ข่าว
100 year

ถึงมืออัยการ คดี‘เกาะเต่า’

ทีมข่าวหน้า 17 ต.ค. 2557 06:30 น.
SHARE

สำนวนหนา700หน้า! สมยศ-ทูตแจงปิดคดี

ตำรวจภาค 8 ประชุมเครียดสรุปคดีมัดสองผู้ต้องหาพม่าฆ่าโหดนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวเมืองผู้ดี ก่อนหอบสำนวนหนากว่า 700 หน้า เข้าหารือนอกรอบอธิบดีอัยการภาค 8 ตรวจสอบความสมบูรณ์ ยืนยันพยานหลักฐานแน่น ก่อนนำกลับมายื่นส่งฟ้องใหม่อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนเข้าพบพนักงานสอบสวนติดตามขั้นตอนการดำเนินคดีและสอบถามความเป็นอยู่ของผู้ต้องหา ด้าน ผบ.ตร.เชิญเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ร่วมแถลงใหญ่ปิดคดี มั่นใจเป็นแบบอย่างงานสืบสวนครบถ้วนทุกขั้นตอน

ยังเป็นคดีที่ได้รับความสนใจของสังคม กรณีชุดสืบสวนจับกุมนายเวพิว หรือวิน อายุ 21 ปี นายซอลิน หรือโซเรน อายุ 21 ปี 2 ผู้ต้องหาชาวพม่าร่วมฆ่าโหดนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปีและ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บริเวณหาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก หลังเกิดเหตุมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจไม่ใช่คนร้ายตัวจริง ล่าสุดตำรวจยืนยันหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์มัดแน่น ไม่มีการจับแพะเด็ดขาด พร้อมเร่งสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการโดยเร็วที่สุด

ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ต.ค. ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 รับผิดชอบดูแลสำนวนคดีดังกล่าวเรียกประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อเร่งสรุปสำนวนส่งฟ้องให้พนักงานอัยการ โดยมี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ รรท.ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดย พล.ต.ต.ปวีณ กล่าวว่า วันนี้เชิญพนักงานสอบสวนที่ร่วมทำคดีมาตรวจสอบเอกสารกว่า 700-800 หน้ากระดาษ ต้องทำกันอย่างรอบคอบและรัดกุมเพราะเป็นคดีสำคัญเป็นที่สนใจคนทั่วโลก และช่วงบ่าย พล.ต.ต.เดชา บุตร–น้ำเพชร รรท.ผบช.ภ.8 จะมาตรวจสำนวนด้วยตัวเอง

ระหว่างประชุม น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ อนุกรรมการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และนายไซไซ เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ อดีตเคยทำงานกับนางออง ซาน ซูจี นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยของพม่า ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายฝ่ายต่างประเทศ และมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา เข้าพบ พล.ต.ต.ปวีณ ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น น.ส.พรเพ็ญ เปิดเผยว่า ในฐานะองค์กรสิทธิมนุษยชนได้สอบถามเรื่องผลการตรวจดีเอ็นเอสองผู้ต้องหาว่าตัวจริงหรือตัวปลอม แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่ต้องถามเรื่องประเด็นสงสัย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขณะนี้องค์กรสิทธิจากกรุงเทพฯอยู่ระหว่างประสานเยี่ยมผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ทำงานให้สถานทูตเมียนมาร์ แต่เป็นองค์กรอิสระ ทำในสิ่งที่ถูกต้องและให้ความเป็นธรรมเท่านั้น

จากนั้นช่วงบ่าย พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผบช ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ รรท.ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี นำสำนวนคดีไปส่งฟ้องให้อัยการที่สำนักงานอัยการจังหวัดเกาะสมุย โดยมีนายธวัชชัย เสียงแจ้ว อธิบดีอัยการภาค 8 นายวิสูตร พ่วงใส รองอธิบดีอัยการภาค 8 และนายไพบูลย์ อาชวานันทคุณ อัยการจังหวัดเกาะสมุย มารับเอกสารสำนวนคดีหนากว่า 700 หน้า ก่อนใช้เวลาตรวจสอบนานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นมอบสำนวนส่งคืนให้ตำรวจ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ปวีณเปิดเผยภายหลังว่า นำสำนวนมาให้อธิบดีอัยการภาค 8 ตรวจสอบว่ามีความสมบูรณ์หรือแน่นหนาครบถ้วนหรือไม่ หลังจากทางอัยการได้ตรวจสอบดูแล้วท่านพอใจในสำนวนว่ามั่นคงเชื่อถือได้และมอบกลับคืนมาให้ตำรวจ เพื่อนำมายื่นอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 7 ต.ค. 10.00 น. ผู้สื่อข่าวถามว่า การนำเสนอข่าวทางเว็บไซต์ต่างๆเป็นการกดดันตำรวจหรือไม่ รอง ผบช.ภ.8 กล่าวว่า ถือว่ากดดันพอสมควร แต่เรายึดหลักมาตรฐานสากลในการปฏิบัติ ทำตามหลักมนุษยชน ส่วนที่องค์กรเครือข่ายอิสระมนุษยชนเดินทางเข้าพบในวันนี้ได้หารือในเรื่องของหลักมนุษยชน และสอบถามความเป็นอยู่ของผู้ต้องหาเพื่อจะจัดหาทนายมาให้หากมีการร้องขอ ส่วนสำนวนอัยการยังไม่ได้พูดถึงว่าจะสรุปส่งฟ้องวันไหน

ด้าน พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. อดีต ผบช.ภ.8 เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวทำอย่างครบถ้วนทั้งการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์การตรวจพิสูจน์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความรู้สึกของครอบครัวผู้เสียชีวิต อีกทั้งได้รับการร้องขอจากทางการอังกฤษและครอบครัวผู้เสียชีวิต ทำให้การสืบสวนสอบสวนเปิดเผยไม่ได้ เป็นสาเหตุความเคลือบแคลงสงสัยของโซเชียลมีเดียในต่างประเทศ มีข้อสงสัยกับการคลี่คลายคดีนี้ ขณะที่การสืบสวนเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้จากพยานหลักฐาน ผลตรวจดีเอ็นเอสอดคล้องการสืบสวน และภาพถ่ายกล้องวงจรปิดที่มีภาพผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในช่วงที่เกิดเหตุเป็นผลให้จับกุมผู้ต้องหา แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดจนได้รับการอนุมัติหมายจับจากศาลเพื่อยืนยันความแน่นหนาของสำนวนคดี

“ตำรวจไม่ได้รับฟังเฉพาะคำให้การพาดพิงของผู้ต้องหา แต่รอผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอ เพื่อจะได้ไม่ทำให้เกิดข้อสงสัยของสังคม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้จัดตั้งขึ้นเอง มีผลการสืบสวนสอบสวนของแต่ละหน่วยมาร่วมกันทำ ชั้นนี้ไม่น่าจะมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องการประสบเหตุการณ์ของนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คนทำให้ผู้ต้องหาเกิดอารมณ์ทางเพศและใช้จอบที่อยู่บริเวณนั้นทำร้าย เพื่อลงมือข่มขืน และผู้ต้องหา จนมุมด้วยพยานหลักฐานและผลตรวจดีเอ็นเอทางนิติวิทยาศาสตร์” พล.ต.ท.ปัญญากล่าว

ขณะที่ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี อดีตที่ปรึกษา (สบ 10) กล่าวว่า คดีนี้ทำงานกันเป็นขั้นตอนมาตลอดเริ่มตั้งแต่เกิดเหตุมีคดีประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายและต่อเพศ กองพิสูจน์หลักฐานได้รักษาสถานที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐานได้เพียงพอ รวมทั้งกล้องวงจรปิด แม้แต่ศพผู้เสียชีวิตให้ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันนิติเวชวิทยาผ่าพิสูจน์ศพมีร่องรอยบาดแผลเข้าได้กับส่วนสันและฟันจอบมีรอยลากร่างกาย มีเม็ดทรายและหิน ดีเอ็นเอที่ทวารหนักและช่องคลอดไปเปรียบเทียบดีเอ็นเอจากสามสถาบันทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยืนยันผลตรงกันว่าเป็นของคนเอเชียไม่ใช่ฝรั่ง ไม่ใช่คนผิวดำ รวมทั้งเส้นขนสีทองโดยใช้กล่องจุลทรรศน์พบว่าเป็นการย้อมสี เนื่องจากไม่มีเม็ดสี ทุกอย่างยืนยันได้ด้วยผลตรวจดีเอ็นเอ

พล.ต.อ.จรัมพรกล่าวอีกว่า ในส่วนโทรศัพท์มือถือของผู้ตายได้ประสานญาติผู้เสียชีวิตขอข้อมูลจากประเทศอังกฤษเป็นพยานหลักฐานก่อนได้ตัวคนร้าย และพยานหลักฐานที่คนร้ายเล่นกีตาร์บนขอนไม้ มีรอยเท้าที่ไม่สวมรองเท้า และตรวจดีเอ็นเอก้นบุหรี่ทำให้ได้แนวทางว่าคนร้ายน่าจะนั่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุขณะสูบบุหรี่ก่อนลงมือทำร้ายเหยื่อ สอดรับกับกล้องวงจรปิดที่มีภาพชายชาวพม่า3คนขี่รถ จยย.และถือกีตาร์เวลา 23.10 น. เป็นช่วงก่อนเกิดเหตุ พยานหลักฐานที่ได้ในแต่ละช่วงเป็นเสมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อประสานอย่างมีเหตุผล เป็นหลักการสืบสวนสอบสวน คำรับสารภาพ และด้านนิติวิทยาศาสตร์และเครื่องมือ สอดรับการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอในการพิมพ์ตรวจแต่ละครั้งมีวันเวลาไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ส่วนจะมีผู้ต้องหาคนอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นเรื่องข้อมูลและการสืบสวน ถ้าได้พยานหลักฐานว่ามีผู้ใด เข้ามาเกี่ยวข้องสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้

ช่วงสายวันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมทีมสืบสวนสอบสวนและผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์ประชุมที่ห้องทำงาน โดยมี พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี อดีตที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก รรท.ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รรท.รอง ผบช.น. เข้าร่วมประชุมสรุปผลการสืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเพื่อเตรียมแถลงข่าวในวันที่ 7 ต.ค. เวลา 13.00 น. ที่ ตร.โดยมีนายมาร์ก เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ร่วมด้วย พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า คดีนี้ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องได้ทุ่มเทสืบสวนสอบสวนและยึดหลักนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้จับกุมคนร้ายได้ เป็นคดีที่เป็นแบบอย่างงานสืบสวนที่สมบูรณ์แบบทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอนครบถ้วน แต่รายละเอียดทางคดีเปิดเผยไม่ได้ เนื่องจากมีผลกระทบทางคดีในชั้นศาล และญาติผู้เสียชีวิตขอร้องในเรื่องการแถลงข่าวที่มีผลต่อผู้เสียชีวิต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกาะเต่าฆ่าโหดนักท่องเที่ยวฆ่าชาวอังกฤษฆาตรกรรมโหดเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์สุราษฎร์ธานี

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้