วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สปสช.รุกปูพรมฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบ “เชื้อเป็น” ทั่วประเทศปี 2559 สกัด “พิการ-ตาย”

สปสช.รุกปูพรมฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบ “เชื้อเป็น” ทั่วประเทศปี 2559 สกัด “พิการ-ตาย”

  • Share:

ไข้สมองอักเสบ

โรคที่ยังไม่มียารักษา ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะพิการและเสียชีวิต ในที่สุด

โรคไข้สมองอักเสบเกิดจากไวรัสเจอี (Japanese encephalitis virus, JEV) มียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หมู เป็นที่อาศัยของไวรัส เมื่อยุงกัดหมูเชื้อจะไปเพิ่มจำนวนในยุง และเมื่อยุงมากัดคนก็จะแพร่เชื้อเข้าสู่คน มีระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณ 5-15 วัน จากนั้นจะเริ่มมีอาการเฉียบพลัน ได้แก่ มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนพุ่ง ชักเกร็ง บางรายมีอาการสั่น อัมพาตอ่อนปวกเปียก และกล้ามเนื้อใบหน้าขยับไม่ได้

นพ.วิชัย โชควิวัฒน

จากการดำเนินการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่ปี 2519–2549 พบว่ารายงานอัตราป่วยไข้สมองอักเสบในประเทศไทยที่ไม่ได้จำแนกประเภทมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากประมาณ 3–4 ต่อแสนประชากร ในช่วงปี 2520– 2530 เหลือต่ำกว่า 1 ต่อแสนประชากรตั้งแต่ปี 2538 และพบอัตราป่วย ตายลดลงจากร้อยละ 27 ในปี 2519 เหลือเพียงร้อยละ 5 ในปี 2549 ซึ่งคาดว่าวัคซีนเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการลดอัตราป่วยตายของโรค

นพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เล่าว่า โรคไข้สมองอักเสบเป็นโรคที่รุนแรง ทั่วโลกจะ พบผู้ป่วยประมาณ 68,000 คนต่อปี ส่วนใหญ่พบทางแถบเอเชีย หากป่วยแล้วร้อยละ 20-30 จะเสียชีวิต และร้อยละ 30-50 จะพิการสูงเพราะเกิดที่สมอง โรคนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสที่จะรักษาให้หายได้ 100% นอกจากนี้ ยาต้านไวรัสยังมีการทำลายเซลล์ปกติ ดังนั้นการคิดค้นยาต้านไวรัส จึงทำได้ค่อนข้างยาก ด้วยเหตุนี้จึงต้องรักษาแบบประคับประคองและวิธีที่ดีที่สุดคือการใช้วัคซีน

“วัคซีนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากในเรื่องการรับรองมาตรฐาน เพราะวัคซีนไม่เหมือนยา เนื่องจากต้องฉีดเมื่อยังไม่ป่วยและวัคซีนยังต้องฉีดให้เด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ ระบบร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ และ ที่สำคัญต้องมีการพัฒนาที่ยาวนาน ถ้ามีอะไรที่ไม่ปลอดภัยก็จะส่งผลในระยะยาว ดังนั้น เรื่องคุณภาพของวัคซีนจึงเป็นเรื่องที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และทั่วโลกให้ความสำคัญมาก” คุณหมอวิชัย กล่าวย้ำ ถึงความสำคัญของวัคซีน

และนั่นคือที่มาของการเดินทางไปเยี่ยมชมสถาบันชีววัตถุแห่งเมืองเฉินตู ซึ่งเป็นโรงงานวัคซีนแรกของจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก WHO ซึ่งผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสร่วมคณะของ สปสช. ซึ่งนำทีมโดย นพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อดูการผลิตวัคซีน ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ย.ด้วย

“สถาบันชีววัตถุแห่งเมืองเฉินตู เป็นโรงงานวัคซีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก WHO ซึ่งต้องมีเกณฑ์มาตรฐาน GMP ใน 6 ด้าน อาทิ ตัวโรงงานต้องได้มาตรฐาน พื้น ผนัง หลอดไฟ ต้องมีความสะอาด เครื่องจักรต่างๆ ต้องมีมาตรฐานสากล ระบบการผลิตต้องมีมาตรฐานสากล วัตถุดิบการบรรจุและบุคลากร ต้องมีการใส่ชุดที่ได้มาตรฐาน มีมาตรฐานการทำความสะอาด และมาตรฐานด้านสุขาภิบาล” นพ.วิชัย กล่าวถึงสาเหตุที่เลือกมาเยี่ยมชมสถาบันชีววัตถุแห่งเมืองเฉินตู

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ

ด้าน นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เล่าเพิ่มว่า การให้วัคซีนไข้สมองอักเสบในประเทศไทยมีมานานแล้ว คือการให้วัคซีนเชื้อตาย แต่ WHO แนะนำให้ใช้วัคซีนเชื้อเป็นดีกว่า เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อยกว่า ซึ่งผลข้างเคียงของวัคซีนเชื้อตายที่พบบ่อย คือ จะมีอาการ ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ เกิดผื่นคันลมพิษ ซึ่งอาการแพ้จะเกิดขึ้นภายใน 10 วัน แต่หากเป็นวัคซีนเชื้อเป็นจะพบผลข้างเคียงภายใน 2 วันและหายได้เอง

“วัคซีนเชื้อตายจะต้องทำการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายถึง 3 ครั้ง ส่วนวัคซีนเชื้อเป็นจะให้เพียง 2 ครั้ง แต่ได้ประสิทธิภาพดีกว่า ไทยจึงมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนมาให้วัคซีนเชื้อเป็น ซึ่งจะทำให้อัตราการเข้าถึงและได้รับวัคซีนดีขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการนำร่องใช้วัคซีนเชื้อเป็นจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ใน 10 จังหวัด แต่ในปี 2558 นี้จะมีการให้ เพิ่มเป็น 20-30 จังหวัดก่อนที่ปี 2559 จะมีการใช้ทั่วประเทศ การใช้วัคซีนเชื้อเป็น หากใช้ในราคาขณะนี้จะเพิ่มค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่หากใช้ทั่วประเทศก็จะมีกระบวนการแข่งขันทางตลาดวัคซีน ที่ทำให้ได้วัคซีนในราคาที่ใกล้เคียงของเดิม แต่ประสิทธิภาพดีกว่า” นพ.ประทีป กล่าว

วัคซีนเชื้อเป็นมีข้อดีมากกว่าวัคซีนเชื้อตาย คือภูมิคุ้มกันอยู่ได้นาน มีความปลอดภัยมากกว่า เพราะวัคซีนเชื้อเป็นได้จากการเลี้ยงไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง ไม่ได้เลี้ยงในสมองหนูเหมือนวัคซีนเชื้อตาย จึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลแทรกซ้อนทางระบบประสาท คือสมองและไขสันหลังอักเสบ เนื่อง จากเนื้อเยื่อสมองหนูปนเปื้อนในวัคซีนโดยการฉีดวัคซีนเชื้อเป็นจะฉีด 2 เข็ม เริ่มเข็มแรกเมื่ออายุ 9 เดือน และเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 3 เดือน หรือไม่เกิน 1 ปี ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคได้ร้อยละ 95-100

“วัคซีนเชื้อเป็นให้ผลที่ค่อนข้างดี ช่วยลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต เป็นที่ยอมรับทั่วโลก เมื่อนำมาใช้อัตราการป่วยตายลดลงมากอย่างชัดเจน ถึงแม้ไทยจะพบโรคไข้สมองอักเสบไม่มาก แต่อัตราการตายในไทยมักพบในเด็ก อย่างไรก็ตาม เมื่อไทยมีแนวโน้มที่จะใช้วัคซีนเชื้อเป็นทั่วประเทศ จึงต้องแสวงหาแหล่งวัคซีนเท่าที่จะหาได้และจีนเป็น 1 ในนั้น ซึ่งเมื่อจะมีการใช้จริงๆ ก็จะมีการเปิดซองประมูล นอกจากนี้ ก่อนนำมาใช้ต้องหาแหล่งที่เป็นที่ยอมรับของโลก มีคุณภาพมาตรฐาน ราคาเหมาะสม มีวัคซีนมากพอที่จะส่งขายได้ตลอดอีกด้วย” นพ.ประทีป กล่าวเพิ่มเติม

ทีมข่าวสาธารณสุข เห็นด้วยกับการคัดสรรวัคซีนที่ดีที่สุดจากแหล่งที่ดีที่สุด เพราะหัวใจหลักหรือประโยชน์ของวัคซีนคือ คุณสมบัติในการป้องกันโรค

แต่สิ่งหนึ่งที่เราคงต้องขอฝากไว้คือ แหล่งที่มาของวัคซีน โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดหา ต้องทำอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา สำคัญที่สุดคือต้องคำนึงถึงคุณภาพ มาตรฐานและความปลอดภัย โดยเฉพาะวัคซีนที่เกี่ยวกับโรคซึ่งมีผลต่อความพิการและอาจร้ายแรงถึงการเสียชีวิตได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นวัคซีนเชื้อตายหรือเชื้อเป็น คนที่จะได้รับก็คือเด็กซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ

หากเด็กแค่เพียงรายเดียวต้องได้รับอันตรายหรือสังเวยชีวิตให้กับวัคซีนที่ไร้คุณภาพ

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นย่อมหนีไม่พ้นเป็นตราบาปของหน่วยงานที่จัดซื้อจัดหาและเลยไปถึงรัฐบาลแน่นอน.

ทีมข่าวสาธารณสุข

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้