วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จิตอาสา “อินวิซิเบิ้ล” เติมมุมสดใสให้สังคม

จิตอาสา “อินวิซิเบิ้ล” เติมมุมสดใสให้สังคม

  • Share:

อ.ชลิต

สังคมจะดีก็ต่อเมื่อคนในสังคมร่วมแรงร่วมใจกัน ทั้งเคารพกติกาบ้านเมือง และร่วมกันพัฒนาสังคมให้น่าอยู่

ตามซอกซอยเมืองกรุงอย่างสีลม ปัจจุบันมีกลุ่ม “จิตอาสา” เล็กๆ กลุ่มหนึ่งเกิดขึ้นมา เพื่อหลอมใจกันพัฒนาพื้นที่ให้น่าอยู่ ด้วยการแปลงซอกมุมที่รกเรื้อ รุงรัง และผนังที่มอมแมมกลายเป็นภาพสีสันสดใส ด้วยหวังให้คนที่ผ่านไปมาและคนในพื้นที่มองแล้วสบายตา เห็นแล้วสบายใจ

วิสูตร

จุดเริ่มต้นของโครงการ มาจากแนวคิดของนายวิสูตร แสงอรุณเลิศ เจ้าตัวบอกว่า ความเป็นมานั้น เริ่มจากได้เขียนบทความในเว็บไซต์ www.makeTHEdifference.org เว็บนี้เป็นที่รวมของผู้ที่มีความตั้งใจเปลี่ยนโลกรอบตัวเราให้ดีขึ้น

ต่อมา บทความนั้นทีมงานของเว็บไซต์เห็นว่า สามารถทำเป็นโครงการได้ จึงเกิดกลุ่มอินวิซิเบิ้ล ไทยแลนด์ (Invisible Thailand) ขึ้นมา เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตถ่ายภาพปัญหาที่เคยมองข้าม เช่น ฝาท่อไม่ปิด ถนนเป็นหลุมบ่อ และโพสต์ในอินสตาแกรมหรือเฟซบุ๊ก แล้วติดแฮชแท็กคำว่า #invisibleTH และ #makeTHEDifference เพื่อให้ผู้คนทั่วไปได้เห็น

ผลที่ตามมาก็คือ มีคนเข้าแสดงความคิดเห็น มีการพูดคุยกันว่าหลังจากที่นำเสนอปัญหาไปแล้ว ควรลงมือแก้ไขด้วยตัวเองด้วย “ปรากฏว่ามีผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองแสนแสบ แถวท่าเรือชิดลม เคยโพสต์ในเว็บไซต์ pantip.com เล่าถึงความน่ากลัวและความไม่ปลอดภัย ในบริเวณทางเดินริมคลองแสนแสบ และพื้นที่ใกล้เคียงว่าเป็นที่ที่คนมาเสพยา เป็นที่รกร้าง กลายเป็นที่ทิ้งขยะ พุ่มไม้หนาทึบถูกปล่อยให้รก จนเคยได้ยินผู้หญิงหวีดร้องจากพุ่มไม้บริเวณนี้ ในเวลากลางคืน เคยโทร.ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่มีใครมาทำอะไร”

ร่วมด้วยช่วยกันวาด

เมื่อสมาชิกในกลุ่มพบเรื่อง จึงหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน และมีความเห็นภายในกลุ่มว่า น่าจะช่วยกันพัฒนาหรือปรับปรุงพื้นที่บริเวณนั้นให้มีความสะดวก สะอาด สว่าง และปลอดภัย เพราะเป็นทางเดินลัดระหว่างสะพานชิดลมกับช่วงถนนราชดำริกับแยกประตูน้ำที่สั้น เมื่อทำออกมาแล้ว ผู้สัญจรทางน้ำผ่านไปมาจะได้พบทัศนียภาพที่งดงามอีกด้วย

การทำงานของกลุ่ม เมื่อมีประเด็นใดพูดคุยกัน หรือจะทำกิจกรรมที่ไหน อย่างไรก็อาศัยพูดคุยผ่านเฟซบุ๊กหรือไม่ก็เว็บไซต์

หลังได้สถานที่พัฒนาแล้ว ก็จะทำกิจกรรมร่วมกัน โดยกิจกรรมนั้น นอกจากปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ เก็บขยะ ทำความสะอาด ถางพงหญ้า ทาสีรั้ว และติดไฟฟ้าส่องสว่างทางเดินแล้ว กลุ่มฯยังได้รับความร่วมมือจากอาจารย์ชลิต นาคพะวัน ศิลปินและอาจารย์สอนศิลปะ เข้ามาช่วยออกแบบงานศิลปะสำหรับกำแพงริมคลองแสนแสบ โดยอาจารย์ได้นำนักศึกษาศิลปะมาช่วยลงพื้นที่ศึกษาทางไว้ก่อน เมื่อถึงวันทำงาน อาจารย์ก็จะส่งนักศึกษาเข้ามาช่วยแนะนำการใช้สีให้อาสาสมัครแต่ละพื้นที่กิจกรรมประสานกับ “เจ้าของพื้นที่” อย่างไรนั้น ผู้นำกลุ่มบอกว่า “เรื่องนี้สำคัญมาก นอกจากความร่วมมือของอาสาสมัครแล้ว กิจกรรมจะสำเร็จไม่ได้เลย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ที่ทราบเรื่องและสนับสนุนอย่างเต็มที่ เช่น แพลตินัม ที่เป็นเจ้าของพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ที่อนุญาตให้เราใช้พื้นที่ในการทำกิจกรรม และยังส่งพนักงานมาช่วยกันทำกิจกรรมด้วย”

ภาพวาดบนผนัง หนึ่งในกิจกรรมของกลุ่มอินวิซิเบิ้ล

หน่วยงานอื่นๆก็มี “สีนิปปอนเพนต์ ที่แจ้งว่าขอมอบสีเพื่อใช้ในกิจกรรม เอสแอนด์พีซินดิเคท ส่งอาหารและขนมมาให้อาสาสมัคร ส่วนผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่รวมทั้งผู้ที่ประกอบธุรกิจในพื้นที่กิจกรรม ต่างยินดีและนำน้ำนำอาหารมาสนับสนุนคนทำงาน”

ธาร “จิตอาสา” ใช่ไหลมาเฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น ยังมีเยาวชน และนิสิตนักศึกษาหลายสถาบัน เช่น ศิลปากร สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้า วิทยาลัยดุสิตธานี และอื่นๆ มาร่วมเป็นจำนวนมาก ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ปกครองและดูแลท้องที่ อย่างเขตปทุมวัน และสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ต่างก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

เมื่อถามถึงงบประมาณ ผู้นำกลุ่มบอกว่า นอกจากการสนับสนุนขององค์กรและบุคคลข้างต้นแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) ทั้งด้านงบประมาณบางส่วนและพนักงานอาสาสมัคร

ศิลปะบนกำแพงงดงามไปอีกแบบ

สำหรับผลงานที่กลุ่มฯทำไปแล้ว คือทางเดินริมคลองแสนแสบ ช่วงระหว่างสะพานชิดลมกับราชดำริ และถนนเพชรบุรีตรงแยกประตูน้ำ งานนี้ผู้ร่วมแรงร่วมใจอย่างอาจารย์ชลิต นาคพะวัน ผู้ออกแบบงานบอกว่า “กิจกรรมที่เราทำเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เป็นอีเวนต์ ที่แสดงให้สังคมเห็นว่า พวกเราคนไทยยังมีความห่วงใยกัน เมื่อมีปัญหาที่ไหน เราพร้อมที่จะมาลงมือทำเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ถ้าเรียกแล้วไม่มาก็จะเป็นเรื่องน่ากลัว ความสำคัญของกิจกรรมไม่ได้อยู่ที่การทำงานศิลปะ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ของทุกคนที่มาร่วมกัน ช่วยกันแก้ไขปัญหา”

คนในพื้นที่ที่เข้าไปเปลี่ยนแปลง มองกิจกรรมของกลุ่มอย่างไรนั้น มิสลีอา เวสเซอร์ ชาวเยอรมัน ทำงานและอาศัยอยู่ในเมืองไทยมาสามปี อาศัยอยู่ในบริเวณถนนเพชรบุรี บอกว่า “เห็นคนมารวมตัวทำกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ใกล้บ้าน จึงเดินมาสอบถามว่าทำอะไรกัน จึงขอลงทะเบียนร่วมทำกิจกรรมด้วย คิดเสมอว่า ถ้าเปลี่ยนพื้นที่ริมคลองนี้ให้ดีกว่าเดิมได้จะดีมาก เพราะว่ามีคนที่เดินทางด้วยเรือใช้เส้นทางนี้มาก จุดนี้เป็นจุดท่าเรือคลองแสนแสบที่มีคนใช้บริการจำนวนมาก”

ภาพวาดที่บรรดาจิตอาสาบรรจงเขียนไว้ด้วยความสร้างสรรค์

ส่วนเสียงสะท้อนจากเจ้าของบ้าน ร้านค้า และสถานประกอบการที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ต่างบอกว่าเห็นด้วยกับโครงการ

เจ้าของบ้านรายหนึ่งบอกว่า ทนเห็นสภาพเสื่อมโทรมและความไม่ปลอดภัยของบริเวณนี้มานาน จนทนไม่ไหว กำลังคิดว่าจะทำทุกอย่าง แม้จะต้องเสียเงินของตัวเองเพื่อไปจ้างคนมาจัดการพื้นที่ที่ไม่ใช่ของตัวเองที่อยู่ใกล้บ้านก็ตาม เมื่อเห็นจิตอาสาเข้ามาทำจึงดีใจมาก และคิดว่าเมื่อปรับปรุงพื้นที่ดีขึ้น คนที่ผ่านไปมาจะได้สะดวกและสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ปลอดภัย

กิจกรรมของกลุ่มอินวิซิเบิ้ล ไทยแลนด์ เริ่มทำครั้งที่ 1 เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2557 มีจิตอาสาเข้าร่วมประมาณ 300 คน กิจกรรมโดยเฉพาะการวาดภาพบนผนังนั้น กลุ่มฯตระหนักดีว่าจะต้องเสื่อมสภาพไปตามเวลา ต้องมีการดูแลกันต่อไป แต่ก็เชื่อว่าผลงานที่อาจารย์ชลิต นักศึกษา และกลุ่มจิตอาสาบรรจงเขียนไว้อย่างดีด้วยมือที่ปรารถนาสร้างสรรค์นั้น จะมี “เท้า” ซุกซนของบางคนมาพ่นสีทับในเวลาอีกไม่นาน

ต่อการกระทำนั้น อาจารย์ชลิตบอกว่า “เสียใจ แต่ไม่ท้อใจ อยากจะบอกว่า งานที่เราทำเป็นการทำเพื่อปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ชุมชนให้น่าอยู่ขึ้น ไม่ใช่งานท้าทายพวกมือกราฟฟิตี้แต่อย่างใด ก็อยากจะบอกว่า หากจะมีการมาหยอกล้อผลงานกันแบบที่ศิลปินทำกันบ่อยๆ ก็ทำได้ แต่อย่าทำเพื่อคิดทำลาย”

กลุ่มจิตอาสา “อินวิซิเบิ้ล”

อาจารย์เน้นว่า “เราไม่ได้คิดจะโต้เถียงเรื่องการทำงานศิลปะหรือการทำลาย เพราะเราบอกแล้วว่า การทำกิจกรรมของเหล่าอาสาสมัครเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ในความร่วมมือของบุคคลทั่วไปที่คิดจะลงมือช่วยกันทำให้สังคมของเราดีขึ้น เราจึงรวมตัวกันมาแก้ไขงานอีกครั้ง และเราเชื่อว่า การแสดงออกของอาสาสมัครที่มารวมตัวกันแบบนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีของสังคมไทย ที่มีคนพร้อมที่จะออกมาช่วยกันแก้ไขปัญหา”

การสร้างสรรค์สังคมให้งดงาม คนทำนอกจากมีจิตอาสาแล้ว ต้องมีความอดทนในการทำกิจกรรมด้วย แน่นอนเหลือเกินว่า ตราบใดที่คนดียังไม่ท้อ ตราบนั้นสังคมย่อมมีความหวัง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้