เขาว่ากันว่า 'ที่นี่ผีดุ' สุดสยองพองขนกับ 'ตำนานผี 5 มหา'ลัย'

ข่าว

    เขาว่ากันว่า 'ที่นี่ผีดุ' สุดสยองพองขนกับ 'ตำนานผี 5 มหา'ลัย'

    ไทยรัฐออนไลน์

      30 ต.ค. 2557 17:03 น.

      เปิดตำนานผี รับวันฮาโลวีน "31 ตุลาคม 2557" ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปสัมผัสความสยดสยอง ชวนขนหัวลุก ของเรื่องเล่าในอดีตที่รวบรวมมาจากทั่วสารทิศ หลังเล่าลือกันว่า "ทุกหนแห่ง...ล้วนมีเจ้าของสิงสถิตอยู่" ไม่เว้นแม้แต่สถานศึกษา อย่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศไทย ก็มีประวัติมาอย่างยาวนานเลื่องลือ

      ส่วนเรื่องราวจะสยองขวัญ เขย่าประสาท แค่ไหน?? ติดตามอ่านกัน!!

      ธรรมศาสตร์ กับ ลึกลับลิฟต์แดง!!!

      เริ่มแรกกับมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งประเทศไทย "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ประวัติศาสตร์หลายอย่างเกิดขึ้นที่นี่ นั่นหมายรวมถึงเรื่องของ ผอ-สระอี=ผี ด้วย

      "ลิฟต์แดง" …แหม่!! แค่เอื้อนเอ่ยชื่อ ขนบริเวณหลังก็ลุกซู่

      เรื่องเล่ามีอยู่ว่า เมื่อการเมืองลุกลามสู่นักศึกษา เหตุการณ์ 14 ตุลาฯ จึงเป็นที่มาของชื่อลิฟต์ โดยมีการเล่าอ้างอยู่ 2 ประเด็น คือ 1. ลิฟต์ตัวดังกล่าว ใช้ขนศพนักศึกษาลงมาจากชั้นบน โดยเลือดได้เปื้อนลิฟต์เป็นจำนวนมาก เขาจึงเรียกลิฟต์แดง 2. เล่าต่อกันมาว่า นักศึกษาได้เข้าไปหลบอยู่ภายในลิฟต์ พอลิฟต์เปิด นักศึกษาทั้งหมดจึงถูกยิงเสียชีวิต โดยมีเลือดกระจายเต็มไปทั่วทั้งลิฟต์ ต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้ทำความสะอาดแล้ว แต่ยังคงมีคราบเลือดติดอยู่ มหาวิทยาลัยจึงทาลิฟต์ตัวดังกล่าวให้เป็นสีแดง

      ตำนานจึงเกิด... เมื่อมีนักศึกษาสาวขึ้นลิฟต์มาเพียงลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจก กลับพบมีคนอื่นยืนอยู่ด้วยมากมาย จากนั้นก็มีอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษาหลายๆ คน ต่างก็พานพบกับเหตุการณ์สยองขวัญมาอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจเปลี่ยนลิฟต์ใหม่ตั้งแต่นั้นมา ส่วนความอาถรรพ์...ก็ยังไม่จบลง

      ทางสามแพร่ง จุดรวมวิญญาณ
      ทางสามแพร่ง จุดรวมวิญญาณ

      มหาวิทยาลัยนี้มีผีสาวสุดสะพรึง...

      เรื่องหลอนแห่งที่ 2 "มหาวิทยาลัยกลางเมืองอันดับต้นๆ ของประเทศไทย" ใครว่าจะมีแต่สาวสวย หรือนักศึกษารองเท้าขาว ความเฮี้ยนของที่นี่ก็มีไม่แพ้กัน จะนับไป...อายุก็เป็น 100 ปี ฉะนั้น "ความสะพรึง" ของที่นี่ ก็คงไม่แพ้ที่ใดๆ

      เขาเล่ากันว่า ที่หน้าตึกเศรษฐศาสตร์ มีอิฐอยู่ก้อนหนึ่ง ที่เกยขึ้นมา และจะไม่ตรงกับอิฐก้อนอื่นๆ โดยนักศึกษาลือกันว่า ห้ามเหยียบอิฐก้อนนั้นเด็ดขาด เพราะมีประวัติว่า มีนักศึกษาชายคนหนึ่ง ทะเลาะกับแฟน เรื่องเลิกกัน สุดท้ายได้ตัดสินใจกระโดดตึกลงมาเสียชีวิตที่บริเวณอิฐก้อนนั้น จึงมีความเฮี้ยนเกิดขึ้น เขาบอกว่ามีความพยายามที่จะทำบริเวณนั้นให้ดีขึ้น แต่แก้ไขอย่างไร อิฐก้อนนั้นก็ยังเกยกันเหมือนเดิม อันนี้ไม่รู้เกี่ยวกับที่เขาร่ำลือกันรึเปล่านะ ว่าสถาบันนี้มีคนโดดตึกบ่อยๆ

      อีกสักแห่งในรั้วแห่งนี้ ที่ตึกกิจการนิสิต เขาเล่าต่อๆ กันมาว่า สมัยก่อนตึกกิจการนิสิตนี้ เป็นอาคารไม้ชั้นครึ่ง และมีคนผูกคอตาย ความหลอนก็มีมาต่อเนื่องเรื่อยๆ ว่ามีคนอยู่ในห้อง สุดท้ายกลับวิ่งหนีไป แต่จะไปทางไหนได้ เมื่อมีประตูทางเข้าออกอยู่ทางเดียว ป้าดดด...แล้วเขาไปไหน แล้วเขาเป็นใคร (ใครหรือคน) (คนหรือผี)…บรื๋อออออ

      มหาวิทยาลัย ลิฟต์ตึก 3 พาขนหัวลูก

      มหาวิทยาลัยแห่งที่ 3 เป็น "มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง" ย่านชานเมืองปทุมธานี เค้าบอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ผีเยอะที่สุด ด้วยเหตุที่มหาวิทยาลัยดังตั้งอยู่ในบริเวณที่มีลักษณะพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว กูรูเขาว่า มันไม่ดีนัก บ้านร้างก็เยอะ โดยเฉพาะหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2554 เป็นต้นมา ทำให้ที่นี่ดูวังเวง เปล่าเปลี่ยวไปอีก อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น ทุกที่มีเจ้าของ...ทั้งผี ทั้งสัมภเวสี อยู่กันแน่นเชียว เรื่องราวก็เลยเยอะตามไปด้วย

      เริ่มที่ตึก 3 ตึกเก่าแก่ของมหาวิทยาลัย ลิฟต์ตึก 3 มันชอบกล โดยเฉพาะเวลากลางคืน แต่กลางวันมันก็ใช้งานได้ตามปกติ ส่วนที่มันชอบกล คือมันชอบจอดในชั้นที่ไม่ได้กด เน้นๆ ก็ชั้น 5 ที่เขาลือกันว่า มักเห็นหญิงสาวชุดขาวในกระจกข้างลิฟต์เป็นประจำ แต่ความจริงคือ มันไม่มีกระจก...ฮึ่มมมม แถมตึกนี้ ยังมีเครื่องเซ่นไหว้โผล่วางอยู่หน้าห้อง 508 สม่ำเสมอ แต่รุ่งสางทีไร เครื่องเซ่นไหว้เหล่านั้นจะหายไปเอง

      เปลี่ยนมาที่ตึกวิศวะบ้าง โคตรหลอน..ขอบอก เรื่องมีอยู่ว่า ฝ่ายชายลากฝ่ายหญิงเข้าไปเคลียร์เรื่องรักขมในห้องน้ำ ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น โดยฝ่ายชายได้ยิงฝ่ายหญิงเสียชีวิต ก่อนจะยิงตัวตายตาม เขาเจอกันแบบจังๆ คือเวลาเดิม บริเวณเดิม จะมีเสียงปืนดังขึ้น เสมือนเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นซ้ำๆ จนเรื่อยไป แถมว่ากันว่า ห้องน้ำห้องนี้ตั้งอยู่บริเวณทางสามแพร่ง ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณด้วย

      ชุดไทยๆ เปรียบเสมือนตัวแทนความลี้ลับ
      ชุดไทยๆ เปรียบเสมือนตัวแทนความลี้ลับ

      มหาวิทยาลัยเก่าแก่ ลานประหาร หญิงสาวโจงกระเบน

      เขาว่ากันว่า ที่นี่ผีดุ!! "มหาวิทยาลัยชื่อดัง" ย่านนครปฐม ด้วยความที่มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่บนเนื้อที่เดิมของเขตหวงห้ามโบราณ ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่ ความวังเวงชวนสยองก็เกิดขึ้นตามมา แทบจะทุกพื้นที่ของสถาบันแห่งนี้ก็ว่าได้ แต่ที่นี่จะเน้นความเป็นไทย อย่าง ชุดสไบ ชุดไทย ชุดโจงกระเบน อย่างที่บอกพื้นที่วังเก่า ทุกจุดล้วนมีความหมาย

      จะจะ...ก็คณะอักษรศาตร์ ชั้น 2 จะมีคนเห็นคนโบราณนุ่งโจงกระเบนสีแดงสดบ่อยๆ และที่ศาลหน้าตึกนี้เอง ก็ศักดิ์สิทธิ์และน่ากลัวไม่น้อย หากใครทำอะไรไม่เหมาะสม จะโผล่มาเป็นร่างๆ เลยทีเดียว ที่สำคัญเขาลือกันว่า "ห้ามบน" แต่จะขอน่ะ ขอได้ ขออะไรก็สำเร็จไปเสียหมดด้วย

      ต่อกันที่ ลานประหารเก่า ที่ปัจจุบันเขาเรียก ลานทรงพล บรรยากาศโดยรอบก็ร่มรื่นดี แต่พอรู้ว่าเป็นลานประหารเก่า เท่านั้นแหละ! เสียวสันหลังวาบ ชุดสไบ จะโผล่มาเป็นระยะๆ เรื่องเพลงประจำมหาวิทยาลัย ก็โด่งดังไม่น้อย เขาเล่าว่า หากใครร้องเพลงกลิ่นจันทร์ในยามค่ำคืน แล้วร้องไม่จบ หญิงในชุดไทยจะปรากฏตรงหน้าทันที

      เรือนนางสนม ก็เป็นอีกแห่ง เห็นว่ามีอายุเก่าแก่มาก น่ากลัวที่สุดไหม ต้องให้คนทับแก้วพิจารณา เป็นที่ร่ำลือว่า หากใครปั่นจักรยานตอนดึกๆ รถมันจะค่อยๆ หนักขึ้น เนื่องจากผู้หญิงชุดไทยไม่มีหน้า จะมานั่งซ้อนท้ายด้วย

      ความมืด สร้างบรรยากาศ ความกลัว ขึ้นอยู่กับจิตใจ
      ความมืด สร้างบรรยากาศ ความกลัว ขึ้นอยู่กับจิตใจ


      มหาวิทยาลัย ก. เรื่องเล่านักศึกษาชุดดำ ลิฟต์อาคาร 9 สยอง

      ปิดท้ายกันด้วย "มหาวิทยาลัยใจกลางเมือง" อักษรย่อ ก. เล่ากันต่อๆ กันมาว่า มีคนงานเสียชีวิตหลังจากตกลิฟต์อาคาร 9 จากนั้นตอนดึกๆ มักจะมีคนกดเรียกไปยังชั้นบนสุด พอเปิดมาก็ไม่เจอคน แต่กลับมีความรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามาในลิฟต์ ขณะที่ความสยองก็ไปโผล่ที่อาคาร 10 ด้วยเช่นกัน เขาบอกว่า มักมีนักศึกษาแต่งชุดดำ เข้ามานั่งเรียนด้วยเป็นประจำ...หูยยย

      ที่เด็ดสุด...คงเป็นเรื่องศาลพระภูมิล่องหน ที่หอพักหน้ามหาวิทยาลัย เขาว่ากันว่า นักศึกษาใหม่ๆ มักจะเห็นว่ามีศาลพระภูมิตั้งอยู่ หลายคนเถียงกันคอเป็นเอ็น ว่ามีและไม่มี แต่สุดท้ายความจริงปรากฏ คือไม่มีอยู่จริง! ประเด็นคือ แล้วมันอันตรธานหายไปตอนไหน ใครรู้บ้าง?? สิ่งที่เห็น ภาพลวงตา หรือ??

      ทั้งหมดของเรื่องเล่าเหล่านี้ ถูกเล่าลือ ขับขานกันต่อๆ มา "ไทยรัฐออนไลน์" รวบรวมและร้อยเรียงมาเล่าสู่กันอ่าน ส่วนเรื่องราวความจริง เป็นอย่างไรนั้น คำตอบ...คงไม่มีใครชี้ชัดว่าใช่หรือไม่อย่างไร!! เพราะ "ความเชื่อ-ความศรัทธา" ล้วนเกิดจากจิตใจของมนุษย์ทั้งสิ้น บทความนี้จึงเป็นแค่การนำความสยดสยอง ชวนเสียขวัญ เขย่าประสาท เพื่อสร้างบรรยากาศ ต้อนรับวันฮาโลวีนนั่นเอง...

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 03:37 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์