วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กตู่ ยันยังไม่ยกเลิกกฎอัยการศึก ชี้ต้องลุยปฏิรูปก่อน

บิ๊กตู่ ยันยังไม่ยกเลิกกฎอัยการศึก ชี้ต้องลุยปฏิรูปก่อน

  • Share:

ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยันยังไม่ยกเลิกกฎอัยการศึก ชี้ต้องลุยปฏิรูปก่อน วอนอย่าเร่งรัด เผยปัญหาลดลงไปมาก รับพอใจหารือ คสช.-ครม.

วันที่ 7 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ยังไม่มีการยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ โดยจะขอเดินหน้ากระบวนการปฏิรูปประเทศก่อน "เรื่องการสร้างสภาวะแวดล้อมของเราให้ปลอดภัย อย่าเพิ่งมาถามผมเรื่องกฎหมายพิเศษ ขอให้ปฏิรูปเดินหน้าให้ได้เสียก่อน วันนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน ยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิรูปให้ได้ อยากให้ประชาชนให้โอกาสพวกเรา ผมไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ถ้ากลัวจะไม่ทำ ถ้ากลัวไม่เข้ามาอยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการหารือร่วมกันระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช.

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังจำเป็นต้องคงกฎหมายพิเศษ เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ แม้ว่าภาพรวมด้านความมั่นคงในขณะนี้จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และในระยะยาวหากยังควบคุมได้ดีต่อไปก็อาจจะผ่อนคลายลงตามลำดับ ขอร้องว่าอย่าเร่งรัด เพราะยอมรับว่าตอนนี้อาจมีกลุ่มเห็นต่างที่ไม่ให้การสนับสนุนรัฐบาล แต่คงไม่เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจใดๆ

"อยากให้มองย้อนกลับไปว่าในอดีตที่เกิดขึ้น เกิดเรื่องใดขึ้นมาบ้าง และภาพรวมในขณะนี้ถือว่าปัญหาลดลงไปมากแล้ว เพียงแต่อาจจะมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มใต้น้ำ ซึ่งจำเป็นต้องดูแลสถานการณ์ ตอนนี้มีการประท้วงไหม มีอาวุธสงครามไหม ถ้าอยากจะกลับไปแบบนั้น ก็ไปสู้กันแบบเก่า คุณลืมไปแล้วหรือว่าเกิดอะไรในอดีต อย่าลืมง่ายนัก สมองจำไว้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว แม้วันนี้อะไรจะลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มใต้น้ำ ช่วยไปดูให้ผมหน่อย แล้วมาบอกผม ไม่ใช่เอาผมไปตีกับคนนั้นคนนี้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

สำหรับการหารือร่วมกันระหว่าง ครม. และ คสช.ในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีความพอใจในการทำงานช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เพราะถือว่าเดินไปตามโรดแม็ปที่ คสช.วางไว้ในทุกด้าน การทำงานมีความชัดเจนมาตลอดตั้งแต่หลัง 22 พ.ค. ซึ่งแนวทางการทำงานทั้งหมดได้วางไว้ตั้งแต่ คสช.จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน คือการบริหารราชการปกติ รวมถึงได้เร่งรัดสั่งงานเชิงรุก โดยมี คสช.เข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือ โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคงและในด้านข้อกฎหมาย

จากนี้ไปรัฐบาลได้นำปัญหาทุกเรื่องในอดีตที่รัฐบาลชุดผ่านๆ มา ไม่สามารถแก้ไขได้มากำหนดเป็นโจทย์ทุกเรื่อง พร้อมทั้งกำหนดวิธีการและบูรณาการทำงานใหม่ เน้นย้ำว่าจะต้องไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าปัญหามีมากนับร้อยเรื่อง จะแก้ทั้งหมดภายในเวลา 4 เดือนคงไม่เห็นผลสัมฤทธิ์ในทันที เพียงแต่กำหนดไว้ว่า หลังจากนี้ทุกๆ 3 เดือน จะต้องรายงานความคืบหน้าให้ทราบว่า รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาไปอย่างไรบ้าง มีผลสัมฤทธิ์อย่างไรบ้าง

นายกฯ กล่าวต่อว่า รัฐบาลก็คำนึงทุกมิติทั้งความมั่นคงและเศรษฐกิจ แต่ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหายั่งยืนไม่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลจุดใดเลย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรายได้ ภาษี หรือพลังงาน หรือการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย หลังจากมีสภาปฏิรูปฯ แล้วก็หวังว่าจะเดินหน้าในส่วนนี้ต่อไป คาดหวังและขอความร่วมมือภาคประชาชนทุกส่วนที่จะช่วยรัฐบาลแก้ไขปัญหา และส่งเสริมการปฏิรูปประเทศ แม้ว่าจะมีคนไทยบางส่วนยังไม่เข้าใจ แต่ในสายตาชาวต่างชาติขณะนี้มีความเข้าใจเป็นอย่างดี

"คงไม่สามารถประเมินหรือให้คะแนนตัวเองได้ เพราะเป็นเรื่องของประชาชนจะมอง แต่อยากให้ดูผลการทำงานหลังจากนี้ ไม่ใช่แค่ 4 เดือนแรก ปัญหาสะสมมานานกว่า 40 ปี การแก้ไขปัญหาต้องได้รับความร่วมมือ ต้องมาช่วยกับผม อาจจะมีผลกระทบกับใครบ้าง ก็ต้องยอม ทุกคนต้องลดบทบาทลดอัตตาบ้าง ผมเข้ามาทำตรงนี้ไม่ได้อะไรสักอย่าง และไม่ได้ต้องการอะไร ผมอยากพักผ่อน"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาทั้งหมดอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ 100% ภายในรัฐบาลชุดนี้ โดยปัญหาบางเรื่องจะต้องส่งต่อให้รัฐบาลชุดต่อไปเข้ามาสานต่อในการแก้ไข และคาดหวังว่ารัฐบาลชุดต่อๆ ไป จะเดินตามแนวทางที่วางไว้ เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาแบบเดิมก็อาจกลับมาอีก ทั้งนี้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการแถลงข่าวว่า ในที่ประชุมร่วม ครม.และ คสช.วันนี้ไม่มีการพูดเรื่องกฎอัยการศึกแต่อย่างใด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้