วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
 คดีจำนำข้าวจากจุดเปลี่ยนนำไปสู่จุดจบ?

คดีจำนำข้าวจากจุดเปลี่ยนนำไปสู่จุดจบ?

  • Share:

สำหรับคดีความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เพิกเฉยไม่ยอมระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าว และละเว้นการปฎิบัติหน้าที่จนสร้างความเสียหายว่ากันว่า จำนวนเงินถึงกว่า7 แสนล้านตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. มาตรา 123 ใกล้เดินทางมาถึงจุดจบเต็มที ส่วนใครจะเป็นคนปิดจ๊อบฟ้องคดี คงต้องรอลุ้นในวันที่ 7 พ.ย. 2557 ที่กำลังจะถึงนี้ ในการประชุมร่วมของ อัยการสูงสุด (อสส.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

แม้แนวทางออกจะมีหลายทาง แต่ก็หวังว่า จะเป็นทางออกของข้อสรุปที่ดีแก่ประชาชน เพราะถ้าหากยังไม่มีทางออกในเรื่องนี้ได้ คงเป็นเรื่องคลางแคลงใจของทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะข้อสรุปคดีดังกล่าว จะสามารถนำสู่วาระเอาผิดคดีอาญา ได้หรือไม่ ก็ต้องตกเป็นหน้าที่ของของทั้ง2 หน่วยงานที่จะเป็นผู้สรุปว่า สุดท้าย อสส.จะตัดสินใจเป็นผู้ฟ้องร้องคดีทุจริตจำนำข้าว ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือ จะต้องให้ป.ป.ช.เป็นผู้เดินเรื่องฟ้องร้องเองในที่สุด อย่างที่หลายฝ่ายออกมาคาดการณ์ก่อนหน้า ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.

ตอกย้ำ ด้วยคำพูดของนายกรัฐมนตรี "สต๊อกข้าวทั้งหมด 18 ล้านตัน ขณะนี้ มีคณะอนุกรรมการตรวจคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เป็นประธานดูแล โดยระบุว่า ข้าวทั้งหมด มีข้าวที่ได้มาตรฐาน 10% ข้าวคุณภาพต่ำ มีสภาพกลายเป็นสีเหลือง 70% ข้าวเสื่อมสภาพ 4-5% และข้าวที่หายไปราว 1-2% ประมาณ1แสนตัน จึงต้องการเร่งระบายข้าวอย่างรวดเร็ว” 

สมหมาย ภาษี รมว.คลัง

ตอกย้ำ ด้วยคำพูดของ รมว.คลัง นายสมหมาย ภาษี ที่ระบุว่า "หนี้โครงการรับจำนำข้าวที่มีผลขาดทุน สูง 6-7 แสนล้านบาท สุดท้ายแล้วก็ต้องตกเป็นเงินภาษีของทุกคนในประเทศ การใช้หนี้ขาดทุนจำนำข้าว มีทางแก้ทางเดียวคือต้องใช้หนี้ และคาดว่าอาจจะใช้เวลามากกว่า 30 ปี หรือต้องใช้หนี้จำนำข้าวกันถึงรุ่นหลาน"  ที่หลุดออกมาให้สังคมได้ยินกันทั่ว อารมณ์หนึ่งอาจเป็นจังหวะ ถึงคราวที่ต้องระบายความอัดอั้นตันใจ  เพราะนี่คือภาระหน้าที่ของเขาที่เข้ามาแก้ปัญหา หางบประมาณ ทำทุกอย่างทั้งกู้ทั้งยืม ทั้งขายเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ จากความล้มเหลว และการทุจริตกันอย่างมโหฬาร จากโครงการดังกล่าวในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ทหารลุยตรวจโกดังข้าว

รมว.คลัง กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลัง ต้องบริหารหนี้ที่มีอยู่ ทั้งหนี้ระยะสั้นและหนี้ระยะยาวต้องบริหารให้สอดคล้องกับภาวะทางการตลาด เพื่อให้ภาระต้นทุนดอกเบี้ยให้ต่ำที่สุด รวมทั้งต้องหางบประมาณมาบริหารจัดการหนี้ให้ครอบคลุมทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น  ส่วนการออกพันธบัตรอายุ 30 ปี เพื่อนำเงินมาใช้หนี้โครงการรับจำนำข้าวนั้น ทำได้เพียงร้อยละ 10 ของความเสียหายทั้งหมด

ส่วนกรณี นายกฯชี้แจงถึงสต็อกข้าวในรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น ทำให้ยิ่งสร้างความชัดเจนของคดีและเห็นถึงความเสียหายของประเทศมากยิ่งขึ้น ก็คงสร้างความกังวลให้รัฐบาลชุดก่อนไม่มากก็น้อย ส่วนจะมีแนวทางวางแผนเพื่อสู้คดีอย่างไรก็ต้องมาจับตาลุ้นกัน

ข้าวเปลือกโครงการจำนำข้าว

ถึงนาทีนี้ ประชาชนต่างอยากทราบว่า ข้อสรุปแนวทางออกคดีจะเป็นไปอย่างไร 7 พ.ย. มาร่วมลุ้นถึงผลของการประชุมร่วมครั้งนี้ ว่า ระหว่าง อสส.-ป.ป.ช. ใครจะเป็นผู้นำนำคดีทุจริตจำนำข้าว ที่สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติ-ประชาชน มูลค่ากว่า 7 แสนล้าน ไปฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อ เอาผิดทางอาญา เรียกได้ว่าคนที่มีรายชื่ออยู่ในร่างแหคดีดังกล่าว ไล่มาตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี  นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ เรียกว่า มีสิทธิ์จะไปถึง"มุ้งสายบัว"กันได้เลยหรือไม่

เพราะหากเป็นไปตาม ที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลั่นวาจาเอาไว้ หลังกลับจากกัมพูชาว่ากรณี"ทุจริตจำนำข้าวจะต้องมีคนรับผิดชอบ" จริงละก็ ก็รอเสียวกันได้เลย เนื่องจากหากโดนขึ้นมาจริงๆ อาจส่งผลถึงขั้นปิดฉากเล่นการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ในทันที นี่ยังไม่เกี่ยวรวมโทษคดีอาญา ซึ่งก็เลยทำให้เกิดปรากฎการณ์ทีมทนายความเพื่อไทย ออกมาดิ้นสุดตัวป้องกันไว้ก่อน ทั้งนี้ รอดูสัญญาณที่สนช.เรียกประชุมลงมติ จะรับถอดถอนสมศักดิ์-นิคม หรือไม่ เป็นหนังตัวอย่าง ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ก่อนก็ได้ แล้วต่อเนื่องไปในวันที่7 พ.ย.แล้วก็ไปถึงวันที่ 12 พ.ย. ที่สนช.เรียกประชุมสมาชิกพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีโครงการรับจำนำข้าว

วิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายปชป.

นายวิรัตน์ กัลป์ยาศิริ ฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงแนวทางสรุปการประชุมร่วม ระหว่าง อสส.กับป.ป.ช.ว่า แนวทางออกมีอยู่ 2 แนวทาง ถ้าเห็นด้วยไปในทางเดียวกัน อัยการสูงสุดจะเป็นผู้ฟ้อง แต่หากความเห็นไปคนละทาง ป.ป.ช. ก็มีสิทธิจะนำคดีจำนำข้าวมาฟ้องเอง ตามรัฐธรรมนูญปี50 โดยส่วนตัวมองว่า หาก ป.ป.ช.ฟ้องเองก็จะดี เพราะ ป.ป.ช. เชี่ยวชาญเรื่องนี้มาตลอด จากการรวบรวมเอกสาร สำนวนคดีต่างๆ อีกทั้งคดีจำนำข้าวชัดเหลือเกิน ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเห็นไม่ฟ้อง ก็เป็นที่คลางแคลงของสังคม

ขณะที่ทางฟากฝั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 อดีตนายกรัฐมนตรี พี่น้อง ถ้าสังเกตกันให้ดี การเมืองส่วนที่อยู่ตรงข้าม ก็ออกมาดักคอ ชี้ให้เห็นว่า เหตุที่ช่วงนี้ทั้ง 2 คน พยายามใช้ยุทธศาสตร์ ให้ปรากฎเป็นภาพข่าวอยู่ตลอดเวลานั้น ก็เพื่อเลี้ยงกระแสแฟนคลับภายในประเทศ พร้อมกับพยายามต่อรองกับขั้วอำนาจใหม่ เพื่อผลลัพธ์นั่นคือ ต่อรองไม่ให้เอาผิดกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีปล่อยปะละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าว ถ้ามองกันตามเหตุผล ก็ใช่ว่าจะไม่ใช่เสียเลยทีเดียวมันมีความเป็นไปได้

กำลังทหาร ลุยรื้อกระสอบข้าวจากโครงการรับจำนำ ในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์

ขณะที่แม้อีกด้าน จะมีข่าวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า นายใหญ่สั่งปิดท่อน้ำเลี้ยง ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย เพื่อเป็นการยืนยันจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองก็ตาม แต่ก็เชื่อว่า รัฐบาลและคสช. ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คงยังไม่ไว้วางใจเสียเลยทีเดียว ยังมีการจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพราะแม้แต่"เดอะลิ้ม"นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังโดนจับตาความเคลื่อนไหวแทบไม่กระพริบ แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ และตระกูลชินวัตรละ มีหรือจะรอดสายตา คสช.ไปได้ 

จากนี้ไปสังคมคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดแทบไม่กระพริบตาว่า เกมนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและอาจนำไปสู่จุดจบ หรือไม่ อย่างไร.....

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้