วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใช้ศาสนาต้านคอร์รัปชัน

ใช้ศาสนาต้านคอร์รัปชัน

  • Share:

วันเสาร์สบายวันนี้ มาคุยกันเรื่อง การใช้ศาสนามาต่อต้านการคอร์รัปชัน กันสักวันนะครับ แม้จะฟังดูแปลกๆ แต่ผมเชื่อว่าน่าจะได้ผล ถ้าพระทุกวัดทุกโบสถ์ช่วยกันเทศน์ถึงบาปกรรมจากการทุจริตโกงกินบ้านเมือง

เรื่องนี้ผมนำมาจากบทความเรื่อง “ร่วมพลัง สร้างเครือข่าย ต้านภัยคอร์รัปชัน” ของ พระมหา ดร.ขวัญชัย กิตฺติเมธี วัดบพิตรพิมุข ที่ส่งมาถึงผมเพื่อให้ช่วยเผยแพร่ ผมเลยขออนุญาตตัดตอนส่วนสำคัญมาลงให้อ่านกันให้พอกับเนื้อที่

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ก็มาจากการจัดงานสัมมนาเรื่อง “รวมพลังผู้นำศาสนาป้องกันการทุจริต” ของ ป.ป.ช. ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีผู้นำศาสนาจาก พุทธศาสนา อิสลาม คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และ คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ เข้าร่วม เพื่อนำคำสอนแต่ละศาสนาไปปรับใช้กับมุมมองในเรื่องนี้

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นผลกระทบที่เกิดจากการละทิ้งการพูดคุยเกี่ยวกับศีลธรรมในสังคมไทย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนในหนังสือ “พระพุทธศาสนากับคึกฤทธิ์” เล่าถึงการสอนเด็กในสมัยก่อนกับสมัยนี้ว่า

สมัยก่อนเด็กไปจับกบกับเขียดมา ผู้ใหญ่จะดุว่าไม่กลัวบาปหรือไง ทำให้เด็กเกิดความกลัวบาป เป็นการสอนในเรื่องโอตตัปปะ แต่สมัยนี้ถ้าเด็กไปจับกบจับเขียดมา ผู้ใหญ่จะสอนว่าสกปรก กลายเป็นเรื่องอนามัยแทน บางทีก็พูดส่งเสริมด้วยซ้ำว่า ดีแล้ว รู้จักหากิน จะได้ไม่อดตาย ทำให้เด็กไม่กลัวบาป และเห็นว่าการเบียดเบียนคนอื่นให้ตัวเองอยู่รอด ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร

แม้แต่ในต่างประเทศ ก็ให้ความสำคัญกับคำสอนทางศาสนาว่า จะช่วยระงับการไหลบ่าของทุนนิยม จนก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันไปทุกหย่อมหญ้า ด้วยค่านิยมว่า “เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง”

มิเชล เจ.แซนเดล ผู้เขียนหนังสือเรื่อง What money can’t buy ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในแง่เหตุผลทางการตลาด จะไม่มีการถกเถียงทางศีลธรรมว่า อะไรดีอะไรเลวอีกต่อไปแล้ว แต่จะถามอย่างเดียวว่า ราคาเท่าไร ทำให้ศีลธรรมเริ่มจางหายไปจากสังคม แซนเดลจึงเสนอแนะว่า ควรจะเปิดเวทีสาธารณะ พูดคุยประเด็นทางศีลธรรมให้มากขึ้นในทุกวงวิชาการ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ว่า อะไรผิดอะไรถูก เพื่อลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

ในเวทีการสัมมนา ทุกศาสนาต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การทุจริตเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ควรมีการนำคำสอนทางศาสนาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ปลูกฝังในเยาวชนของแต่ละศาสนา และเผยแพร่ไปในสังคมวงกว้าง เป็นการสร้างพลังสามัคคีทางศาสนา เพื่อเอาชนะความทุจริต เป็นการรวมพลังสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงกัน จนเกิดเป็นเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อนำไปสู่การล้างทุจริตให้สิ้นแผ่นดินไทย เทิดไท้องค์ราชัน

ในส่วนของ พระพุทธศาสนา ก็ได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริต คือ ปลูกและปลุกจิตสำนึกการต่อต้านการทุจริต เน้นการปรับเปลี่ยนฐานความคิดของคนในทุกภาคส่วน ในการรักษาประโยชน์สาธารณะ และเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการต่อต้านการทุจริตให้กับบุคลากรทุกภาคส่วน

ในงานนี้ตัวแทนจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ยังได้นำเสนอแผนงานที่กำลังดำเนินการอยู่คือ การจัดทำกัณฑ์เทศน์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทุจริต เพื่อนำไปมอบให้กับวัด 30,000 วัดทั่วประเทศ เพื่อให้พระนำไปเทศน์ให้อุบาสก อุบาสิกาฟัง เพราะชาวพุทธคุ้นเคยกับการไปวัดทำบุญ และถือโอกาสฟังธรรมไปพร้อมกัน หรือนิมนต์พระไปบรรยายธรรมในสถานที่ต่างๆ จะได้เพิ่มหัวข้อธรรมเกี่ยวกับการป้องกันทุจริตเข้าไปด้วย

ผมอ่านบทความของ ท่านมหา ดร.ขวัญชัย แล้วก็เห็นด้วยเต็มที่ประเทศไทยมีวัดกว่า 30,000 วัด มีพระกว่า 300,000 รูป ถ้าสามารถนำพระมาเป็นแนวร่วมต่อต้านการทุจริตระดับชาติได้ พระไปเทศน์ที่ไหน ก็พูดถึงบาปกรรมการทุจริต ผมเชื่อว่าจะฝังลึกเข้าไปในจิตสำนึกของประชาชนทุกระดับแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้