วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
น้องสาวจ้วงดับพี่สาว แย่งที่ดินมรดก

น้องสาวจ้วงดับพี่สาว แย่งที่ดินมรดก

  • Share:

อ้างถูกไล่แทงก่อน ตร.เผยมีปมหึงหวง

มรดกเลือดน้องสาวใช้มีดแทงพี่สาวดับสยองคาบ้านกลางเมืองแม่กลอง ส่วนตัวเองอาการสาหัส ตำรวจสอบอ้างมีปัญหาทะเลาะกับผู้ตาย เรื่องแย่งที่ดินย่านคลองโคน แถมพี่สาวยังหึงผัว คว้ามีดทำครัวยาวเกือบ 1 ฟุตไล่แทง แต่แย่งมีดมาได้เลยจ้วงแทงหน้าท้องกลับไปหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ อายัดตัวสอบคลี่ปมอีกรอบ

เหตุการณ์น้องสาวฆ่าพี่สาวเพราะแย่งชิงมรดกรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 6 ต.ค. ร.ต.ท.รังสรรค์ ดีรอด พนักงานสอบสวน สภ.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม รับแจ้งมีคนถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 127/39 หมู่บ้านแสนสุข ซอย 3 ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.พีรพงศ์ แสงอากาศ สวญ. สภ.ลาดใหญ่ พ.ต.ท.ชัยยันต์ ม่องเมืองแสน พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวภายในบ้านพบศพนางวิไลพร นาคคำ อายุ 27 ปี เจ้าของบ้านสภาพนอนหงายจมกองเลือดในห้องโถง มีแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่ชายโครงขวาและหน้าท้องด้านขวา 3 แผล นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อ น.ส.เกตวลิน บุญรอด อายุ 18 ปี เป็นน้องสาวของผู้ตาย มีแผลถูกแทงเข้าที่หน้าท้องขวา และข้อมืออาการสาหัส จึงนำส่ง รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ตรวจสอบภายในบ้านพบร่องรอยการต่อสู้ข้าวของกระจัดกระจาย

สอบสวนนายปรีชาพล นาคคำ อายุ 27 ปี สามีของนางวิไลพร ให้การว่ามีอาชีพทำวังเลี้ยงกุ้งที่บ้านคลองโคน อ.เมืองสมุทรสงคราม ก่อนเกิดเหตุออกไปวังกุ้งกลับมาบ้านพบประตูปิดไว้ ทั้งที่ภรรยาและน้องเมียอยู่ในบ้าน เมื่อเปิดเข้าไปแทบช็อกเจอศพนางวิไลพรนอนเสียชีวิตอยู่กลางบ้าน ส่วน น.ส.เกตวลิน น้องเมียถูกแทงได้รับบาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมาตำรวจไปสอบปากคำ น.ส.เกตวลินที่ยังพอให้การได้อ้างว่า มีเรื่องทะเลาะกับพี่สาวเรื่องมรดกที่ดินย่านคลองโคน อีกทั้งพี่สาวยังหึงหวงสามี ทำให้มีเรื่องทะเลาะกัน ก่อนถูกผู้ตายคว้ามีดทำครัวยาวเกือบ 1 ฟุต ไล่แทงและเกิดต่อสู้แย่งมีดมาได้ด้วยความโมโหเลยแทงพี่สาวไปหลายครั้ง

ด้าน พ.ต.ท.พีรพงศ์ แสงอากาศ สวญ.สภ.ลาดใหญ่ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน น.ส.เกตวลินเบื้องต้นอ้างว่าทะเลาะกับพี่สาวเรื่องมรดกและหึงหวง แต่ตำรวจยังต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติม รวมทั้งอายัดตัวผู้บาดเจ็บไว้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่าสาเหตุมาจากเรื่องใดกันแน่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้