่ยายต้องให้การกับตำรวจ

ความจริงคืออะไรกันแน่?
คุณผู้อ่านคงต้องตามไปลุ้นจนตัวโก่งในโรงภาพยนตร์ แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้ “ความลึกลับ” ของเรื่อง คือตัวละครเอกฝ่ายหญิง “เอมี่ ดันน์” (Rosamund Pike) คอลัมนิสต์สาวสวยและร่ำรวย เสน่ห์ของเธอผูกใจสามีได้มาตลอดห้าปีของการแต่งงาน แต่ “คุณสมบัติ” ข้อไหนของเธอกัน ที่ทำให้เธอต้องหายตัวไป...

ชีวิตแต่งงานสองสามีภรรยาในช่วงแรกๆ ...ตื่นเต้นและเร้าใจเสมอ

ตัวละคร “เอมี่” ทำให้หวนนึกถึงนางเอกวายร้ายในหนังสมัยก่อน
หรือที่หลายคนอาจเคยได้ยินคนพูดถึงคาแรกเตอร์นี้ว่าเป็น “Black Widow” หรือ “Femme Fatale” หรือคำจำกัดความแบบไทยๆ ว่า “นารีพิฆาต” ซึ่งเหล่า “หญิงร้าย” มักเลือกใช้ “เสน่ห์” ของตัว “หลอกล่อ” และ “ลวง” ให้ผู้ชายกลายเป็น “หุ่นเชิด” และยอมทำตามทุกอย่างที่เธอต้องการ และโดยมาก สิ่งที่เหล่านารีพิฆาตเหล่านี้ต้องการ ก็หนีไม่พ้น “เงิน” และ “อำนาจ” ที่เหนือเพศชาย

นิกกับเอมี่..เมื่อครั้งรักยังหวาน

“เอมี่” เข้าข่าย “นารีพิฆาต” อย่างนั้นหรือ?
ในสายตาทุกคน (ในเรื่อง) เอมี่เป็นหญิงสาวที่น่าจะมีความสุข มีสามีรูปงาม เจ้าเสน่ห์ รักและหลงเธอทุกอย่างจนหลายคนอิจฉา แต่แท้จริงแล้ว...คอลัมนิสต์สาวสวยกำลังเผชิญกับอะไรกันแน่ ปีสุดท้ายก่อนการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของเธอถือเป็น “กุญแจ” ไขปริศนาสำคัญ โดยเฉพาะข้อความในไดอารี่ ระบายความในใจ บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตแต่งงานของเธอกับนิก... “เอมี่” ภรรยาแสนดี ไม่จู้จี้และช่างระแวง แต่กลับหายตัวไปดื้อๆ ในวันครบรอบแต่งงาน!

หนังออกจากยาว (มาก) สักหน่อยตามสไตล์ผู้กำกับ ประมาณ 150 นาที ใครสมาธิสั้นหรือไม่ชอบคิดมาก อาจไม่ปลื้มเท่าไหร่นัก แต่เชื่อเถอะค่ะว่าเป็นเวลายาวนานที่คุ้มค่า รับรองได้ว่าจะ “เซอร์ไพร์ส” คุณผู้อ่านได้อย่างน่าตกตะลึง...แล้วคุณๆ จะได้รู้ ว่าหมดยุคพระเอกแสนดี กับนางเอกใสซื่อแล้วสินะ...

ตัวอย่างภาพยนตร์ “Gone Girl” (2014)

จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้า
มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้