วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจอซาก ‘ช้างพัง’ ตกบ่อน้ำ ตายอืดอยู่บนยอดเขา

เจอซาก ‘ช้างพัง’ ตกบ่อน้ำ ตายอืดอยู่บนยอดเขา

  • Share:

เจอซากช้างพังลอยอืดอยู่ในบ่อน้ำบนยอดเขา อช.เอราวัณ จนท.เดินเท้าเข้าพิสูจน์ พบตายมา 2 อาทิตย์ ขึ้นอืด ไส้ทะลัก สัตวแพทย์คาดอาจถูกตอใต้น้ำแทง ส่วน หน.อุทยานฯ บอกน่าจะตกไปตายในหลุมแล้วฝนตกจึงลอยขึ้นมา ยังกู้ซากไม่ได้
  
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ต.ค. 57 นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ อช.เอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ ที่ออกเดินลาดตระเวนป้องกันการบุกรุกผืนป่าจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ที่ อว.2 (ปลายดินสอ) อ.ศรีสวัสดิ์ ไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ที่ อว.7 (หนองบอน) หมู่ 3 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค เมื่อเดินถึงยอดเขาพุกลาง พื้นที่บ้านทุ่งก้างย่าง หมู่ 3 ต.ไทรโยค ได้พบซากช้างป่าเสียชีวิตลอยขึ้นอืดอยู่ภายในบ่อน้ำบนยอดเขา หลังจากรับแจ้ง นายปรยุษณ์ จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

จากนั้นได้สั่งการให้ นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมด้วย นายชัชวาล ศิริสมบัติ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) คณะสัตวแพทย์กรมอุทยานฯ พ.ท.สุทธิพงษ์ พืชมงคล รองเสธ ร.29 พัน 2 ร.ต.วิรัช สิทธา หัวหน้าหน่วยดูแลพื้นที่เกษตรกรรม พล.ร.9 ค่ายสุรสีห์ พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค และกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย โดยต้องใช้เวลาเดินขึ้นไปบนยอดเขา ฝ่าสายฝนที่ตกโปรยปรายนานกว่า 1 ชั่วโมง

ถึงที่เกิดเหตุ พบซากช้างเพศเมียอายุประมาณ 10-15 ปี สูงประมาณ 3 เมตร ลำตัวยาวประมาณ 3 เมตร หนักประมาณ 3 ตัน นอนเสียชีวิตขึ้นอืดอยู่กลางบ่อน้ำ ลักษณะเป็นวงรี กว้าง 3 เมตร ยาวประมาณ 4 เมตร ลึก 12-15 เมตร โดยสภาพศพช้างพองบวมเป่ง ขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ จากการตรวจสอบพบที่หน้าท้องมีลำไส้ไหลทะลักออกมากองเกือบเต็มพื้นแอ่งน้ำ เจ้าหน้าที่ใช้เชือกผูกขาทั้ง 4 ข้าง และพยายามใช้แรงคนดึงขึ้นมาจากบ่อน้ำแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากช้างมีน้ำหนักถึง 3 ตัน จนเริ่มมืดค่ำก็ยังไม่สามารถนำร่างของช้างขึ้นมาได้

สพ.ญ.เสาวลักษณ์ พาด้วง นายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เผยว่า จากการดูสภาพพื้นที่และสภาพซาก น่าเชื่อว่าการเสียชีวิตของช้างคงเกิดจากอุบัติเหตุ เพราะจากสภาพของบ่อน้ำที่ช้างตกลงไปนั้นค่อนข้างเล็ก แต่มีความลึกถึงประมาณ 12 เมตร หรือมากกว่านั้น โดยขณะเกิดเหตุช้างคงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองจนกระทั่งขาดอากาศหายใจ และจมลงไปในบ่อน้ำ ในส่วนของลำไส้ที่ไหลทะลักออกมาจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่งว่าเกิดจากอะไร เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจถูกตอไม้ที่อยู่ใต้บ่อน้ำแทงเข้าที่ท้องก็เป็นไปได้ และจากสภาพของช้าง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 อาทิตย์ ซึ่งได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่ทำลายซากช้างด้วยการเผา เพราะจะเป็นวิธีที่ฆ่าเชื้อโรคได้ดีที่สุด

ด้าน นายปรยุษณ์ ไวว่อง หน.อุทยานแห่งชาติเอราวัณ กล่าวว่า ปกติช้างโขลงนี้ที่มีอยู่ประมาณ 7-8 ตัว ที่เดินหากินในพื้นที่อุทยานเอราวัณและอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ คาดว่าก่อนเกิดเหตุช้างโขลงนี้น่าจะมาหากินในบริเวณนี้ และช้างเพศเมียตัวนี้พลัดตกลงไปในหลุมดังกล่าวและไม่สามารถขึ้นมาจากหลุมได้ จึงเสียชีวิต และเมื่อมีฝนตกหนักในพื้นที่ติดต่อกันหลายวันทำให้น้ำเต็มบ่อ ซากช้างที่ขึ้นอืดจึงลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำตามที่ปรากฏให้เห็น ส่วนการจัดการกับซากช้าง ในเบื้องต้นต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากทางคณะสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ ว่ามีความเห็นอย่างไร และจะสั่งการอย่างไรในการจัดการกับซากช้าง เพราะเครื่องจักรหนักไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ แต่คงต้องดำเนินการตามหลักวิชาการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้