วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
การเมืองไม่ระทึก

การเมืองไม่ระทึก

โดย หมัดเหล็ก
1 พ.ย. 2557 05:01 น.
  • Share:

วันที่ 12 พ.ย. สนช. จะนัดพิจารณากรณี ป.ป.ช.ยื่นถอดถอน อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ข้อหา ทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่ง สนช.บางคนให้สัมภาษณ์สื่อ คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาไม่เกิน 45 วัน นั่นหมายถึง สนช.ยอมรับเรื่องของอดีตนายกฯปูเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภา สนช.

ถ้าถอดถอนอดีตนายกฯ ที่ถูกยึดอำนาจไปเรียบร้อยแล้ว จะมีผลทางกฎหมายอย่างไร เป็นเรื่องใหญ่กว่า เพราะนั่นหมายถึง จะโยงไปถึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่อาจห้ามบุคคลที่ถูกถอดถอนทางการเมือง หรือถูกตัดสิทธิทางการเมือง ลงเล่นการเมืองอีกต่อไปตลอดชีวิต

ที่เรื่องยังคาใจก็คือ คดีอาญายังไม่ทันขยับ ยังไม่มีการส่งฟ้องในกระบวนการยุติธรรม แต่ในทางการเมืองไปไกลแล้ว และไม่ใช่แค่ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เท่านั้น ที่จะได้รับผลกระทบ ยังมีเรื่องที่ สนช.จะต้องพิจารณาถอดถอน อดีตส.ส.-ส.ว. อีกบานตะเกียง

และเรื่องนี้ต้องแยกให้ออกจากกรณีที่ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ออกมาระบุว่า รัฐขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวไป กว่า 6 แสนล้านบาท มีข้าวเสียหายจำนวนมาก และมีวิธีแก้อยู่วิธีเดียวคือ ต้องหาเงินมาใช้หนี้โครงการนี้ โดยประเมินว่าจะต้องใช้เวลาใช้หนี้ประมาณ 30 ปี

รมว.คลังพูดถูก โครงการรับจำนำข้าวเกิดความเสียหายต่อภาครัฐ มีคนได้ประโยชน์จากโครงการนี้ แต่ชาวนาก็ได้รับอานิสงส์โดยตรงเช่นกัน ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่ชาวนาขายข้าวได้ตันละเป็นหมื่น ความจริงโครงการนี้เป็นประโยชน์หลายอย่าง กระตุ้นการใช้จ่าย มีการผลิตมากขึ้น มีการใช้แรงงานมากขึ้น แต่เพราะโครงการนี้ไม่ได้คิดสูตรเอาไว้จนครบวงจร เลยมีคนมาตัดตอนเอาผลประโยชน์ตรงกลางไป เมื่อกลายเป็นปัญหาทางการเมืองขึ้นมา ทำให้ระบบโครงการรับจำนำข้าวยิ่งรวนไปใหญ่ จะซื้อจะขาย จะระบายข้าวกันลำบาก ถูกตรวจสอบกระดิกไม่ได้ สุดท้ายความเสียหายก็มาเกิดขึ้นกับข้าวที่อยู่ในสต๊อก นี่คือความจริงทั้งหมด

เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นจริง ฝ่ายการเมือง ได้ช่องก็เลยนำเรื่องนี้มา เป็นกระบวนการชิงอำนาจทางการเมือง และเมื่อเป็นเรื่องการเมืองก็มีผลกระทบเป็นลูกโซ่ กระทบเป็นปัญหาบ้านเมือง ตรงนี้แหละสำคัญ ที่ คสช.หนักใจมากที่สุด ถ้าไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง อีกฝ่ายก็จะกดดัน ถ้าดำเนินการ อีกฝ่ายก็จะมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

เพราะฉะนั้น คสช.จึงต้องพยายามตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ให้จบเรื่องนี้ โดยเร็ว ที่ไม่มีผลกระทบกับข้างใดข้างหนึ่ง โดยเฉพาะ ใช้กระบวนการยุติธรรม เป็นตัวตัดสินชี้ขาด อาจจะจบใน สนช.หรือศาล ก็อีกเรื่อง

ในสถานการณ์นี้ คสช.คงไม่ปล่อยให้วิกฤติการเมืองระลอกใหม่ มาทำลายแผนปฏิรูปประเทศ เพราะถ้าการเมืองลุกเป็นไฟขึ้นมาเมื่อไหร่ คสช.จะต้องรับหน้าเสื่อไปแต่เพียงผู้เดียว อยากรับอาสาเข้ามาก็ต้องรับหน้าเสื่อ.

หมัดเหล็ก

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้