วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ผบ.ทบ.' สั่งทหารป้องสถาบัน ยัน 1 ปีต้องดับไฟใต้

'ผบ.ทบ.' สั่งทหารป้องสถาบัน ยัน 1 ปีต้องดับไฟใต้

  • Share:

"อุดมเดช" มอบนโยบาย ผบ.นขต.ทบ. ย้ำ "ปกป้องสถาบัน" พร้อมให้คติพจน์ "ร่วมใจ ริเริ่ม จริงจัง เพื่อชาติ และราชบัลลังก์" ลั่น 1 ปีต้องดับไฟใต้ ยันไม่ยกเลิก "กฎอัยการศึก"...

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 12.30 น. ที่กองทัพบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม นขต.ทบ. ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเพื่อชี้แจงนโยบายเน้นย้ำ ในฐานะที่ตนเข้ามารับหน้าที่ ผบ.ทบ. โดยมีคติพจน์การทำงาน คือ "ร่วมใจ ริเริ่ม จริงจัง เพื่อชาติ และราชบัลลังก์" ฉะนั้น กองทัพบกต้องปฏิบัติงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ซึ่งในปี 2558 เป็นปีแห่งการปฏิบัติงานของกองทัพบก ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม สอดรับกับแนวทางการปฏิบัติงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อดีต ผบ.ทบ. ที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ตนจะมีการทำงาน 2 แบบ คือ 1.ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลและคสช. 2.กำหนดงานเร่งด่วนที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม 12 ประการ

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า สิ่งที่ตนมุ่งหวังและให้เห็นผลภายใน 1 ปี คือ การแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องสานต่อนโยบายเดิม โดยเน้นย้ำผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ต้องดูแลสถานการณ์ให้ได้ และสถานการณ์ต้องดีขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงการบูรณาการกับหน่วยงานราชการที่จะทำให้เกิดความชัดเจน ซึ่งอาจปรับลดกำลังพลจากกองทัพภาคอื่นๆ โดยให้กองทัพภาคที่ 4 ควบคุมการปฏิบัติงานเอง อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ภายใน 1 ปี ต้องเห็นผลชัดเจน ซึ่งตนจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความพึ่งพอใจและต้องลดสถิติการก่อเหตุ ซึ่งทั้ง 2 งานนี้ต้องทำให้ได้ 50% ถึงจะเรียกว่า สัมฤทธิ์ผลเป็นรูปธรรม

พล.อ.อุดมเดช กล่าวถึงการรักษาความสงบภายในประเทศว่า ประชาชนต้องช่วยกันดูแลสถานการณ์ สิ่งที่สำคัญ คือ ความร่วมมือจากผู้ที่มีความเห็นต่างเพื่อนำสถานการณ์ให้ดีขึ้นให้ได้ แต่ต้องเป็นไปตามกรอบของรัฐบาล คือ การปฏิรูป ให้ผู้ที่มีความเห็นต่าง เสนอความเห็นว่าจะปฏิรูปประเทศอย่างไร สิ่งใดที่แสดงออกไม่ถูกต้องตนได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ จะไม่ปล่อยปละละเลยในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง จึงขอฝากไปยังกลุ่มผู้ที่เห็นต่างที่ยังไม่เข้าใจรัฐบาล ขอให้โอกาสและทำความเข้าใจ แล้วเข้ามาพูดกัน ไม่ใช่ไปเคลื่อนไหวจนทำให้เกิดมวลชนที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

"สิ่งหนึ่งที่ได้เน้นย้ำ คือ สถาบันกษัตริย์ อันเป็นสิ่งที่อยู่ในใจทหารทุกคน ซึ่งจะต้องเทิดทูนและปกป้อง ไม่ให้ผู้ไม่หวังดีมาทำให้เกิดความเสียหาย เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับประเทศไทย ที่ดูแลประชาชนและแผ่นดินไทยมาโดยตลอด เพราะฉะนั้น เราเป็นทหารต้องมีหน้าที่ดูแลโดยตรง ต้องดูแลปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ได้" พล.อ.อุดมเดช กล่าว

เมื่อถามว่าจะยกเลิกกฎอัยการศึกหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ยังไม่ขอพูดเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องหารือกัน ส่วนการประชุม ครม. กับ คสช. ในวันที่ 7 ต.ค. อาจจะพูดถึงการติดตามงานด้านบริหารของกลุ่มงานต่างๆ ที่แบ่งไว้ว่า ดำเนินงานอย่างไรบ้าง ในส่วนของ คสช. ที่ติดตามงานฝ่ายบริหารจะสามารถช่วยส่งเสริม ให้คำแนะนำในฐานะฝ่ายบริหาร และ คสช. จะมีแนวทางเดียวกัน เพื่อทำให้ประเทศชาติเจริญ ทั้งนี้ ยอมรับว่าในวันที่ 7 ต.ค. จะมีการสรุปสถานการณ์ภายในประเทศว่า มีความเรียบร้อยเพียงใด ถ้าเรียบร้อยดีก็อาจจะมีการปรับลดกฎอัยการศึก เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจยิ่งขึ้น

"แต่ในขณะนี้ยังต้องคงประกาศใช้กฎอัยการศึกไว้อยู่ และจะยกเลิกเมื่อไร อย่างไร อย่าเพิ่งถาม ตนยังไม่อยากพูดถึงรายละเอียด เนื่องจากกำลังอยู่ระหว่างการติดตามและประเมินผล อีกทั้งการจะพูดอะไรออกไปควรมีความชัดเจน มาจากนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ ผู้ใหญ่ทุกคนมีความเข้าใจดี แต่ความจำเป็นบางอย่างก็มีเหตุมีผลที่ยังต้องคงกฎอัยการศึกไว้" พล.อ.อุดมเดช กล่าวและว่า หากจะมีการปรับลด หรือยกเลิกต้องมีความมั่นใจว่าเราสามารถดูแลสถานการณ์ต่างๆ ได้เรียบร้อย เพราะบางสิ่งบางอย่างหากไม่มีเครื่องมือมาช่วยเหลืออย่างกฎหมาย ก็อาจทำให้สถานการณ์ไม่เรียบร้อยได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้